jade

นิยายเรื่องแรกที่ทดลองเขียน ผู้เขียนเพียงมีประสบการณ์จากการอ่านเรื่องแปลจำนวนมากเท่านั้น บางครั้งสำนวนหรือแนวเรื่องอาจมีเรื่องแปลหลายๆ เรื่องที่ถูกจับมายำรวมๆ กัน สำหรับนิยายเรื่องนี้ผ่านการปรับมา 2-3 ครั้งแล้ว และเป็นเรื่องความสัมพันธ์ของชายกับชาย (NC-17) ผู้ที่ไม่สนใจผ่านไปเลยนะคะ

Thursday, December 30, 2004

jade3

By SF

5 ปีต่อมา
กรี๊งงงงงง.....
ร่างสูงนอนเหยียดยาวบนเตียงกว้าง ดึงหมอนมาปิดหูพยายามไม่สนใจกับเสียงรบกวนนั้น แต่ก็ไม่สำเร็จเมื่อเสียงนั้นดังต่อเนื่องบ่งบอกถึงนิสัยคนต่อว่าไม่ยอมแพ้แน่ๆ จนอเล็กซิสต้อง ลืมตาขึ้นขมวดคิ้วพลางถอนหายใจ ก่อนยกมือขึ้นคว้าหูโทรศัพท์ ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงอย่างไม่สบอารมณ์ พูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆ
“ว่าไง”
“อเล็กซ์ นี่เจย์นะ”
“ เจย์ ต้องเป็นเรื่องสำคัญมากนะที่โทรมาที่นี่ ไม่งั้นนายตายแน่ ตอนนี้ฉันหยุดพักนะ”
“รู้แล้ว โทรไปที่ไหนก็หานายไม่เจอ จนต้องโทรไปถามแมกซ์ ถึงรู้ว่านายอยู่นี่”
“ว่ามา เรื่องอะไร?”
“เรื่องยาว สำคัญ มาหาที่กรมหน่อย” อเล็กซิสขมวดคิ้วเมื่อจับได้ถึงน้ำเสียงเคร่งเครียดของผู้เป็นเพื่อน แต่ยังพยายามต่อรอง
“พรุ่งนี้นะ”
“วันนี้โว้ย! และนายออกมาเดี๋ยวนี้เลย บอกว่าเรื่องสำคัญ” เจย์ตะโกนใส่หูโทรศัพท์ก่อนจะรีบวางหู
อเล็กซิสถอนหายใจอีกครั้งพึมพำด่าเพื่อนสนิท ก่อนร่างสูงจะลุกขึ้นบิดตัว 2-3 ครั้ง แล้วเดินเข้าห้องน้ำ เขาตั้งใจหยุดพักสักเดือนหลังจากโหมงานหนักมาเป็นปี ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หลังจากลาออกจากตำรวจเขาได้เข้าไปรับงานจากแมกซ์อย่างเต็มตัว พองานดำเนินไปอย่างเรียบร้อยมีคนดูแลที่ไว้ใจได้ แมกซ์จึงยอมให้เขาทำงานที่เขาถนัด อเล็กซิสเข้าเทคโอเวอร์บริษัทรักษาความปลอดภัยแล้วหันมาดูแลอย่างเต็มตัว จนมีชื่อเสียงระดับแนวหน้า ด้วยเครือข่ายงานที่กว้างขวาง เทคโนโลยีที่ทันสมัย และการคัดเลือกคนที่มีฝีมือเยี่ยมเท่านั้น และหลังจากนั้นชายหนุ่มก็ได้เข้ามารับผิดชอบรักษาความปลอดภัยของบริษัทในเครือข่ายของเดเวอโรทั้งหมด
หลังจากการทำงานหนักติดต่อกันมาเป็นเวลานาน เขาจึงหาโอกาสพักโดยมอบหมายงานให้มาร์คัส มือขวาของเขารับผิดชอบ แต่นี่เป็นการขอร้องของเจย์ เขาเลื่อนเวลาพักออกไปอีกหน่อยก็ได้
-------------------------------

“คุณอเล็กซิส” แครอล เลขาหน้าหวานของเจย์ เงยหน้ามองร่างสูง ก่อนจะยิ้มหวานให้

“เชิญเลยค่ะ พายุกำลังรออยู่ อารมณ์เสียแต่เช้า” เธอกระซิบบอกเพื่อนสนิทของเจ้านายที่คุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่

ชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไปโดยไม่เคาะประตู ทำให้นายตำรวจหนุ่มที่นั่งหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่เงยหน้ามองอย่างฉุนเฉียว และพอเห็นหน้าอเล็กซิส ก็อ้าปากว่าทันที
“ช้ามาก ฝีมือขับรถนายตกไปนะ อเล็กซ์” อเล็กซิสไม่สนใจ ทรุดตัวลงนั่งอย่างสบายที่เก้าอี้รับแขก วางเท้าบนโต๊ะเล็ก เสยผมสีดำสนิทก่อนสั่งเพื่อนสั้นๆ

“กาแฟ”
เจย์มองหน้าอเล็กซิสอย่างฉุนๆ พึมพำด่า “ไอ้บ้า เห็นที่ทำงานชั้นเป็นร้านกาแฟ” ขณะจะเอื้อมมือไปกดอินเตอร์คอม ประตูห้องก็เปิดออก พร้อมกับเลขาสาวหอบถาดกาแฟเข้ามาอย่างรู้ใจ
“นี่ค่ะ กาแฟคุณอเล็กซิส ไม่เติมครีม น้ำตาล อย่างเดิมนะคะแครอลจำได้ ส่วนของเจ้านายนี่เติมเองก็แล้วกันค่ะ”
“นี่แครอล ทีของไอ้บ้านี่นานๆ มาทีทำไมจำได้ แต่ของผมจำไม่ได้สักที” เจย์บ่น
แครอลยิ้มรับคำบ่น แล้วก็หันหลังเดินออกไป อเล็กซิสหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบยิ้มมุมปาก แล้วชมว่า “สวยนะ”
“หา อะไร” เจย์งง เมื่อมองเห็นสายตาเพื่อนแล้วก็คำรามในคอ
“โน นายอย่ามายุ่งกับลูกน้องชั้น ไปหว่านเสน่ห์ที่อื่น”
“หึ หึ หวงรึ”
“ไอ้บ้า ชั้นไม่ทำอย่างนั้นหรอกเสียการปกครองหมด”
หลังจากกาแฟหมดแก้ว อเล็กซิสจึงพูด
“O.K. ว่าธุระนายมา มีอะไรด่วน?”
“ขอยืมมือนายคุ้มครองพยานหน่อยว่ะ”
อเล็กซิสขมวดคิ้ว “อะไร คนของนายก็มีตั้งมาก คุ้มครองพยานคนเดียวทำไม่ได้หรือไง คดีอะไร”
“วางระเบิด Silver tower เมื่อเดือนที่แล้วที่ทำให้เจ้าของบริษัทตายไงล่ะ”
“ทำไมมีปัญหาอะไร?”
“สงสัยมีเรื่องผลประโยชน์อื่นมาเกี่ยวข้อง เพราะเขากำลังจะสมัครเป็นวุฒิสมาชิกสมัยหน้า แล้วระเบิดน่ะถึงจะพยายามทำให้เหมือนเป็นผู้ก่อการร้ายแบบมือสมัครเล่นก็จริง แต่จุดที่วางกลับเป็นเขตที่ต้องเป็นคนที่เกี่ยวข้องหรือคนสำคัญถึงผ่านเข้าไปได้ มันไม่เหมือนพวกก่อความไม่สงบธรรมดา แล้วตอนนี้ฉันมีพยานที่จะชี้ตัวคนถือระเบิดเข้าไปวาง”

“อือม์ ลองว่าพยานเห็นหน้าคนถือแล้วจำได้ทันทีแถมนายต้องคุ้มครองอย่างนี้ แสดงว่าเป็นคนนั้นก็ดังเหมือนกันสินะ”
“นายคิดว่าเทอร์รี่ อดัมส์วุฒิสมาชิกคนปัจจุบันนี้ ดังไหมล่ะ?”
“อะไรนะ วุฒิสมาชิก โง่หรือบ้าที่ถือระเบิดเข้าไปเอง”
“ก็ไม่โง่หรอกนะ วางแผนดีเชียวล่ะ พยานชั้นบอกว่าระเบิดถูกส่งมาอีกที ไม่มีคนสงสัยเลย และถ้าพยานของฉันเขาไม่เผอิญอยู่ตรงนั้นแล้วเห็นล่ะก็ คดีคงปิดไปด้วยเรื่องก่อการร้ายธรรมดาไปแล้ว”
“แต่นายดันโชคร้ายที่ได้มาทำคดีนี้ งั้นสิ”
“ใช่ เพราะที่แน่ใจได้ก็คือเซฟเฮาส์ของฉันถูกถล่มไป 2 ที่แล้ว ดีที่คนของฉันพาพยานหนีออกมาได้ แสดงว่ามีคนในรู้ ฉันถึงต้องพึ่งมือคนนอกไงล่ะ”
“นานแค่ไหน กว่าจะขึ้นศาลสอบพยาน?”
“หนึ่งเดือน”

“อะไรนะตั้งหนึ่งเดือน เวลาพักฉันหมดพอดี” “ไม่รู้โว้ย เป็นว่าฉันยกเขาให้นายไปเลยแล้วกัน พอวันขึ้นศาลจะบอกอีกที” เจย์พูดพลางโยนแฟ้มมาให้
อเล็กซิสเปิดแฟ้มออก เมื่อมองลงไปสบตากับคนในรูปตรงหน้าชายหนุ่มก็นิ่งขึงไป ใบหน้าคมเข้มนั้นเปลี่ยนวูบ ขบกรามแน่นอุทานในใจ ‘เจด’ ไม่ผิดแน่ อเล็กซิสพิจารณาโดยละเอียด เจดคนที่เขาไม่มีวันลืม เขาตะลึงมองดูใบหน้างดงาม ตาสีเขียว ผมสีน้ำตาลที่ยาวขึ้น เจดดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย จริงสิผ่านมา 5 ปีแล้ว ตอนนี้เขา 29 เจดก็คงอายุประมาณ 24 ปีแล้ว
อเล็กซิสระลึกถึงความหลังที่เขาพยายามฝังไว้ แต่เพียงแค่เห็นรูปเจดเท่านั้น เรื่องราวก็วิ่งผ่านเข้ามาในความทรงจำจนราวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
อเล็กซิสรู้ตัวเมื่อเจย์ถามขึ้นมา “จะให้ชั้นพาเขาไปส่งให้นายที่ไหน?”
“กรีนเฮาส์”
“กรีนเฮาส์นะ?” เจย์ย้อนถามอย่างแปลกใจ ก็ที่นั่นเป็นเหมือนที่ส่วนตัวที่อเล็กซิสไม่เคยให้ใครเข้าไปยุ่ง เมื่อเขาต้องการพักจริงๆ เขาจะไปที่นั่น เจย์เองก็รู้
“ใช่ กรีนเฮาส์ นายให้คนของนายไปส่งเขาที่นั่น แล้วก็กลับได้ ที่เหลือชั้นจัดการเอง อ้อ บอกลูกน้องนายระวังตอนไปส่งหน่อยนะ อย่าให้ใครสะกดรอยตามได้ล่ะ” อเล็กซิสพูดจบก็เดินออกไปพร้อมกับแฟ้มในมือ

--------------------------------

“คุณเจดครับ ถึงแล้ว” นายตำรวจนอกเครื่องแบบคนหนึ่งหันมาปลุกเจด ภายหลังจากการเดินทางอันยาวนาน ความเครียดที่จู่โจมเขามาเป็นเวลานานถึงกับทำให้เจดเผลอหลับไป
เจดค่อยๆ ลืมตาอย่างงัวเงียก่อนจะทรงตัวขึ้นนั่ง นายตำรวจหนุ่มมองใบหน้าหวานขณะเปิดประตูรถให้เจดค่อยๆก้าวลงมา พร้อมกับนึกในใจว่า สวยอย่างนี้ไม่น่าเป็นผู้ชายเลย แถมยังสวยกว่าผู้หญิงทุกคนที่เขารู้จักเสียอีก
เจดมองไปรอบๆ อย่างชื่นชม บ้านหลังนี้ช่างงดงาม หลังใหญ่แต่ดูกลมกลืนกับธรรมชาติได้อย่างเหมาะเจาะด้วยสวนป่าและพืชพรรณธรรมชาติ เขาได้ยินเสียงน้ำไหลคงมีธารน้ำอยู่ใกล้บ้านแน่ แต่ตรงนี้เขามองไม่เห็น ระหว่างที่เจดชื่นชมตัวบ้านอยู่ นายตำรวจก็ไปเคาะประตู
เจดรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองจากที่ใดที่หนึ่ง เขาไปดูรอบๆ ก็ไม่เห็นอะไร พอดีกับประตูหน้าที่เปิดออก ชายร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ที่หน้าประตู เขามองตรงมาที่เจด ก่อนจะยิ้มอย่างสุภาพ
“สวัสดีครับ คุณเจด”
“สวัสดีครับ” เจดตอบรับอย่างแปลกใจ เขาถูกส่งมาที่นี่โดยไม่รู้รายละเอียดอะไรมากนัก ทราบแต่ว่าเขาถูกเปลี่ยนมือจากตำรวจ มาเป็นบริษัทเอกชนแล้ว แต่เจดก็วางใจในการตัดสินใจของเจย์ เมื่อเขาบอกเจดว่า เพื่อนเขาจะดูแลเจดอย่างดีที่สุด
“ผมมาร์คัสครับ เชิญข้างในบ้านเลย เจ้านายผมกำลังรออยู่” แล้วหันไปบอกตำรวจที่มาส่ง
“ขอบคุณครับ เดินทางกลับปลอดภัยนะครับ” แล้วปิดประตูใส่หน้านายตำรวจหนุ่ม ทำให้นายตำรวจนั้นต้องหมุนตัวกลับไปขึ้นรถแต่โดยดี เนื่องจากรู้ว่าหน้าที่ของตนหมดลงแล้ว
เจดเดินตามหลังมาร์คัสไปแล้วอดถามไม่ได้ “ทำไมบ้านเงียบจังเลยครับ?”
“ในบ้านมีแค่ผมกับเจ้านายน่ะครับ คนอื่นๆที่คอยรักษาความปลอดภัยอยู่รอบนอก ไม่ต้องห่วงหรอกครับบ้านหลังนี้มีทางมาได้ทางเดียว คือข้างหน้า ใครก็ผ่านเข้ามาลำบาก ผมดูเรื่องทั่วไปในบ้าน และเรื่องอาหารด้วย ไม่ต้องห่วงผมทำอาหารเก่งนะครับ”
เจดมองชายร่างสูงใหญ่ตรงหน้าที่ท่าทางน่าจะเป็นทหารเก่า แต่กลับอวดตัวเรื่องทำอาหาร ด้วยสายตาแปลกใจพร้อมกับหัวเราะคิก คิก ทำให้มาร์คัสหันมายิ้มอย่างเขินๆ เขาเคาะประตูห้องสมุด
“เจ้านายครับ คุณเจดมาถึงแล้ว” มาร์คัสเปิดประตูก่อนหันมาบอกเจด
“เชิญในห้องสมุดนะครับ เดี๋ยวพอถึงเวลาอาหารคุณจะได้รู้ว่าผมพูดจริง”
เจดเดินเข้าห้องไปแล้วก็อุทาน “โอ้โห” ห้องสมุดนั้นมีขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยหนังสือจำนวนมาก เจดยิ้มอย่างยินดี เขาคงไม่เบื่อที่จะอยู่ที่นี่
“สวัสดี เจด” เสียงทุ้มดังมาจากข้างหลัง เจดหันขวับไปแล้วยืนนิ่งขึง
“อเล็กซ์” เสียงหวานใสหลุดคำพูดออกไป กาลเวลาราวกับไหลย้อนกลับไปสู่อดีต อเล็กซิสยืนมอง ร่างโปร่งบางข้างหน้ายิ่งงดงามขึ้น ดูสูงขึ้นเล็กน้อย สวมเสื้อไหมพรมคอตลบสีขาว กางเกงสีน้ำตาลยิ่งทำให้ร่างนั้นดูบอบบางมากขึ้น ดวงตางดงามที่แฝงแววเศร้าอยู่ลึกๆ จมูกโด่งเล็กและริมฝีปากเล็กบางแดงระเรื่อ
อเล็กซิสสูดลมหายใจเข้าลึกซ่อนแววคนึงหาไว้อย่างมิดชิด ก่อนพูดเสียงเรียบ
“เชิญนั่ง” เจดเดินไปที่เก้าอี้อย่างอัตโนมัติ ภาวนาในใจอย่าให้ล้มพับไปตอนนี้ เขาจะต้องเข้มแข็ง เจดค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งก่อนที่เข่าสั่นระริกจะทำให้เขาอับอาย เจดนั่งเงียบอารมณ์สับสนไปหมด ตกใจ? รัก? เกลียด? สุดท้ายก็เป็นความเจ็บปวด
เวลาอันยาวนานที่เขาคิดว่ามันทำให้ความเจ็บปวดเบาบางไปแล้ว แต่ตอนนี้กลับปะทุขึ้นมาอีก เหมือนกับพึ่งเป็นเมื่อวาน รูปลักษณ์ของอเล็กซิสยังไม่เปลี่ยนไปสักนิด ร่างสูงแข็งแกร่งยังเหมือนเดิม ตาสีเทายังคมกริบ แต่เจดรู้ว่าเขาเปลี่ยนไป แววเฉยชาในดวงตา ริมฝีปากที่เคยจุมพิตเขาอย่างอ่อนโยน ตอนนี้กลับยิ้มให้เขาอย่างเย็นชา เจดเชิดหน้าขึ้น ใช่ พวกเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว มันจบลงไปแล้วตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน เวลาที่ผ่านมาเขาได้เก็บเศษเสี้ยวที่แตกสลายมาปะติดปะต่อกัน และดำรงชีวิตอยู่รอดมาได้ ครั้งนี้หวังว่าเขาคงจะรอดไปได้เช่นกัน
“ผมจะเป็นคนดูแลคุณตลอดเวลาหนึ่งเดือนข้างหน้า คุณคงไม่มีปัญหาอะไร?” อเล็กซิส กล่าว เจดเงยหน้าทันที
อะไรนะ ! เจดคิดตั้งหนึ่งเดือน ไม่ไหวหรอก เขาคิดก่อนกล่าวออกไปทันที
“ไม่มีทาง ผมจะไม่อยู่ที่นี่” เจดลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเดินไปที่ประตู ทันทีที่มือแตะไปที่บานประตูยังไม่ทันดึงเปิดออก ก็ถูกมือใหญ่ดันไว้ เจดหันกลับไปชนกับอกกว้างที่ยืนซ้อนหลังอยู่ เขายกมือผลักออกไปเต็มแรง อเล็กซิสยอมถอยตามแรงผลักไปก้าวหนึ่ง
“ผมจะไม่อยู่ ถึงแม้จะต้องออกไปอยู่ข้างนอกคนเดียว ไม่มีคนคุ้มครองก็ตาม ยังดีกว่าที่จะอยู่ใกล้คุณ” เจดพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“คุณออกไปไม่ได้เจด ถ้าผมไม่อนุญาต ที่นี่เป็นที่ส่วนตัวไม่มีใครเข้ามาได้ และคุณก็ออกไปไม่ได้เช่นกัน คุณทนที่นี่ไปอีกหนึ่งเดือนเท่านั้น แล้วถ้าคุณอยากไปผมก็จะให้คุณไป” เจดมองหน้าอเล็กซิสอย่างไม่เชื่อสายตา กำหมัดแน่น อารมณ์โกรธระเบิดขึ้นทันที
“ผมเกลียดคุณ เราไม่น่าจะเจอกันอีกเลย” เจดตะโกนออกมาก่อนเปิดประตูห้องสมุดออกไป ปล่อยให้อเล็กซิสยืนนิ่งขึงอยู่หน้าประตู

------------------------------

เจดยืนมองธารน้ำที่ไหลผ่านโตรกหิน ร่างบางอยู่ในอยู่ในเสื้อไหมพรมและกางเกงสีขาว มีผ้าพันคอพาดไว้อย่างหลวมๆ อากาศข้างนอกนี้ค่อนข้างเย็นมากอาจเพราะอยู่ใกล้ป่า และน้ำก็ได้ เขาถอนใจเมื่อนึกถึงบรรยากาศของอาหารมื้อค่ำเมื่อวานนี้ เขานั่งร่วมโต๊ะกับอเล็กซิส และมาร์คัส อเล็กซิสนั่งกินเงียบๆ ขณะที่เจดเองก็ไม่ต้องการจะพูดคุยกับใคร มีเพียงมาร์คัสที่พยายามทำบรรยากาศให้ดีขึ้น ด้วยการชวนเจดคุย ถามโน่น ถามนี่ เมื่อกินเสร็จ เจดก็ขอตัวเข้านอนทันที เขาตั้งใจจะอยู่ให้ห่างอเล็กซิสให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เมื่อคืนเขายอมให้ตนเองร้องให้ ยอมแพ้ให้กับความโศกเศร้า มันจะเป็นครั้งสุดท้ายเขาบอกกับตัวเอง เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าเพียงแค่พบหน้าอเล็กซิสเท่านั้นกลับสะกิดความเจ็บปวด ความทรมานขึ้นมาได้เพียงนี้ ครั้งนี้เขาจะผ่านพ้นไปอย่างที่คิดได้หรือไม่
เจดมองไปที่ธารน้ำตกข้างหน้าแล้วก้าวลงไป แต่แล้วด้วยความลื่นของตระไคร่น้ำทำให้เจดทรงตัวไว้ไม่อยู่ เขาอุทานอย่างตกใจก่อนจะลื่นถลาตกลงไป
“ตูม”
“บ้าจริง” เจดอุทานเสียงดังขณะนั่งแช่อยู่ในน้ำ มองไปทางที่เดินลงมาอย่างท้อใจและนั่งอยู่อย่างทำอะไรไม่ถูกไปครู่ใหญ่ พอจะพยายามลุกขึ้นก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเท้า
“คุณเจด” เสียงมาร์คัสอุทานอย่างตกใจเบื้องหลัง เจดเงยหน้าขึ้นอย่างดีใจขณะที่ตัวยังแช่อยู่ในน้ำตื้นๆ นั้น ครึ่งตัว เขาเปื้อนและเปียกโชกไปทั้งตัว และตอนนี้กำลังหนาวสั่นเพราะอากาศเย็น มาร์คัสไถลตัวก้าวลงมาตามทางลาดอย่างรวดเร็ว พอเขาประคองเจดลุกขึ้น เจดก็อุทานด้วยความเจ็บ
“ข้อเท้าผม” มาร์คัสช้อนร่างบางขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะเดินตรงไปยังตัวบ้าน
“มาร์คัส ปล่อยผมลงได้แล้ว ผมเดินเองได้แล้ว” เจดบอกเมื่อออกพ้นโขดหิน
“ไม่ได้หรอกครับ ยังไม่รู้ว่าข้อเท้าเป็นอะไรอย่าพึ่งลงน้ำหนักจะดีกว่า”

“มาร์คัส เกิดอะไรขึ้น?” อเล็กซิสถามด้วยน้ำเสียงตวัดห้วน เมื่อเขาเดินออกมาพบ
“คุณเจดตกน้ำครับ ไม่รู้ว่าข้อเท้าเป็นอะไรมากหรือเปล่า?” อเล็กซิสมองเจด ที่ตอนนี้เปียกไปทั้งตัว ตัวสั่นและริมฝีปากซีดเขียวด้วยความหนาว แล้วก็สบถเบาๆ
“นายไปเอากล่องปฐมพยาบาล เดี๋ยวฉันจะพาเจดไปเอง”
“ไม่ต้องผมเดินได้” เจดรีบพูดขึ้นทันที
“เงียบไปเลย เจด คุณเดินไม่ไหว แล้วก็ไม่ต้องมาเถียงด้วย” อเล็กซิสรับร่างเจดจากมาร์คัส แล้วเดินไปที่ห้องของเจด เดินผ่านเข้าไปที่ห้องน้ำวางเจดลงในอ่างอาบน้ำ มือจับชายเสื้อเจดขึ้น
“ไม่” เจดอุทานเสียงแข็ง
“คุณออกไป ผมจัดการเองได้” อเล็กซิสสบตาไม่ยอมแพ้ของเจด แล้วก็ปล่อยมือ
“ตามใจ ผมให้เวลาครึ่งชั่วโมงไม่งั้นผมจะเข้ามาช่วย ผมไม่อยากให้คุณเป็นปอดบวม จนไม่ได้ไปเป็นพยานในศาลนะ”
เมื่ออเล็กซิสออกไปเจดจัดการตัวเองอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาอาบน้ำ สระผมเสร็จ เขาก็รู้สึกข้อเท้าจะบวมเขียวมากขึ้น เจดลองทรงตัวแล้วก็กลั้นเสียงอุทานเมื่อรู้สึกเจ็บแปลบ เขากัดฟันยืนขึ้นขณะผูกสายเสื้อคลุมรัดเอว ได้ยินเสียงเคาะประตูห้องน้ำแล้วอเล็กซิสก็เปิดเข้ามา เมื่อเห็นสีหน้าเจ็บปวดเจด อเล็กซิสก็สบถในลำคอ ก่อนที่จะอุ้มเจดขึ้นมาวางไว้บนเตียง เขาจับข้อเท้าเจดขึ้นมาดู
“โอ๊ย จับเบาๆสิ” เจดอุทานแล้วกระตุกข้อเท้าหนี
“ไม่หัก คงแพลงเฉยๆ” อเล็กซิสพูดแล้วจัดการทายา และนวดให้ มือแข็งแรงลูบไล้ที่ข้อเท้าบอบบางนั้น ชายหนุ่มเผลอสูดลมหายใจลึกเมื่อได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากร่างตรงหน้า ช่างเป็นกลิ่นที่คุ้นเคยทำให้หวนนึกถึงบรรยากาศเก่าๆ เขาเงยหน้าสบตากับเจดที่ก้มลงมอง เจดสบตาคมสีเทาคู่นั้นอย่างเผลอตัว เขาอยู่ใกล้มากเหลือเกิน มือของอเล็กซิสไล้ขึ้นไปที่น่องเรียว
“ขอโทษครับ” มาร์คัสเคาะบานประตูที่เปิดค้างอยู่อย่างจงใจ ทำให้ทั้งคู่สะดุ้ง เจดหน้าแดงขณะที่อเล็กซิสหันไปมองตาเขียวแล้วพูดเสียงห้วน
“เข้ามาสิ” แล้วเขาหันไปหยิบผ้ายืดมาพันที่ข้อเท้าเจด
“ผมเอาอาหารกับยาแก้ปวดมาให้ครับ” มาร์คัสบอก แล้วหันมาทางเจดก่อนทำเป็นอุทาน
“คุณเจด มีไข้หรือหรือเปล่าครับ? หน้าแดงอย่างนั้น”
“ผมไม่เป็นไร ขอบคุณครับที่เป็นห่วง” เจดรีบตอบแล้วยิ้มให้มาร์คัสอย่างอ่อนโยนจนอเล็กซิสมองอย่างขวางๆ มาร์คัสมองเจดที่อยุ่ในชุดเสื้อคลุมสีขาว รอยสาปเสื้อที่คอเปิดแยกทำให้เห็นคอระหงและหน้าอกเรียบเนียบ ชายเสื้อเปิดให้เห็นเรียวขางดงาน ผิวดูอ่อนนุ่มสีชมพูระเรื่อจากที่พึ่งอาบน้ำอุ่นมาใหม่ๆ
มาร์คัสนึกชมในใจ เจดเป็นผู้ชายที่สวยมากและดูท่าทีคงมีความหลังกับคุณอเล็กซิสมาก่อน ถึงทำให้คุณอเล็กซิสหงุดหงิดงุ่นง่านได้ขนาดนี้ เขายิ้มในใจ อเล็กซิสมองตามสายตามาร์คัสแล้วแสดงสีหน้าไม่พอใจตวัดเสียง
“นายออกไปได้แล้วมาร์คัส”
“ครับ คุณอเล็กซิส” มาร์คัสรับคำแล้วหันหลังออกไป แต่พอชายหนุ่มหันกลับมามองเจดก็ถู ร่างบางตรงหน้าก็ไล่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยด้วยประโยคเดียวกัน
“คุณก็ออกไปด้วย ผมจะกินยาแล้วก็นอนเลย” อเล็กซิสลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็เดินออกไป

----------------------------------

อเล็กซิสเปิดประตูเข้าไปในห้องเจด เมื่อดึกมากแล้ว เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าต้องการอะไร ชายหนุ่มแก้ตัวให้กับตัวเองเขาว่าเพียงแต่เข้ามาดูเท่านั้น
เขาอยากถามเจดเหลือเกินว่า เมื่อ 5 ปีก่อนทำไมเจดถึงไม่รอเขา แต่เขาก็หยิ่งเกินไปในเมื่ออีกฝ่ายแสดงท่าทีไม่แยแส แถมยังแสดงท่าทีโกรธและเกลียดเขาอีก ทั้งที่ฝ่ายที่โกรธน่าจะเป็นเขา เขาจำเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้ดี หลังจากที่เขาออกจากห้องเจดมา เขาภาวนาอย่าให้เจดเป็นคนไปส่งมอบของเอง และก็เป็นอย่างที่หวัง เมื่ออีกวันต่อมาเขาเห็นโจไปเอาของจากเจด เขาสะกดรอยตามโจไปและได้ร่วมทีมจับกุมเมื่อโจเอาของไปมอบให้กับคนที่อยู่เบื้องหลังซึ่งกลายเป็นมาเฟียอีกกลุ่มหนึ่ง ทำให้เกิดการต่อสู้อย่างรุนแรง มีคนตายหลายคนรวมทั้งโจ และตัวเขาก็ถูกยิงเข้าที่ต้นขาเสียเลือดไปมากจนช็อคหมดสติไป
เมื่อเขาฟื้นตัวก็อีกหลายวันต่อมา แต่เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ เขาฝากตำรวจเจ้าของคดีที่เขามาช่วยงานอยู่ ให้นำจดหมายไปให้เจดเพื่อบอกว่าเขาบาดเจ็บ แต่เจดก็ไม่ได้มาเยี่ยมเขา เขานอนเจ็บเดียวดายอยู่คนเดียว และกระสับกระส่ายไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งทนไม่ได้และขออนุญาตหมอ เพื่อออกจากโรงพยาบาลเมื่อพอเคลื่อนไหวได้ แล้วก็มาหาเจดที่หอพักหลังจากนั้น แต่เขาก็ไม่พบใคร ถามหาผู้ดูแลก็ไม่อยู่ อเล็กซิสจากไปอย่างผิดหวัง เจดกลัวความผิดแล้วทิ้งเขาไปโดยไม่สนใจเลยหรือว่าเขาอาจกำลังจะตายก็ได้
อเล็กซิสจำความเสียใจตอนนั้น เขาลาออกจากตำรวจเพราะเขารู้ดีว่าเขาทำงานต่อไปไม่ได้ เมื่อตำรวจทำการปกปิดและช่วยเหลือคนผิด เขาคนนั้นก็ไม่สมควรเป็นตำรวจอีก เขาจงใจปิดบังชื่อเจดในรายงาน พอดีที่โจเสียชีวิตในการจับกุมทำให้สามารถทำได้โดยไม่มีใครสงสัย ข่าวการจับกุมและการตายของโจไม่ได้เปิดเผยไปเพราะถูกขอร้องจากทางมหาวิทยาลัย
เขาอาการหนักจากการอกหักอยู่เป็นเดือนจนกระทั่งแมกซ์กังวล พยายามสอบถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่สามารถบอกแมกซ์หรือใครได้ แต่ก็พยายามหักห้ามความเสียใจไว้และพยายามลืมเจด
ตอนนี้เขารู้ตัวว่าไม่สามารถทำได้เมื่อเขาสบตาเจดอีกครั้ง เขารู้ว่าความรู้สึกต่างๆ มันยังอยู่ แต่เจดล่ะ และอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เจดโกรธเขา เขาต้องรู้ให้ได้

อเล็กซิสตื่นจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงครางแผ่วๆ จากเตียง เขาเดินไปก้มหน้าดู เห็นเจดครางแผ่วเบาในลำคอขยับไปมาอย่างกระสับกระส่าย เขาหันไปเปิดไฟหัวเตียงทันที แล้วก็ต้องอุทานอย่างตกใจเมื่อเห็นหน้าเจด เขาแตะหน้าผากเจดพบว่าตัวร้อนจัดมาก เหงื่อออกชุ่มตัวจนชุดนอนเปียกชื้นไปหมด เขาหันไปกดโทรศัพท์ภายใน
“มาร์คัส”
“ครับผม คุณอเล็กซิส” เสียงตอบกลับมาไม่มีแววงัวเงียแม้แต่น้อย
“ตามหมอ เจดไม่สบาย” อเล็กซิสหันกลับมาเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับเจดอย่างรวดเร็ว แต่อาการของเจดยังกระสับกระส่ายอยู่ เจดพึมพำเสียงแผ่ว
“ไม่...อย่าไป.....ทำไม..” เจดเพ้อ ร้องไห้สะอื้น
“เจดผมอยู่นี่” อเล็กซิสกอดเจดไว้แน่น ใจไม่ดีเมื่อเห็นเจดยังทุรนทุราย หมอทำไมช้าจริงเขาจะวางเจดลงกับเตียง แต่มือเล็กนั้นคว้าเสื้อเขาไว้แน่นทั้งๆที่ไม่รู้ตัว
“ไม่... อย่าไป...อยู่กับผม” อเล็กซิสกอดร่างบางไว้แน่นพึมพำบอกร่างในอ้อมแขน
“เจด ผมอยู่นี่ ผมจะไม่ไปไหน”

“หมอมาแล้วครับ” มาร์คัสบอกเมื่อเวลาผ่านไปอีกไม่นาน อเล็กซิสถอนหายใจมาเสียที เขานั่งเฝ้ามองหมอตรวจร่างกายเจด สลับกับลุกเดินไปเดินมา ทำให้หมอแอบสบตากับมาร์คัส และเมื่อมาร์คัสอมยิ้มให้ หมอก็นึกขำในใจ ทั้งเขาและมาร์คัสอยู่กับครอบครัวนี้มานานจนแทบจะถือว่าเป็นคนในครอบครัวนี้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่เคยคิดว่าคุณอเล็กซิสจะมีเวลาแบบนี้กับเขาด้วย แสดงว่าชายหนุ่มคนนี้มีความสำคัญกับคุณอเล็กซิสมาก หมอหันมามองร่างบอบบางตรงหน้า สวยอย่างที่มาร์คัสกระซิบให้ฟัง เขามีเรื่องเล่าให้คุณแมกซ์ฟังแล้วซิ
“ไม่เป็นไรมากหรอกครับคุณอเล็กซิส ไข้หวัด หนักมากหน่อยเท่านั้นแต่ยังไม่ถึงขั้นปอดบวม เดี๋ยวผมจะฉีดยาให้สักเข็ม อีกวันสองวันคงดีขึ้น ยังไงเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมมาดูอีกครั้งก็แล้วกัน สำหรับที่ข้อเท้าก็ไม่มีอะไรแตกหัก แค่ทายาแล้วพันผ้าไว้ก็ใช้ได้ ”
“ขอบคุณครับหมอ มาร์คัสส่งหมอด้วย”

----------------------------------------------------

เจดขยับตัวรู้สึกปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมด เขาเป็นอะไรไป หัวหนักๆ ยังไงชอบกล เขาพยายามปรือตาขึ้นมอง เช้าแล้วหรือนี่ แล้วอเล็กซิสมานั่งทำอะไรในห้องเขา เจดมองหน้าชายหนุ่มที่กำลังหลับอยู่ตรงหน้า คอเอียงพิงพนักเก้าอี้ ผมลุ่ยลงมาปิดตาข้างหนึ่งทำให้ใบหน้านั้ดูอ่อนวัยลงจนเกือบเหมือนเมื่อ 5 ปีก่อน เจดพยายามลุกขึ้นนั่ง เสียงเคลื่อนไหวบนเตียงทำให้อเล็กซิสลืมตาตื่นทันที
“เจด ตื่นแล้วหรือ เป็นไงบ้าง”
“ผมเป็นอะไรไป” เจดตอบไม่ตรงคำถาม
“ไข้หวัด อย่าพึ่งลุกนะ เป็นไงบ้าง” เจดสำรวจตัวเองแล้วบอก
“หิว” อเล็กซิสยิ้มหันกดโทรศัพท์สั่งมาร์คัส แล้วหันกลับมาบอกเจด
“ผมจะเช็ดตัวให้ แล้วค่อยกินอาหารเช้านะ”
“ไม่ต้อง ผมทำเอง” แต่อเล็กซิสไม่ฟังเสียง เขาจัดการเช็ดหน้า แขนและลำตัวก่อน พอมือใหญ่เลื่อนลงไปที่หน้าท้อง
“ไม่ต้อง” เจดเสียงแข็ง อเล็กซิสไม่อยากขัดใจเจด จึงหันหลังให้
“เอาล่ะคุณเช็ดเองก็ได้ เร็วๆด้วย” เมื่อเจดทำความสะอาดตัวเองเสร็จ ก็ถึงกับเหนื่อยหอบทีเดียว ทำให้อเล็กซิสหันกลับมามองเหมือนจะบอกว่า “บอกแล้วไม่เชื่อ” เจดต้องยอมให้อเล็กซิสป้อนอาหารอย่างขัดใจ เมื่อรู้สึกว่าตนเองไม่มีแรงยังกับลูกแมวเกิดใหม่ แถมหลังจากนั้นเขาก็เพลียจนหลับไปอีกครั้ง

--------------------------------------------------

มาร์คัสยิ้มรับเมื่อเห็นเจดเดินเข้ามาในห้องพักผ่อน
“พึ่งฟื้นไข้ได้2-3วันเองเดินไหวแล้วหรือครับ?”
“อืมม์ ข้อเท้าก็ไม่เจ็บแล้วด้วย ผมทนอุดอู้อยุ่ในห้องต่อไม่ไหวแล้ว” เจดนั่งลงที่เก้าอี้ที่มาร์คัสยกมาตั้งไว้ให้ที่ริมหน้าต่าง พลางถอนใจอย่างโมโหตัวเอง เมื่อรู้สึกเหนื่อยเพียงแค่เดินมาแค่นี้
“ดีแล้วครับที่ค่อยยังชั่วแล้ว ช่วงที่คุณไม่สบาย คุณอเล็กซิสหงุดหงิดยังกับอะไร เพราะความเป็นห่วงคุณ”
“คงเพราะไม่อยากให้ผมตายแล้วเสียชื่อบริษัทล่ะไม่ว่า” เจดว่า ทำให้มาร์คัสหัวเราะ
“นั่นสิครับ ไม่งั้นเสียชื่ออดีตนายตำรวจหมด” เจดหันขวับมามอง มาร์คัส
“หมายความว่ายังไง อเล็กซิสเคยเป็นตำรวจเหรอ?” เจดงง
“ครับ คุณอเล็กซิสเป็นตำรวจตั้งแต่เรียนจบ งานก็กำลังก้าวหน้าทีเดียวแหละครับ แต่ก็ลาออกมาได้ 5 ปีแล้ว”
“มาร์คัส พอได้แล้ว” เสียงอเล็กซิสดังมาจากประตูห้อง เมื่อมาร์คัสเดินออกไป อเล็กซิสก็หันมาทางเจดสบสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของเจด แล้วจึงหันหน้าไปทางหน้าต่าง เขาคิดจะอธิบายให้ฟังทีหลัง แต่เมื่อมาร์คัสบอกไปแล้วเขาก็เลยเล่าต่อ
“ใช่ ตอนที่พบคุณผมเป็นตำรวจแล้ว ตอนนั้นผมเจ้าไปสืบคดียาเสพติดในมหาวิทยาลัย ผมจำเป็นต้องโกหกคุณ ผมคิดว่าจะอธิบายให้คุณฟังหลังจากงานเสร็จ แต่ในวันนั้นผมกลับพบว่าคุณเกี่ยวข้องกับโจ.......แล้วก็...ยาเสพติด" อเล็กซิสได้ยินเสียงสูดลมหายใจเข้าอย่างตกใจ เขาจึงหันมามอง เห็นเจดมองมาที่เขาอย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนจะถามเขาเสียงสั่น
“คุณคิดว่าผมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด” เจดถามอย่างคาดไม่ถึง
“เจดผมรู้ ผมมีหลักฐาน”
“หลักฐานอะไร” เจดถามด้วยน้ำเสียงไม่อยากเชื่อ
“ยาเสพติดในกระเป๋า 2 ใบที่คุณรับมาจากโจนั่นไง ตอนนั้นผมโกรธมากนะเจด ผมเสียใจที่คุณเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่ผมรายงานเรื่องคุณให้ตำรวจคนอื่นรู้ไม่ได้ ผมทำไม่ได้ เจด ผมจึงรอให้โจมาเอากระเป๋าจากคุณไปส่งมอบให้เจ้านายเขาอีกที แล้วจึงเข้าจับกุม”
“แล้วโจล่ะ?” เจดถามอย่างตกใจ
“โจตายแล้วเจด ในตอนที่มีการจับกุมเขาถูกยิง และผมก็บาดเจ็บสาหัสมาหาคุณไม่ได้ ผมจึงฝากจดหมายมาให้คุณ แต่คุณก็ไม่เคยไปเยี่ยมผม และไม่ได้รอผม”
“ผมรอคุณอยู่เกือบอาทิตย์ แล้วผมก็ไม่ได้รับจดหมาย” เจดพึมพำค้าน สบตาอเล็กซิสแล้วก็เจ็บแปลบในอกเมื่อเห็นแววระแวงในดวงตาของเขา ร่างบางยืนนิ่งปล่อยให้อเล็กซิสเล่าต่อ
“หลังจากนั้นผมก็ลาออกจากตำรวจ ผมไม่สามารถทำงานต่อไปได้”
“คุณโทษผม?....ที่ทำให้คุณต้องลาออกจากตำรวจ” เจดคาดคะเนเสียงสั่น ชายหนุ่มอึ้งไปครู่หนึ่ง
“ในตอนแรกเท่านั้น ผมเพียงมองหาข้อแก้ตัวให้กับตัวเอง” อเล็กซิสยอมรับ
เจดหัวเราะเสียงพร่า เขาเงยหน้ามองอเล็กซิสด้วยสายตาที่โศกเศร้าแฝงแววเจ็บปวดทรมานก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ผมเสียใจแทนคุณ อเล็กซิส แต่ผมอยากจะบอกว่าสิ่งที่คุณทำไปมันไร้ประโยชน์ คุณไม่เชื่อใจผมมากพอทั้งๆที่ตอนนั้นคุณบอกว่ารักผม คุณเรียกร้องให้ผมเชื่อใจคุณแต่คุณทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม” น้ำตาเจดร่วงลงมา เขาถอนสะอื้นให้กับสิ่งที่ผ่านไป
“ถ้าผมเลือกได้ผมไม่อยากรู้เหตุผลของคุณ ให้ผมคิดว่าคุณหลอกลวงแล้วทิ้งผมไปเสียยังดีกว่าที่รู้ว่าคุณไม่เชื่อใจผมเลย ไม่แม้แต่จะเอ่ยปากถามสักคำ” อเล็กซิสก้าวเท้าเข้ามาหาเจดอย่างลืมตัว แต่เจดรีบถอยกรูดทันทีแล้วยกมือขึ้นกอดอกปกป้องตนเอง
“ถ้าเพียงแต่คุณถามผม คุณจะรู้ว่ากระเป๋าใบนั้นผมเพียงรับฝากโจไว้ ผมรู้แค่ว่ามันเป็นเครื่องกีฬาที่โจจะเอาไปบริจาคให้เด็กๆเท่านั้น”
อเล็กซิสนิ่งขึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น เจดเงยหน้ามองอเล็กซิสด้วยแววตาหยิ่งทะนง
“ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ถึงแม้ผมจะยากจน แต่ผมก็ไม่ลดตัวลงไปทำในสิ่งที่เลวร้ายอย่างนั้น ผมคิดว่าคุณไม่รู้จักผมดีพอนะอเล็กซิส และการลาออกจากตำรวจถึงจะเป็นเพราะผมจริงๆ ผมก็ไม่สามารถขอบคุณคุณได้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ไร้ค่าสำหรับผม”
เจดมองอเล็กซิสด้วยสายตาที่ว่างเปล่าหลังจากพูดจบ ก่อนเดินออกจากห้องไป เจดไม่รู้ตัวว่ามาถึงห้องได้อย่างไร เขาเสียใจกับความเข้าใจผิดของอเล็กซิส มันร้ายแรงมากที่อเล็กซิสคิดว่าเขาเลวพอที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
อเล็กซิสยืนนิ่งอยู่นานก่อนจะทรุดตัวลงนั่งอย่างอ่อนแรง สิ่งที่เขาทำมันผิดพลาดไปหรือ เป็นเพราะเขาไม่เชื่อใจเจดจริงใช่ไหม สายตาของเจดที่มองดูเขาก่อนออกไปเหมือนเป็นคมมีดที่ปักเข้ามาที่อกเขา ความเจ็บปวดมากมายจู่โจมเข้ามา ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเสียใจ แต่ไม่คิดจะตามหาเจดเพราะเขาคิดว่าเจดทิ้งเขาไป
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งหมด เจดเองก็คงเจ็บปวดกับความรู้สึกที่ถูกทอดทิ้งมาตลอด และยิ่งวันนี้ที่เจดทราบความจริง เจดคงผิดหวังในตัวเขา ความคิดของอเล็กซิสสับสนไปหมด
ชายหนุ่มลุกขึ้นทันทีเขาต้องหาความจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้น อเล็กซิสยกหูโทรศัพท์ 2-3 ครั้ง ก็ได้ได้คุยกับนายตำรวจที่ดูแลคดีเมื่อ 5 ปีก่อน หลังจากที่คุยเสร็จอเล็กซิสวางหูโทรศัพท์อย่างอ่อนแรง
‘ครับ คดีเรียบร้อยไม่มีปัญหาอะไร พวกมันให้การซัดทอดกันเอง ผมสามารถกวาดมันได้หมดทีเดียวทั้งกลุ่ม.... อ๋อ โจ เด็กนักศึกษาที่เข้ามาเกี่ยวข้องตามรายงานที่คุณส่งมาหรือครับ ผมเข้าไปสอบสวนแล้วเขาเป็นแค่คนเดินสารครับ ผมคิดว่าเขาคงไม่รู้อะไรมากนักหรอก.... ไม่ครับผมไม่พบว่ามีนักศึกษาคนอื่นเกี่ยวข้องอีก.... ครับผมแน่ใจ...เอ่อ..มีอีกเรื่องถ้าคุณไม่โทรมาผมคงลืมไปแล้ว เรื่องจดหมายที่คุณฝากส่ง ผมไม่ได้ไปส่งให้ในวันนั้น พอดีงานยุ่งผมเลยลืมไป กว่าจะเอาไปฝากไว้ก็อีกหลายอาทิตย์ทีเดียว ผมจะบอกคุณ คุณก็ออกจากโรงพยาบาลไปก่อนแล้วนะครับ’

อเล็กซิสนั่งจมอยู่กับความคิด ความรักของเขาจบลงภายในเวลาไม่กี่อาทิตย์เพราะความโง่ของเขา โทษที่เขาไม่เชื่อใจเจดทำให้เขาต้องสูญเสียเจดไปถึง 5 ปี แต่เจดล่ะ เจดมีความผิดอะไรนอกจากที่มารักเขา
มันสายไปแล้วหรืออเล็กซิสคิด สายตาของเจดก่อนออกจากห้อง ว่างเปล่า เฉยชา จนทำให้อเล็กซิสเย็นเฉียบไปทั้งตัว ถ้าเมื่อก่อนยังคงมีสายใยเล็กๆ ที่ผูกพันเจดไว้กับเขา ตอนนี้เจดคงตัดมันลงได้อย่างสิ้นเชิง
ไม่!
เขาไม่ยอมแพ้ เวลา 5 ปีที่ผ่านมามันเนิ่นนานก็จริง แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ ตอนนี้บาดแผลของเขาถูกเยียวยาแล้วเมื่อได้รู้ความจริง แต่สำหรับเจดบาดแผลนั้นลึกเกินไป และเขาต้องพยายามในเมื่อโชคชะตาได้ให้โอกาสเขาอีกครั้งหนึ่ง เขาจะต้องได้เจดคืนมา

TBC

Monday, December 27, 2004

jade2

By SF

อเล็กซิสยืนพิงหน้าต่างห้องเอกสารก่อนใช้กล้องส่องดูรอบๆ บริเวณสนามกีฬา เขาถอนใจเมื่อยังไม่พบเป้าหมายที่ต้องการ เมื่อตอนเช้าเขาติดต่อไปที่ตำรวจเจ้าของคดีที่เขามาช่วยงานอยู่ และได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากสายสืบว่าการส่งมอบเฮโรอีนจะทำกันในตอนเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่มีการซ้อมและมีคนใช้สนามกีฬามากๆ แต่ไม่สามารคาดเดาได้ว่าเป็นวันไหน เวลากับสถานที่นะรู้ แต่วันนี่สิ ทำให้เขาต้องมาเฝ้าอย่างนี้ทุกเย็น

อเล็กซิสนึกถึงงานของเขา ความจริงแล้วนายตำรวจระดับเขาไม่จำเป็นต้องมาทำงานในลักษณะสายสืบอย่างนี้ แต่ภายหลังจากที่ทำงานหนักมาหลายคดีทำให้เขาอยากเปลี่ยนลักษณะงานบ้าง เมื่อที่นี่ส่งเรื่องไปขอยืมตัวตำรวจเพื่อช่วยงานราชการเขาก็อาสามาที่นี่เลย ประกอบกับต้องการหลบหน้าแมกซ์ซักพัก
อเล็กซิสยิ้มเมื่อคิดถึง แมกซิมิเลียน พี่ชายที่แสนจะเงียบขรึม ทั้งที่อายุแค่ 29 ปีห่างจากเขาแค่ 5 ปีเท่านั้น อาจเป็นเพราะต้องรับภาระดูแลงานแทนพ่อกับแม่ของเขาที่เสียชีวิตเพราะเครื่องบินตกเมื่อ 2 ปีก่อน ตระกูลเดเวอโร มีกิจการมากมายที่มีสาขาทั่วประเทศการเข้ารับภาระตั้งแต่อายุยังน้อยนี่เองที่เป็นสาเหตุให้แมกซ์ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าอายุมาก ตัวเขาเองก็แบ่งเบาภาระแมกซ์ได้เพียงเล็กน้อยด้วยการดูแลเครือข่ายของบริษัทสาขาเท่านั้น และไหนอาชีพตำรวจของเขาอีก
อเล็กซิสดึงดันที่จะเป็นตำรวจเพราะใจรัก ในช่วงแรกก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ภายหลังจากที่เขาบาดเจ็บสองสามครั้ง พ่อกับแม่ก็อยากให้เขาลาออก แต่ทั้งคู่ก็เสียชีวิตเสียก่อน อเล็กซิสจำความรู้สึกเสียใจตอนนั้นได้ เขามุทำงานหนักเป็นบ้าเป็นหลัง เสี่ยงตายทุกอย่าง จนกระทั่งแมกซ์เข้ามาเตือนสติเขาถึงรู้ตัว อเล็กซิสจึงได้มองเห็นความเสียใจของแมกซ์และความกลัวว่าจะสูญเสียเขาไปอีกคน เขาจึงขอเวลาแมกซ์คิดสักระยะ และผ่อนปรนด้วยการเข้ามารับงานจากแมกซ์ในเรื่องการดูแลบริษัทสาขาบ้าง และตอนนี้แมกซ์ก็เริ่มเคี่ยวเข็ญเขาทุกวันจนต้องหนีหน้าสักพัก กลับไปนี่คงถูกโวยอีก

แต่ตอนนี้เขามีเจดแล้ว คงต้องคิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง อเล็กซิสคิดถึงเหตุการณ์ในห้องน้ำเมื่อเช้าแล้วยิ้มอีกครั้ง ถ้าเขากับเจดจะเป็นหวัดก็คงไม่แปลก ก่อนที่เขาจะออกมาเจดยังหน้าแดงไม่เลิก ไม่กล้าสบตาเขาแม้กระทั่งตอนจูบลา และวันนี้คงระบมจนไปไหนไม่ได้ โชคดีที่วิชาส่วนใหญ่ปิดคอร์สไปแล้วเพื่อปล่อยให้นักศึกษาอ่านหนังสือและเตรียมตัวสอบ

อเลกซิสหันไปเมื่อจับการเคลื่อนไหวที่สนามกีฬาได้ เขายกกล้องขึ้นดูแล้วก็ยิ้มอย่างยินดี หลังจากซุ่มดูมาอาทิตย์เต็มๆ เป้าหมายก็โผล่จนได้
“มาจนได้นะ ฉันนึกว่าแกจะไม่โผล่แล้ว โคลแมน” อเล็กซิสจำหน้าที่อยู่ในบัญชีดำของตำรวจได้ ‘โคลแมน’ เจ้าพ่อของนักเลงหัวไม้ในเมืองนี้เลยก็ว่าได้ เมื่อสายสืบรายงานว่าจะมีการส่งมอบเฮโรอีนในมหาวิทยาลัย ทางตำรวจก็เพ่งเล็งไปที่มันก่อนใครอื่น จนกระทั่งสามารถวางตาข่ายเพื่อจับกุมได้ ขาดแต่ตัวผู้ซื้อเท่านั้น ดังนั้นทางตำรวจจึงต้องรอให้คนซื้อโผล่ออกมาก่อนเข้าจับกุม และต้องรวบตัวให้หมดพร้อมกัน นี่เองที่ทำให้อเล็กซิสต้องมาทำหน้าที่นี้ เพราะตำรวจในเมืองนี้เป็นที่คุ้นหน้าตากันอยู่แล้วไม่สามารถแฝงตัวเข้าสืบในนี้ได้
อเล็กซิสลดกล้องลงเมื่อโคลแมนกับลูกน้องอีกสองคนลับหายไป อาจมาดูทางหนีไล่ก่อนก็ได้ มันเองก็อาจสงสัยเพราะรู้ว่าตำรวจต้องตามอย่างไม่ให้คลาดสายตา เพราะการส่งมอบของแต่ละครั้งตำรวจสามารถได้กลิ่นไวมาก และครั้งนี้เป็นการส่งมอบของจำนวนมาก การส่งมอบของคงต้องทำวันที่คนพลุกพล่าน อเล็กซิสกำลังคิดถึงวันแข่งกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์หลังสอบไฟนอล มีโอกาสเป็นไปได้สูงเนื่องจากนักศึกษาจำนวนมาก ไหนจะคนจากภายนอกที่เข้ามาเพื่อดูกีฬา การตรวจการเข้าออกมหาวิทยาลัยย่อมทำได้ยาก

“อืมม์ ได้ ตกลงผมจะรอดูถึงวันนั้น”
อเล็กซิสวางโทรศัพท์ที่ติดต่อไปยังตำรวจเจ้าของคดี รายงานถึงการมาดูลาดเลาของโคลแมน ซึ่งทางนั้นก็คาดเดาเช่นเดียวกัน แต่ก็ยังไม่แน่ใจนัก ดังนั้นเขาก็ต้องเฝ้าต่อไปก่อน

------------------------------

เมื่ออเล็กซิสเปิดประตูห้องเจดเข้าไป เขามีความรู้สึกเหมือนกลับถึงบ้านแม้จะเป็นเพียงห้องพักเล็กๆของนักศึกษาเทียบไม่ได้กับห้องพักของเขา ที่แม้จะเพียบพร้อมทุกอย่างแต่ขาดความรู้สึกอบอุ่นไป นี่คงเป็นเพราะเจดล่ะมั้ง อเล็กซิสคิด ดีนะ! ที่หอเกรย์นี่เป็นของนักศึกษาชั้นปีสุดท้ายดังนั้นไม่มีกฏระเบียบอะไรมากมายนัก แขกที่มาเยี่ยมสามารถเข้าออกได้อย่างอิสระ และนักศึกษามีอิสระอย่างเต็มที่ในห้องพักของตน ไม่มีใครสนใจกันและกันมากนัก ไม่เช่นนั้นทุกคนต้องมองเขาแปลกๆ แน่ เมื่อเห็นชายหนุ่มเดินหอบดอกลิลลี่สีขาวช่อใหญ่เดินเข้ามาในหอชาย
อเล็กซิสเดินเข้าไปข้างเตียง มองดูใบหน้างดงามของเจดที่กำลังหลับสนิท มุมปากมีรอยยิ้มเหมือนกำลังฝันดี อเล็กซิสหยิบหนังสือเรียนหล่นอยู่ข้างตัวมาวางไว้บนโต๊ะ เขาลืมไปว่าอีกอาทิตย์หนึ่งเจดก็จะสอบแล้ว เขาคงต้องพยายามระงับอารมณ์ตัวเองให้อยู่ หลังจากนั้นคงต้องมีเรื่องคุยกันยาวเขาหวังว่าเจดจะไม่โกรธมากนักเมื่อรู้ความจริงเรื่องงานของเขา
อเล็กซิสวางช่อดอกลิลลี่ไว้ข้างๆ หมอน เมื่อเห็นเจดยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นความจริงเขาตั้งใจมาชวนเจดไปกินอาหารข้างนอก แต่อย่างนี้คงต้องออกไปซื้อมาแล้วล่ะมั้ง อเล็กซิสคิดแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องและปิดประตูตามหลังอย่างแผ่วเบา
เจดค่อยๆลืมตาตื่น จมูกได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จึงหันหน้ามาพบช่อดอกลิลลี่ช่อใหญ่ เจดดึงตัวเองลุกนั่งอย่างงงๆ จับช่อดอกไม้พลิกดู การ์ดสีขาวหล่นลงบนตัก เจดหยิบมาพลิกดู ตัวอักษรสีเขียวเข้มตวัดเล่นหางอย่างงดงามว่า ‘For my lover’ เจดยกช่อดอกไม้ขึ้นกอดแนบอกตาทอประกายระยิบ เงยหน้าขึ้นมองเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิด อเล็กซิสยืนมองภาพงดงามตรงหน้าแล้วเดินเข้ามาเขาหยุดวางของบนโต๊ะ คุกเข่าบนเตียงมือช้อนต้นคอเล็กให้เงยขึ้นจุมพิตริมฝีปากบางเบา ก่อนจะย้ำลงไปอีกครั้งซอกซอนชิมรสชาติที่อ่อนหวาน ยาวนานจนเจดต้องส่งเสียงประท้วงในคอ อเล็กซิสถอนริมฝีปากออกช้าๆ เมื่อนึกถึงความตั้งใจที่จะอดทนของตนเอง แกะมือเล็กที่เจ้าตัวเผลอเอามากอดรอบคอเขาโดยไม่รู้ตัวออก เจดก้มหน้าด้วยความอาย เมื่ออเล็กซิสกระซิบข้างหู
“เห็นว่าใกล้สอบหรอกนะ ไม่อย่างนั้นไม่ปล่อยลงจากเตียงแน่ๆ” เจดพึมพำอะไรบางอย่างในลำคอ แล้วรีบเลื่อนตัวลงจากเตียงทันที เมือสบสายตาคมคู่นั้น
“หิวไหม ผมซื้ออาหารจีนมาท่าทางน่าอร่อย” อเล็กซิสเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นเจดหน้าแดงด้วยความอาย มือใหญ่หยิบอาหารออกมาวางและจัดเรียงอย่างคล่องแคล่ว
“หิวมากเลยครับ” เจดตอบ แล้วก็เริ่มกินอาหาร แต่กว่าจะกินเสร็จเล่นเอาเจดเกือบสำลักอาหารตาย เมื่ออเล็กซิสนั่งจ้องเขาไปกินไปยังกับเขาเป็นอาหารด้วยอีกจานหนึ่งนั่นแหละ แถมยังบังคับป้อนเขาอีก
“ต้องกินมากๆ หน่อยจะได้กอดแบบเต็มไม้เต็มมือหน่อย” อเล็กซิส บอกหน้าตาเฉยแล้วก็รีบลูบหลังให้เจด เมื่อเห็นเด็กหนุ่มทำท่าจะสำลักพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง

-----------------------------

เจดเงยหน้าจากหนังสือที่กำลังอ่านอยู่อย่างอึดอัด มองไปที่อเล็กซิสที่นอนเอกเขนกยึดเตียงของเขาอยู่ขณะที่กำลังพลิกดูเอกสารในมือ เจดรู้สึกไม่มั่นใจในตนเองถึงแม้จะเป็นคนรักกันแล้ว และยังมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง แต่มันเร็วเกินไปพวกเขาพึ่งรู้จักกันมาแค่ไม่กี่อาทิตย์เท่านั้น เจดต้องการเวลา
เจดพูดอย่างอึดอัด “เอ่อ คุณอเลกซิส....” ชายหนุ่มส่งเสียงรับในลำคอแล้วพึมพำตอบ
“เรียกผม อเล็กซ์ ซิเจด” อเล็กซิสเงยหน้าขึ้นเมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบ ร่างบางแกล้งถอนหายใจ
“ก็ได้ครับ แต่อเล็กซ์ นี่มันดึกแล้วนะครับ” เจดพูดแล้วก็หน้าแดงเมื่ออเล็กตาพราวระยับ รู้สึกว่าอเล็กซิสจะตีความหมายผิดจึงรีบพูดต่ออย่างรวดเร็วจนลิ้นแทบพันกัน
“ไม่ใช่ ผมหมายถึงว่าคุณน่าจะกลับได้แล้ว ผมง่วงแล้วด้วย” เจดสรุปในตอนท้าย”
“ง่วงก็นอนสิ” อเล็กซิสทำหน้าเฉยแล้วแอบยิ้มในใจ เมื่อทำท่าสนใจกับเอกสารในมือต่อ
“อเล็กซ์” เจดลุกขึ้นทันทีเขาเดินไปที่เตียงดึงกระดาษออกจากมือชายหนุ่มด้วยความโมโห
“งั้นคุณก็กลับสิ มันดึกแล้วนะ”
“ไม่”
“อเล็กซ์”
“ไม่กลับ” อเล็กซิสเน้นเสียงก่อนเหนี่ยวร่างบางลงมาบนตียงทันทีกอดร่างเจดแล้วกระซิบถามที่ข้างใบหูเล็ก
“กังวลอะไร? เจด พวกเราเป็นคนรักกันแล้วนะ” เจดนิ่งไปชั่งครู่ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มอย่างขอความมั่นใจ
“จริงหรือครับ ผมแน่ใจได้ใช่มั้ย?”
“ทำไมถามอย่างนี้ล่ะ? ผมไม่ยอมให้คุณเปลี่ยนใจนะเจด คุณเป็นของผม และผมเป็นของคุณ” อเล็กซิสพูดเสียงหนักแน่นย้ำให้เด็กหนุ่มรับรู้
“หลังจากคุณสอบเสร็จ พาผมไปหาพ่อกับแม่ของคุณนะ ผมคิดว่าความจริงใจของผมจะทำให้พวกท่านเข้าใจ” เจดยิ้มริมฝีปากสั่นระริก น้ำตาคลอตาเป็นประกาย
“อเล็กซ์ อย่าหลอกผมนะ ผมกลัว ผมรักคุณมากจนกลัวว่าเรื่องนี้มันจะเป็นแค่ความฝัน คุณจะเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น ผมไม่เคยมีอะไรที่สำคัญแล้วเป็นของผมมาก่อน”
“ผมเป็นของจริงนะเจด” อเล็กซิสพูดแล้วก็อึ้งไปนิดหนึ่งเมื่อเมื่อนึกถึงงานที่ทำอยู่ แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่าเป็นเหตุการณ์ที่แก้ไขไม่ได้ ต่อไปเขาต้องบอกความจริงกับเจดแน่
“สอบเสร็จแล้ว รอผม2-3วันนะแล้วผมจะพาคุณกลับบ้าน” เจดเงียบไปครู่หนึ่งเงยหน้ามองอเล็กซิส
“อเล็กซ์ ผมโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ผมไม่มีบ้านหรอกครับ ผมได้เรียนที่นี่ด้วยทุนของมหาวิทยาลัย นั่นทำให้ผมต้องทำงานพิเศษที่ห้องสมุดไงครับ” เจดพูดเสร็จก็ก้มหน้า
“คุณรังเกียจหรือเปล่า?” เจดถามต่อเสียงสั่นเมื่อเห็นชายหนุ่มนิ่งเงียบไป อเล็กซิสโอบกอดร่างบางไว้แน่น
“เจด ฟังผมให้ชัดนะ ผมรักคุณ ผมไม่สนใจหรอกเรื่องคุณจะเป็นใคร คุณเห็นความรักของผมเป็นอะไรไป?” หัวใจของชายหนุ่มเต็มตื้นไปด้วยความสงสาร จุมพิตที่เปลือกตาบางใส
“ดีเสียอีกที่คุณไม่มีใคร คุณจะได้เป็นของผมคนเดียวเท่านั้น”
เจดยิ้มอย่างมีความสุข เงยหน้าขึ้น “ผมรักคุณ อเล็กซ์” เจดยืดตัวขึ้นแตะริมฝีปากกับปลายคางของชายหนุ่ม เบียดร่างลงไป มือเล็กบางเอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อของชายหนุ่มอย่างใจกล้า แล้วสอดมือเข้าไป อเล็กซิสจับมือเจดไว้ทันที
“เจด อย่า...” เขาห้ามเสียงพร่า เจดชะงักอย่างไม่แน่ใจ
“ทำไมล่ะ? หรือคุณไม่ต้องการผม..” เสียงเจดขาดหายไป
“ไม่ใช่อย่างนั้นเจด แต่ช่วงนี้คุณต้องเตรียมตัวสอบนะ” อเล็กซิสรีบพูดขณะพยายามระงับอารมณ์รักที่เริ่มปะทุขึ้นมาอีก เจดค่อยๆดึงมือออกจากการยึดของอเล็กซิส ไล้มือกลับไปที่หน้าอกของชายหนุ่ม ขยับสะโพกเสียดสีไปกับหน้าตักของชายหนุ่ม เจดสบตาอเล็กซิสแววตาของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความรัก
“ผมไม่เป็นไร อเล็กซ์ ผมต้องการคุณ” อเล็กซิสครางอย่างยอมแพ้ ความตั้งใจดีปลิวหายไป เขาเอื้อมมือขึ้นแล้วก็ชะงัก
“ไม่ อเล็กซ์ อย่าขยับ” เจดห้ามก่อนลุกขึ้นถอดเสื้อผ้าของตนเองออกอย่างช้าๆ ปล่อยให้สายตาปรารถนาของชายหนุ่มลูบไล้ร่างเปลือยของเขา เพียงแค่นั้นก็ทำให้อารมณ์ของเจดร้อนรุ่ม สายตาของอเล็กซิสทวีความปรารถนามองร่างงดงามเบื้องหน้าพลางหายใจแรง เจดกลับขึ้นเตียงค่อยๆแนบร่างเปลือยเข้าหาชายหนุ่ม พรมจูบแล้วกัดเม้มไปที่ลำคอแข็งแรง ระหว่างที่ปลดกระดุมเสื้อของอเล็กซิสต่อ มือเรียวแยกสาปเสื้อออกแล้วแนบริมฝีปากไปที่ยอดอก เลียนแบบการกระทำของชายหนุ่มด้วยการไล้ลิ้นเล็กไปรอบๆ แล้วก็กัดเม้มด้วยฟันซี่เล็กๆ อเล็กซิสคราง
“เจด..คุณเป็น...นักเรียนที่เรียนรู้...เร็วมาก” เจดอมยิ้มอย่างลึกลับ ก่อนที่จะเลื่อนริมฝีปากลงลงมาที่หน้าท้องแข็งแรงของชายหนุ่ม มือเล็กๆ เริ่มปลดเข็มขัดออกอย่างงุ่มง่าม อเล็กซิสระงับความรู้สึกที่อยากเข้าช่วยกระตุกออก เมื่อเจดรูดซิปกางเกงลงเขาก็ช่วยยกสะโพกให้มือเล็กนั้นรูดกางเกงของเขาลงให้พ้นไป ทันทีที่เสื้อผ้าที่พันธนาการหลุดไป ความเป็นชายของเขาก็ดีดตัวขึ้นมา อเล็กซิสแยกต้นขาแข็งแรงออก เจดขยับเข้ามาคุกเข่าระหว่างต้นขาเขา ใช้สองมือประคองความแข็งแกร่งนั้นก้มหน้าลงไปลมหายใจร้อนผ่าวกระทบถูกส่วนสำคัญนั้น อเล็กซิสร้องครางด้วยความคาดหวัง
“อืมม์...” เจดแตะปลายลิ้นไปที่ส่วนยอด ลิ้นเล็กๆ ตวัดไล้วน ทำให้อเล็กซิสครางเสียงแผ่วทุ้มกำหมัดแน่นร่างเกร็งกระตุก เขาชันแขนยกตัวมองเห็นเจดอ้าปากดูดกลืนความเป็นชายของเขาเข้าไป แต่ความใหญ่โตของมันทำให้เจดกลืนไปได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น อเล็กซิสมองความเป็นชายเขาหายไปในปากของเจด ภาพนั้นทำให้เขาครางออกมา รู้สึกถึงปลายลิ้นสีชมพูที่กำลังไล้เลียอยู่
แม้จะด้อยประสบการณ์แต่เจดก็พยายามให้ความสุขแก่ชายหนุ่ม มือเล็กลูบไล้แผ่วเบาที่ความแข็งแกร่ง แล้วถอนริมฝีปากมาไล้ลิ้นเลียไปรอบปลายยอด อเล็กซิสครางจับศีรษะของเจดไว้
“เจดผมไม่ไหวแล้ว” เขาดึงส่วนสำคัญออกจากปากของเจดก่อนที่ตัวเองจะหมดความอดทน เจดนั่งมองชายหนุ่มพร้อมกับไล้ลิ้นน้อยๆเลียที่ริมฝีปาก แล้วก็ตาลายไปวูบหนึ่งเมื่ออเล็กซิสตวัดร่างเขาลงไปเบื้องล่างทันที อเล็กซิสยกสองขาเรียวของเด็กหนุ่มขึ้นใช้หมอนนุ่มๆ รองไปที่สะโพกบางนั้น ชายหนุ่มแยกต้นขาเจดออกคุกเข่าระหว่างต้นขาคู่นั้น เขาเลื่อนมือมาจับที่สะโพกบางไว้แน่นสบตาเจดที่รอคอยอย่างคาดหวัง แล้วแทรกกายเข้าไปอย่างรวดเร็ว

“อึ๊ก...อึ้....อา...” ชายหนุ่มโหมกระแทกเข้าไปอย่างหนักแน่นทุกจังหวะ ถอยกายออกมารุกเข้าไป อีกครั้งและอีกครั้ง ทวีจังหวะเร็วขึ้น

“อือ...อะ...อา...” เจดอ้าปากคราง ศีรษะสะบัดไปมาบนหมอน มือจับผ้าปูที่นอนเกร็งแน่น ต้นขาแยกออกกว้าง สะโพกบางสั่นไหวตามจังหวะรุนแรงของชายหนุ่ม และเจดกรีดร้องเมื่อจุดสุดยอดมาถึงหลั่งรินความปรารถนาออกมา แต่ชายหนุ่มยังแทรกกายเข้าออกอย่างต่อเนื่อง จนทำให้อารมณ์ของเจดเริ่มร้อนขึ้นอีกครั้ง อเล็กซิสหลงลืมตนไปกับความสุขจนแทบขยี้ร่างละมุนตรงหน้าให้ยับเยิน จนกระทั่งเวลาผ่านไปเนิ่นนาน เจดถึงจุดสุดยอดไปหลายครั้งจนทนไม่ไหว ช่องทางถูกเสียดสีจนระบม เขาครางออกมา

“อา... อเล็ก...อเล็กซ์ ...ผม..ผม..ไม่ไหว..แล..แล้ว”

เสียงหอบหายใจของอเล็กซิสหนักหน่วงขึ้น ความสุขทวีขึ้นจนทนไหว แล้วเขาก็แทรกกายเข้ามาเป็นครั้งสุดท้าย

“อ๊าาา......”
เจดเองก็กรีดเสียงร้องออกมาอีกครั้ง เมื่อสะโพกของอเล็กซิสกระแทกเข้ามาอย่างหักโหมเป็นครั้งสุดท้าย ฝังกายแนบแน่นลงไปหลั่งรินความร้อนผ่าวออกมามากมาย

“อึ้...อืม...เจ...เจด” อเล็กซิสอุทานออกมาก่อนจะทรุดกายลงอย่างหมดแรง หอบหายใจหนักเหมือนผ่านการวิ่งมาสัก 10 ไมล์ เจดเองก็รู้สึกเหมือนเดินทางผ่านห้วงอวกาศที่มีประกายระยิบระยับของดาวพร่าพรายเต็มไปหมด ความสุขเกิดขึ้นอย่างรุนแรงจนเด็กหนุ่มหมดสติไป

-----------------------------------

เจดเดินออกจากห้องสอบด้วยความรู้สึกมั่นใจ เขาเรียนจบแล้วเด็กหนุ่มคิดอย่างภาคภูมิใจ วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้าย พรุ่งนี้ก็เป็นวันแข่งกีฬาแล้ว งานนี้เป็นเหมือนการฉลองการสอบเสร็จเพื่อให้นักศึกษาได้ผ่อนคลายและจะจัดเพียงหนึ่งวันเท่านั้น หลังจากนั้นก็เป็นปิดเทอม ทุกๆปีจะมีคนภายนอกเข้ามาชมการแข่งขันมากมาย การแข่งเป็นเหมือนกับการเชื่อมความสัมพันธ์มากกว่าจะเป็นการแพ้ชนะ นักศึกษาแทบทุกคนจะมีส่วนร่วมในงานนี้

“เจด” เจดหันไปตามเสียงเรียก เขากำลังจะไปห้องสมุดเพื่อบอกลาอลิเซีย

“โจ” เจดทักแล้วมองโจอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นร่างใหญ่ข้างหน้าดูผอมลงไปมาก

“ไม่สบายหรือเปล่า? แล้วสอบเป็นไงบ้าง?” โจมองเห็นความเป็นห่วงจากเจดแล้วฝืนยิ้ม เจดดีกับเขามาตลอด ทำให้ระยะหลังเขาไม่ค่อยกล้าสู้หน้าเจดนัก เขาไม่อยากเห็นแววตานี้เปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริง

“ไม่เป็นไรหรอก แต่มีเรื่องขอร้องหน่อยนะ”

“ได้ซิ”

“พอดีมีของอยากฝากไว้หน่อย เป็นพวกอุปกรณ์กีฬาที่ใช้แล้วของชมรมนะ จะเอาไปบริจาคให้เด็ก แต่พอดีฉันต้องออกจากห้องพักพรุ่งนี้เลย ตอนนั้นแจ้งย้ายออกไว้ เลยไม่มีที่เก็บขอฝากไว้2-3วันแล้วจะมาเอานะ พอดีถามแอล คนดูแลหอพักเขายืดเวลาให้อีกไม่ได้นะ”

“อืมม์ ไม่เป็นไรฉันแจ้งย้ายออกไว้อีกอาทิตย์นึง นายอย่ามาเอาเกินเวลานั้นแล้วกันนะ”

“ได้ ขอบใจนะเจด ถ้าฉันไม่ต้องไปทำธุระก่อน ฉันคงจะหอบไปเลย คงไม่ต้องรบกวนนาย”

“โจ พูดอะไรอย่างนั้น แค่นี้ไม่ถือว่าเป็นเรื่องรบกวนหรอก ของอยู่ไหนล่ะ?”

“พรุ่งนี้ถึงจะเอาไปฝากไว้ที่ห้อง หลังงานแข่งกีฬานะ อ้อพรุ่งนี้ฉันเป็นตัวสำรองของทีมนะ อาจจะไม่ได้ลงก็ได้”

“อุตส่าห์ตั้งใจจะไปเชียร์” เจดหัวเราะ เขารู้ว่าโจเล่นกีฬาได้ดีโดยเฉพาะอเมริกันฟุตบอล ตำแหน่งของโจเป็นตัววิ่งเพราะเขาวิ่งได้เร็วทั้งที่ตัวใหญ่ ทำให้มีแรงปะทะมากต้องใช้ฝ่ายตรงข้ามไม่น้อยกว่า2-3คนถึงจะหยุดเขาได้

“พอดีข้อเท้าเจ็บนะ แต่ไปสิ เดี๋ยวฉันจะได้เอาของไปฝากนายตอนนั้นเลย” โจชวน

“ก็ได้ งั้นเจอกันพรุ่งนี้ที่สนามนะ”

“O.K. เจดแล้วเจอกัน” โจมองตามร่างบางนั้นไป แล้วพึมพำกับตนเอง ‘ขอโทษนะเจดฉันไม่อยากให้นายมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรอก แต่ฉันจำเป็น แค่ครั้งเดียวนะเจด’ โจรู้ว่าเจดดีกับเขามาตลอด ระยะหลังเมื่อเขาเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้เขาจึงห่างออกมา เขาไม่อยากให้เจดรู้ ถ้าเจดรู้คงจะเกลียดเขา เขาไม่อยากให้สายตานั้นเปลี่ยนไป เจดเป็นคนเดียวที่เขาแคร์และระวังที่จะไม่ให้เข้ามาข้องเกี่ยว เพียงครั้งนี้เท่านั้น!

---------------------------------------------

“อลิเซีย” เจดร้องทักเมื่อเข้าไปในห้องสมุด

“เจด ดีใจจริงที่มากำลังคิดถึงอยู่เชียว สอบเป็นไงบ้างจ๊ะ?”

“สบายมากครับ ผมมาลาครับอลิเซีย พรุ่งนี้วันแข่งกีฬาผมอาจไม่ได้แวะมา ผมไม่แน่ใจว่าคุณจะอยู่หรือเปล่า”

“อยู่จ๊ะ แต่หลังจากนั้นอาทิตย์นึงห้องสมุดจะปิดซ่อมบำรุงน่ะ เฮ้อ ! คงคิดถึงเธอแย่เลยนะจ๊ะนี่ หลังจากจบไปแล้วอย่าลืมแวะมาเยี่ยมบ้างนะจ๊ะ”

“ครับ ขอบคุณนะครับอลิเซีย สำหรับที่คอยช่วยผมมาตลอด” เจด กอดอลิเซียแน่น

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะพาเจดมาเยี่ยมคุณบ่อยๆ” เสียงดังมาจากด้านหลัง

“อเล็กซ์” เจดหันไปพบร่างสูงยืนอยู่ข้างหลัง แล้วก็เขินเมื่ออลิเซียทำตาโตมองทั้งคู่สลับไปมาก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อเข้าใจเรื่องทั้งหมด

“ดีจริง” เธออุทาน “ฝากเจดด้วยนะคะ”

“ครับผม” อเล็กซิส รับคำเสียงหนักแน่น ขณะที่เจดอายจนหน้าแดง

“อเล็กซ์ งานเสร็จแล้วหรือครับ” เจดหันมาทางชายหนุ่ม พลางเปลี่ยนเรื่องพูด

“เหลืออีกนิดหน่อยนะ พรุ่งนี้ก็คงเสร็จ”

“งั้นพรุ่งนี้ผมมาช่วยนะครับ”

“ไม่ต้องหรอก เจด พรุ่งนี้ผมจะมาที่ห้องสมุดแล้วคงอยู่นี่ทั้งวัน งานจะได้เสร็จ คุณมาเดี๋ยวผมวอกแวก เสียสมาธิหมด”

“อเล็กซ์” เจดอุทาน เมื่อคำพูดของอเล็กซิสทำให้เจดนึกถึงครั้งหนึ่งที่เขามาช่วยที่ห้องสมุด แล้วชายหนุ่มก็จุมพิตขอบคุณอย่างร้อนแรงจนทำให้อะไรอะไรเกือบเลยเถิดไป จนเกือบหาข้อแก้ตัวไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงอลิเซียร้องเตือนถึงเวลาปิดห้องสมุด

อเล็กซิสอมยิ้มอย่างไม่สนใจว่าคนได้ยินจะคิดยังไง หันกลับไปบอกลาอลิเซีย

“ไปก่อนนะครับ พรุ่งนี้คงต้องรบกวนอีกวัน” แล้วดึงร่างบางออกมา ทำให้อลิเซียมองตามอย่างขำๆ

“วันนี้ไปกินข้าวข้างนอกมั้ย? หรือจะไปที่คราวส์” อเล็กซิสถามร่างที่เดินมาข้างๆ เจดนิ่งคิด คราวส์ จุดชมวิวของเมืองหรือ ไม่เอาดีกว่าคราวก่อนอเล็กซิสพาเขาไปปิคนิคตอนเย็นที่นั่น เขาเกือบถูกปล้ำบนนั้นถ้าไม่มีคนอื่นเข้ามาเสียก่อน ที่ร้านอาหารน่าจะปลอดภัยกว่า เจดเลือก

“ร้านอาหาร” อเล็กซิสมองเจดอย่างรู้ทัน คิดในใจปล่อยไปก่อนแล้วกันเดี๋ยวพรุ่งนี้งานเสียหมด ชายหนุ่มคิดในใจก่อนจะตามใจร่างบางนั้น เจดยิ้มแล้วเงยหน้ามองอเล็กซิสช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาอเล็กซิสอยู่ข้างเขาตลอดเวลา คอยดูแลเขาทำให้เขามีความสุขมาก เจดกอดแขนของชายหนุ่มไว้แน่นถ้าเขาต้องสูญเสียอเล็กซิสไป เขาจะทำยังไง

อเล็กซิสก้มหน้าลงมอง แล้วแกล้งถอนใจก่อนถามเจด “กลับห้องดีกว่ามั้ง อย่างนี้นะ” เจดเงยหน้ามองอย่างงงๆ ก่อนจะเข้าใจเมื่อเริ่มเห็นแววปราถนาที่เริ่มจะคุ้นเคย รีบคลายแขนออกทันที แล้วบอกเสียงเข้ม

“ร้านอาหาร” ก่อนเดินนำหน้าไป ทิ้งให้อเล็กซิสหัวเราะตามหลัง

--------------------------

วันแข่งกีฬา

อเล็กซิสใช้กล้องส่องดูสภาพของสนามกีฬาโดยรอบจากห้องเอกสารฯ เขาสบถในลำคอเมื่อเห็นคนจำนวนมาก อย่างนี้ถ้าหาไม่เจอจะทำยังไง ตำรวจที่เฝ้าดูทางเข้าออกก็ยังไม่เห็นโคลแมนเข้ามาเลย อเล็กซิสคิด แต่เกมฟุตบอลเริ่มแล้วมันต้องเข้ามาแล้วแน่ๆ เพราะเกมดึงคนเข้ามาดูที่สนามจำนวนมาก คนที่เมืองนี้ก็บ้าอเมริกันฟุตบอลไม่แพ้เมืองไหนๆ เหมือนกัน ทำให้ตอนนี้อเล็กซิสต้องกวาดสายตาไปรอบๆ อย่างระมัดระวังมากขึ้น ด้วยความกลัวว่าจะเผลอละเลยจุดเล็กๆน้อยๆไป เขาต้องการเพียงรูปถ่ายการส่งมอบของ เพื่อเป็นหลักฐานเท่านั้น การจับกุมเป็นหน้าที่ของตำรวจท้องที่ ซึ่งคงต้องระมัดระวังเพราะคนมากเหลือเกิน
อเล็กซิสหยุดกล้องไว้ ในที่สุดก็โผล่หัวออกมา เขาเห็นโคลแมนแล้ว เขาหยิบวิทยุรายงาน

‘ผมเห็นเขาแล้ว เป้าหมาย 1 แล้วคนคุ้มกันอีก 2 มีกระเป๋าใบใหญ่มา 2 ใบ สีดำเหมือนกระเป๋านักกีฬา สินค้าน่าจะอยู่ในนั้น ’

‘บอกตำแหน่ง’

‘กำลังเดินไปที่อัฒจรรย์ด้านซ้าย’

‘เห็นผู้ติดต่อหรือยัง’

‘ยัง เขาเดินไปนั่งบนอัฒจรรย์แล้ว ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง แล้วจะติดต่อใหม่’

อเล็กซิสรอสักครู่เห็นนักกีฬาคนหนึ่งเสื้อสีขาว-น้ำเงิน เบอร์ 88 ถือกระเป๋าใบหนึ่งไปด้วย แล้วทรุดตัวนั่งข้าง เขาสบถในใจนักศึกษาจะไปเอาเงินที่ไหนมาซื้อสินค้าต้องมีคนอยู่เบื้องหลังอีกแน่ เขารายงานความเคลื่อนไหวเข้าไปอีกรอบ คราวนี้ทางนั้นเงียบไปชั่วครู่ ก่อนตอบกลับมา

‘เปลี่ยนแผน เราต้องการตัวคนซื้อตัวจริง ปล่อยให้แลกเปลี่ยนสินค้าไปก่อน ทางผมจะรวบตัวโคลแมนตอนออกมาจะได้ไม่ต้องระวังลูกหลงไปถูกผู้คนด้วย คุณตามคนซื้อไปดูว่าเขามอบของให้ใคร’

‘ตกลง เตรียมตัวได้ มันลุกขึ้นแล้วไปทางซ้าย ผ่านสวนดอกไม้ กำลังเดินออกประตูหลังมหาวิทยาลัยไป ทางคุณพอดี’

‘O.K. เราเห็นเป้าหมายแล้ว เลิกกัน’
อเล็กซิส วกกล้องกลับมาที่คนซื้อ ยังอยู่ที่เดิมเหมือนกำลังรอใคร เขาจ้องไม่วางตาหรือจะเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังอีกที อเล็กซิสเฝ้าดูอย่างระวัง

“เจด ฉันอยู่นี่” เจดเงยหน้าขึ้นไปแล้วก้าวขึ้นไปบนอัฒจรรย์

“นายไม่ได้ลงจริงๆด้วย เจ็บข้อเท้ามากเลยหรือ”

“ไม่มากหรอก ถึงยังได้นั่งเป็นตัวสำรองใส่เสื้อเบอร์ 88 นี่ไง” เจดยิ้มแล้วนั่งดูฟุตบอลต่อ จนจบควอเตอร์ที่สองและเป็นการพักครึ่งเวลาพอดี ทีมของโจยังตามคู่แข่งอยู่ 14-7 กลางสนามเริ่มมีการแสดงโชว์ของบรรดาปอม ปอม เกิร์ล

“ถ้านายลงได้ก็ดีสิ สถานการณ์คงเปลี่ยน” เจดพูด

“นายเชื่อฝีมือฉันขนาดนั้นเชียว” โจพูด

“เชื่อสิ นายอาจจะทำอะไรไม่ได้หลายอย่าง แต่ไม่ใช่กับอเมริกันฟุตบอล ฉันรู้ว่านายเก่ง”

“ขอบใจ แต่ไม่เป็นไร พอเริ่มครึ่งหลัง ควอเตอร์ที่สาม คราวนี้ทีมฉันเป็นฝ่ายบุกก่อนนะ แค่ทัชดาวน์เดียวก็ตามทันแล้ว” แล้วโจก็เปลี่ยนเรื่อง

“เอ่อ ตอนนี้พักครึ่งอยู่ฉันเอาของไปไว้ที่ห้องนายก่อนได้มั้ย พอเลิกอาจต้องไปกับเพื่อนต่อ”

“ได้สิ ไปเลยก็ได้ ของอยู่ไหนล่ะ” เจดตอบพลางลุกขึ้น

“อยู่นี่ไง” ชี้ไปที่กระเป๋าใบใหญ่ 2 ใบข้างๆ แล้วลุกขึ้นถือ

“ชั้นช่วยใบหนึ่ง” เจดเอื้อมมือออกไป

“ไม่ต้อง นายตัวแค่นี้ถือไม่ไหวหรอก มันหนักเดี๋ยวหล่นลงไปไม่ถึงมือเด็กๆ กันพอดี” เจดหัวเราะพลางบ่น

“ดูถูกกัน ฉันไม่ได้ตัวเล็กมากอย่างนั้นสักหน่อย” แล้วเดินลงจากอัฒจรรย์

อเล็กซิสวางกล้องในมืออย่างอ่อนแรง เจดหรือ เจดเข้ามาเกี่ยวข้องอะไรด้วยหรือเปล่า นี่ต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดแน่ๆ เขาสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงวิทยุ

‘เป้าหมายที่นี่ถูกจับแล้ว ทางคุณล่ะ’

‘เขาออกจากสนามกีฬาแล้ว ตรงไปที่หอพักนักศึกษา ผมจะรอดูสักพัก’ อเล็กซิสตอบ

‘ตกลง ระวังสินค้าเปลี่ยนมือด้วย’

‘เขาออกมาแล้ว ไม่มีของออกมาด้วยคงอยู่ข้างใน ผมจะเข้าไปดู’ อเล็กซิสเก็บกล้อง เมื่อมองเห็นเจดกับโจเดินออกมาด้วยกันอีกครั้ง

‘ตกลง’

หลังจากรอให้เจด และโจเดินออกจากหอพัก อเล็กซิสก็ออกจากห้องสมุด เขาสอบถามคนดูแลหอพักเพียงเล็กน้อยก็รู้ว่าโจก็พักที่หอเกรย์ เพียงแต่คนละชั้นกับเจดเท่านั้น และโจไม่ได้กลับมาที่หอพักมาหลายวัน ทำให้อเล็กซิสไม่เคยพบหน้าโจเลย นอกจากนี้พรุ่งนี้โจก็ต้องย้ายออกแล้ว แสดงว่าจะต้องมีการส่งมอบของต่อภายในวันสองวันนี้แน่ อเล็กซิสใช้กุญแจผี เปิดเข้าไปในห้องโจอย่างระวัง กวาดสายตาไปรอบๆ เริ่มค้นหา เขาไม่พบอะไรที่ผิดปกติ และก็ไม่พบกระเป๋า 2 ใบนั่นด้วย อเล็กซิสรู้สึกวูบในใจอย่างประหลาดก่อนออกจากห้องโจ เขาเดินกลับไปที่ห้องเจดพร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้ง

เขาเปิดประตูเข้าไป กวาดสายตาค้นหากระเป๋าแล้วก็พบมันถูกวางไว้ที่ใต้เตียงทั้ง 2 ใบ เขาเปิดออกดู แล้วก็เม้มริมฝีปากแน่นอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ เมื่อพบเฮโรอีนบริสุทธ์จำนวนหลายสิบกิโลกรัมถูกซุกซ่อนอยู่ภายใต้เครื่องกีฬาเก่าๆ ทั้งสองกระเป๋า เขารูดซิบเก็บกระเป๋าไว้ที่เดิม แล้วรอ

ค่ำแล้ว เจดคิดถึงอเล็กซิสงานเสร็จหรือยังนะ เขาแวะไปหาที่ห้องสมุดกลับพบว่าเขาออกมาตั้งแต่บ่าย คงไปหาโปรเฟสเซอร์ทิลล์ล่ะมั้ง เขาเปิดประตูห้องเข้าไปแล้วเปิดไฟ หันกลับมาก็ต้องสะดุ้ง แล้วยิ้มอย่างดีใจ

“อเล็กซ์ ทำไมนั่งอยู่มืดๆล่ะครับ?” เขาทักโดยไม่ทันสังเกตสีหน้าของชายหนุ่ม

“เจด คุณไปไหนมา?” อเล็กซิสถามเสียงเย็นชา

“ผมไปดูกีฬากับเพื่อนมา แล้วไปหาคุณที่ห้องสมุด แต่อลิเซียบอกว่าคุณออกมาตั้งแต่บ่าย งานเสร็จแล้วหรือครับ”

“ยัง มีเรื่องต้องทำต่อ” เจดมองอย่างสงสัยเมื่อเห็นทีท่าของอเล็กซิสแปลกไป

“อเล็กซ์ เป็นอะไรไป?” เจดสบสายตาเขาแล้วก็ใจหายเมื่อเห็นความเย็นชา ที่มองมาที่เขาเหมือนเป็นคนแปลกหน้า

“อเล็กซ์ เกิดอะไรขึ้น?” ชายหนุ่มยังนั่งนิ่งอยู่ก่อนถาม

“เจดคุณมีเรื่องที่ปิดบังผมอยู่หรือเปล่า?”

“หมายความว่ายังไง?” เจดไม่เข้าใจความหมาย

“ผมหมายถึงเรื่องที่คุณมีความลับกับผม ผมสามารถช่วยคุณได้นะ เพียงแต่คุณพูดออกมา เราจะช่วยกันแก้ปัญหา คุณเชื่อใจผมได้”

“อเล็กซ์ คุณพูดอะไร? ผมไม่รู้เรื่อง” ถอยหลังพร้อมกับยกมือกอดอกตัวเองอย่างปกป้องเมื่อเห็นท่าทีแข็งกร้าวนั้น เกิดอะไรขึ้นกับอเล็กซิส สีหน้าและแววตาคุกคามอย่างนี้เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
อเล็กซิสยืนนิ่งขึงเมื่อได้ยินคำปฏิเสธนั้น เขามองเจดอย่างผิดหวัง

“ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่มีอะไร ผมเหนื่อยจะอาบน้ำก่อนนะ” อเลกซิสคว้าผ้าเดินเข้าห้องน้ำ เปิดฝักบัวอย่างแรงแล้วยืนสงบสติอารมณ์

‘เจด ผมจะทำยังไง? ’ เขาคิดอย่างเจ็บปวดความรักกับหน้าที่ เขาจะเลือกอะไร

อเล็กซิสเดินออกมาจากห้องน้ำ เดินผ่านเจดที่ยังยืนนิ่งอยู่กลางห้องไปเขาทิ้งตัวลงนอนหันหลังให้เจดเป็นครั้งแรก เจดถอยหลังไปนั่งที่เก้าอี้ ยกเข่าขึ้นมานั่งกอดไว้ร่างเล็กรู้สึกถึงความเหน็บหนาวจนพยายามให้ความอบอุ่นแก่ตนเอง ในใจของเจดเจ็บปวดยิ่งนัก

เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา? เกิดอะไรขึ้นกับอเล็กซิส? เขาถึงเปลี่ยนไป เจดหลับตาสะอื้นเมื่อคิดถึงแววตาที่เย็นชานั้น หรือพอสมหวังแล้วอเล็กซิสก็หมดรักเขาแล้ว เขาปิดริมฝีปากไว้แน่น เพียงแค่คิดเจ็บร้าวไปหมด เจดซบศีรษะลงกับเข่าร้องให้อย่างเงียบๆ

อเล็กซิสนอนฟังเสียงสะอื้นนั้น สะกดความรู้สึกอยากปลอบโยนไว้จนกระทั่งลมหายใจนั้นแผ่วเบาสม่ำเสมอขึ้นเขามองไปที่เด็กหนุ่ม ลุกขึ้นอุ้มร่างบางมาที่เตียงวางลงอย่างนุ่มนวล เขาจะต้องกันเจดออกจากเรื่องนี้ เขาคาดว่าเจดอาจทำเพียงเพราะต้องการเงินเท่านั้นไม่น่ามีเหตุผลอื่น แต่โทษของการค้ายาเสพติดในรัฐนี้รุนแรงนัก เขาทนเห็นเจดรับโทษไม่ได้แต่ก่อนอื่นต้องดูว่าคนซื้อที่อยู่เบื้องหลังเป็นใคร เขาคงต้องออกจากสถานการณ์นี้แล้วซุ่มดูสักพัก

เจดลืมตาตื่นขึ้นมา มองไปรอบห้องอเล็กซิสไม่อยู่แล้ว เจดใจหายวูบตั้งแต่ที่ชายหนุ่มดึงดันจะมาค้างด้วย เขาไม่เคยออกไปโดยไม่ลา แล้วเช้านี้ล่ะ เจดหันไปมองข้าวของส่วนตัวบางชิ้นของเขายังอยู่ แล้วจึงเห็นโน๊ตวางอยู่ข้างๆหมอน

‘ผมไปทำงาน รอผม 2-3 วันนะจะรีบกลับมา ผมรักคุณ’

เจดกอดโน๊ตแผ่นนั้นไว้กับอกยิ้มทั้งน้ำตา กระซิบกับความว่างเปล่า

‘ผมจะรอ ผมก็รักคุณ’

---------------------------

“เจด คุณจะต้องออกจากหอพักแล้วนะครับ เลยเวลาที่คุณแจ้งย้ายออกมา 2 อาทิตย์แล้ว” แอล คนดูหอพักบอกกับเด็กหนุ่ม เขารู้ว่าร่างบางตรงหน้ากำลังรอใครสักคน เพราะทุกวันจะไม่เคยออกจากหอพักไปไหน นอกจากจะออกไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้สายตาจับจ้องทางเข้าด้วยความหวัง แต่ใครคนนั้นก็ไม่มาสักที เจดสบตาที่มองมาอย่างเห็นใจ เขารู้วาแอล อนุโลมกับเขามากเป็นพิเศษแล้ว

“ถ้าคนที่จะเข้ามาอยู่แทนคุณไม่แจ้งเข้ามา ผมจะให้คุณอยู่ต่อไปก่อนก็ได้ครับ แต่นี่เขาแจ้งมาแล้ว” แอลบอก

“ขอบคุณครับ แอล ผมจะไปวันพรุ่งนี้” เจดตัดสินใจบอกแล้วก็แทบขาดใจ เลยเวลามานานมากแล้ว อเล็กซิสก็ยังไม่กลับมา

ทำไม? เจดถามในใจ คำพูดที่เคยกระซิบบอกเขาครั้งแล้วครั้งเล่าเป็นเพียงคำโกหกหลอกลวงงั้นหรือ ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความต้องการทางร่างกาย ไม่มีอะไรสำคัญเลยใช่ไหม หรือป่านนี้เขาคงนั่งหัวเราะอยู่กับใครคนอื่นอยู่หรือเปล่า เจดคิดอย่างเจ็บปวดใจ

เจดคิดถึงอลิเซีย เมื่ออลิเซียรู้เรื่องนี้เมื่ออาทิตย์ก่อนเธอได้ลงทุนไปถามหาอเล็กซิสกับโปรเฟลเซอร์ทิลล์ แต่แล้วกลับมาบอกอย่างเจ็บแค้นว่า อเล็กซิสลาออกไปตั้งแต่มหาวิทยาลัยปิด ทำไมอเล็กซิสถึงโกหกเขาว่าจะไปทำงาน หมายความว่าเขาตั้งใจจะไปตั้งแต่ตอนนั้นหรือ ทำไมถึงบอกให้เขารอ เจดแทบขาดใจเมื่อได้คำตอบนั้น

อลิเซียบอกให้เจดลืมเสีย มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกนะ

เจดมองไปทั่วห้อง เขาอยู่ที่นี่เพราะความทรงจำที่แสนหวานระหว่างเขากับอเล็กซิส แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไป ไม่มีอีกแล้ว ไม่มีอเล็กซิสอีกต่อไป

คืนนั้นเจดนอนร้องให้ หัวใจของเขาแตกสลาย เจดรู้มันจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีก ยามเช้าได้มาถึงพร้อมกับความหวังที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดวูบสลายไป

ตอนนี้เขาอยู่เพียงตัวคนเดียว ไม่มีใครอีกแล้ว

TBC

jade1

By SF


“สวัสดีครับ ผมขอรบกวนเวลาสักครู่”
เสียงทุ้มที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบ ทำให้อลิเซีย บรรณารักษ์สาวใหญ่ของห้องสมุดประจำมหาวิทยาลัย เงยหน้าขึ้นจากการตรวจเช็คหนังสือตรงหน้า แล้วก็ต้องชะงักพร้อมกับห่อปากอุทานในใจอย่างทึ่งๆ กับรูปลักษณ์ของชายหนุ่มร่างสูงผมดำตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยปากถาม
“มีอะไรให้ช่วยหรือคะ” ท่าทีของอลิเซียทำให้ดวงตาสีเทาคมกริบ ภายใต้คิ้วเรียวได้รูปของชายหนุ่ม ทอประกายขำขันเล็กน้อย
“ผมชื่ออเล็กซิส เดเวอโรครับ เป็นผู้ช่วยของโปรเฟสเซอร์ทิลล์ มาขออนุญาตค้นข้อมูลที่ห้องเอกสารอ้างอิงนะครับ”

“ขอดูบัตรประจำตัวหน่อยค่ะ”
“ผมยังไม่ได้บัตรค เพิ่งเข้ามาช่วยโปรเฟสเซอร์ทิลล์ไม่นานนัก นี่เป็นจดหมายจากโปรเฟสเซอร์ทิลล์ครับ” อเล็กซิสยื่นจดหมายให้ หลังจากตรวจสอบและโทรศัพท์เช็คสักครู่ เธอก็เงยหน้าขึ้นยิ้มพร้อมกับอธิบาย

“ห้องนี้มีเอกสารอ้างอิงที่สำคัญ เลยให้เฉพาะระดับอาจารย์และผู้ที่ขออนุญาตพิเศษเข้าน่ะค่ะ เลยต้องตรวจสอบนิดหน่อย”
“ไม่เป็นไรครับ”

“เดือนนี้นกศึกษาที่ดูแลห้องเอกสารเป็น...เอ่อ...เจด....เดี๋ยวดิฉันจะให้เจดเปิดห้องให้นะคะ คุณจะมาใช้นานแค่ไหนคะ” บรรณารักษ์สาวใหญ่ถามหลังจากดูตารางการทำงานบนโต๊ะ
“คิดว่าคงใช้เวลาประมาณสองสามอาทิตย์ ก็คงถึงช่วงปิดเทอมพอดีน่ะครับ แต่ผมคงมาใช้เฉพาะในช่วงเย็นของทุกๆ วัน”
“งั้นวันต่อไปคุณมา ดิฉันจะให้เจดเปิดประตูให้เลยนะคะ” แล้วเธอก็ร้องเรียกเจดเบาๆ
“เจด! เจดมานี่เดี๋ยวนึงจ้ะ”
"ครับ อลิเซีย” เสียงใสนุ่มนวลตอบรับมาจากชั้นเก็บหนังสือที่ถูกส่งมาซ่อมแซมทางด้านหลัง พร้อมกับใบหน้าเรียวได้ที่โผล่ออกมา ดวงตาเขียวใสเหลือบมองไปชายหนุ่มร่าวสูงที่ยืนอยู่หน้าเคาเตอร์อย่างสงสัยแวบหนึ่ง
“เจด คุณเดเวอโรจะมาใช้ห้องเอกสารอ้างอิงประมาณสองอาทิตย์ เจดไปเปิดประตูให้นะจ้ะ อ้อ! แล้วก็คอยช่วยคุณเดเวอโรด้วยนะ” อลิเซียบอกรวดเดียวจบ ก่อนจะหันไปยุ่งกับงานตรงหน้าต่อ เจดหันมา ริมฝีปากบางแดงระเรื่อคลี่ยิ้มให้อเล็กซิส
“สวัสดีครับคุณเดเวอโร ตามผมมาทางนี้ครับ” รอยยิ้มแจ่มใสนั้นทำให้สายตาของชายหนุ่มก็ถูกตรึงให้หยุดชะงักกับที่จนเกือบจะลืมก้มศรีษะรับคำทักทาย ขณะที่ร่างโปร่งบางของเด้กหนุ่มขยับเดินออกมาจากเคาเตอร์
เจดเดินนำไปไม่กี่ก้าว แล้วก็รู้สึกแปลกใจเมื่อไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตามจึงหันกลับมาอย่างไม่ทันระวัง ทำให้ร่างบางชนโครมเข้ากับอกกว้างของอเล็กซิสที่เดินตามมาเงียบๆ เจดแทบหงายหลังขณะที่ร่างสูงรีบคว้าเอวของเด็กหนุ่มดึงไว้อย่างรวดเร็ว

"อุ๊บส์" เสียงใสอุทานอย่างตกใจแล้วรีบยกมือปิดปากเพราะกลัวรบกวนคนอื่นในห้องสมุด ทำให้อเล็กซิสยิ้มอย่างเอ็นดู ร่างบางเงยหน้าสบตาอเล็กซิสแล้วก็อุบอิบขอโทษ
“ขอโทษครับ พอดีผมไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าคุณเดินตามมา”
“มีคนเคยบอกผมเหมือนกันว่าฝีเท้าเบาอย่างนี้ แต่ก่อนต้องเป็นนักย่องเบาแน่ๆ” อเล็กซิสล้อเลียน พร้อมกับรับรู้ถึงโครงร่างบอบบางนุ่มนวลและกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนผมของร่างในอ้อมแขน
เจดสบตาคมคู่นั้นแล้วก็หน้าแดง รีบหมุนตัวออกอ้อมแขน เดินนำไปที่ห้องเอกสารฯ เมื่อไขกุญแจเปิดห้องแล้วจึงหันมาเชิญอเล็กซิส ร่างสูงเดินเข้าไปในห้องกวาดสายตามองรอบๆ อย่างพิจารณา ก่อนเดินไปที่หน้าต่างสุดมุมห้องแล้วเปิดม่านออกดู เจดเดินตามเข้ามาพลางยิ้ม เมื่อเห็นอเล็กซิสมองออกไปข้างนอก
“ห้องนี้เป็นห้องเดียวในมหาวิทยาลัยนะครับ ที่มองเห็นสนามกีฬาได้ทั้งสนาม นอกจากนี้ยังมองเห็นหอพัก และสวนดอกไม้ที่ประตูเข้าออกด้านหลังมหาวิทยาลัย แถมยังรวมบริเวณรอบๆอีกเพราะหน้าต่างเป็นกระจกถึง 3 ด้าน น่าเสียดายที่มาใช้เป็นห้องเก็บเอกสารฯ เสียนี่”
“นั่นสิ ไม่งั้นเวลาแข่งกีฬาก็ขึ้นมาดูบนนี้สบายเลย ไม่ต้องเบียดกับใคร” อเล็กซิสพูดดักคอ ทำให้เจดอมยิ้มแล้วกล่าวว่า
“คุณเดเวอโรเชิญตามสบายนะครับ เดี๋ยวผมขอตัวไปช่วยอลิเซียก่อน”
“อืมม์ ขอบคุณมากนะเจด” อเล็กซิส มองประตูที่ปิดตามหลังเจดอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเดินไปดูพบว่าสามารถล็อคจากข้างในได้เขาก็ยิ้มอย่างพอใจ

อลิเซียเงยหน้าขึ้นมามอง เมื่อเจดเดินกลับไปช่วยตรวจเช็คกองหนังสือต่อ จนกระทั่งเสร็จเรียบร้อย
“งานตรงนี้ไม่มีอะไรแล้วนะเจด เดี๋ยวกลับไปช่วยคุณเดเวอโรก็ได้”
“ผมช่วยอลิเซียเก็บหนังสือก่อนดีกว่าครับ ใกล้ปิดเทอมแล้วเดี๋ยวเคลียร์หนังสือไม่ทันนะครับ”
"ขอบใจนะจ๊ะ ดีนะเนี่ยที่คราวนี้เจดมาทำงานพิเศษที่นี่ไม่งั้นฉันต้องแย่แน่ๆ แปลกนะยังเด็กอยู่กลับชอบมาเก็บตัวอยู่ในห้องสมุด ทุกปีจะไม่ค่อยมีนักศึกษาคนไหนสมัครใจมาทำงานพิเศษที่นี่เลย มีแต่ไปทำงานอย่างอื่นกันหมด”
“ผมชอบอ่านหนังสือน่ะครับ”
“หึ ตอบสมกับเป็นนักเรียนทุนเหรียญทองเลย” แล้วเปลี่ยนเรื่องพูด
“คุณเดเวอโรนี่หล่อมากนะ บุคลิกดีมากเลยนะ แหมไม่น่าเชื่อว่าจะมาเป็นผู้ช่วยของโปรเฟสเซอร์ทิลล์”
จริงอย่างที่อลิเซียพูด เจดนิ่งเมื่อนึกถึงใบหน้าคมเข้ม ผมสีดำสนิท คิ้วเรียวได้รูปและตาสีเทาคมกริบของอเล็กซิส เด็กหนุ่มหน้าแดงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงแขนแข็งแรงที่รวบตัวเขาไว้จนเขารู้สึกถึงรูปร่างของชายหนุ่มที่สูงใหญ่กว่าเขามาก ช่วงไหล่และแผ่นอกกว้างเหมือนคนที่ออกกำลังสม่ำเสมอ แถมหน้าตาก็ไม่น่าเหมือนกับคนที่จมอยู่กับงานในห้องแล็ปของโปรเฟสเซอร์ทิลล์เลย
“เฮ้..เจด เหม่อเชียวนะคิดถึงหนุ่มหล่อหรือไง” อลิเซียล้อเลียนทำให้เจดสะดุ้งเพราะกำลังคิดอย่างนั้นจริงๆ
“ผมไม่คุยแล้ว เดี๋ยวงานไม่เสร็จ” เจดรีบเปลี่ยนเรื่องแล้ว หอบกองหนังสือเดินไปเช็คด้านหลังทันที ทำใหอลิเซียหัวเราะตามหลังอย่างเอ็นดู

------------------------------


เจดวิ่งออกจากหอพัก วันนี้เขาสายมากแล้ว เป็นเพราะวิชาสุดท้ายที่เรียนวันนี้ปิดคอร์ส และจะหยุดให้นักศึกษาเตรียมอ่านหนังสือก่อนสอบ เลยมีคนซักถามอาจารย์มากจนเลิกช้ากว่าปกติ
“เจด” เจดชะงัก หันไปเมื่อได้ยินเสียงเรียก แล้วยิ้มรับ
“คุณเดเวอโรวันนี้ไม่ไปห้องสมุดหรือครับ”
“กำลังจะไป พอดีเดินผ่านทางนี้เลยแวะดูสนามกีฬาน่ะครับไม่คิดว่าจะเจอคุณ แล้ววันนี้เจดไม่ไปห้องสมุดหรือ”
“กำลังจะไปเหมือนกันครับ วันนี้เลิกเรียนช้าป่านนี้อลิเซียนั่งจัดหนังสือแย่แล้ว ยิ่งไม่ค่อยมีคนช่วยอยู่”
“ไม่เป็นไรมั้ง วันนี้ถ้างานไม่เสร็จผมรับจ้างอยู่ช่วยก็ได้นะ” อเล็กซิสอาสา เพราะความจริงแล้วเขาอยากอยู่ดูหน้าหวานๆ นี่ให้นานอีกหน่อย
“จริงหรือครับ แหมผมไม่มีเงินพอจ้างคุณหรอก” เจดพูดแล้วหัวเราะเบาๆ เมื่อคิดว่าชายหนุ่มล้อเล่น
“ใครบอกว่าจะเป็นเงินล่ะ แค่อาหารเย็นสักมื้อ หรือช่วยผมค้นเอกสารสักชั่วโมงก็ได้” ชายหนุ่มพูดแล้วมองเจดด้วยสายตาที่ทำให้เจดถึงกับหน้าแดงรีบเมินหน้าหนี ไม่กล้าพูดอะไรต่อ
เจดเปิดประตูห้องสมุดแล้วขอโทษอลิเซียที่มาช้า เธอยิ้มแล้วมองทั้งคู่ ตลอดเวลาที่ผ่านมาอลิเซียไม่เคยเห็นเจดยิ้มและหัวเราะบ่อยอย่างนี้มาก่อน จากที่ทำงานด้วยกันมาระยะหนึ่งทำให้อลิเซียรู้จักเจดดีขึ้น เจดเป็นเด็กที่เติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่เป็นเด็กที่เรียนดีและขยันทำให้ได้รับทุนเรียนและก็พาสชั้นขึ้นมาได้เรื่อย จนกระทั่งสามารถเข้าเรียนที่นี่ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของรัฐและกำลังจะจบด้วยอายุเพียง 20 ปี อลิเซียรักและเอ็นดูเจดมากจึงค่อนข้างพอใจที่เห็นอเล็กซิสทำให้เจดมีความสุข และหวังว่าอเล็กซิสจะอยู่เป็นผู้ช่วยโปรเฟลเซอร์ทิลล์ไปนานๆ
เจดมองรายการหนังสือในมือแล้วมองดูชั้นหนังสือ ‘ใครเอาไปไว้บนนั้นกันนะ’ ร่างบางคิดอย่างโมโหเล็กน้อย เมื่อเห็นหนังสืออยู่ผิดที่ผิดทาง ปกติแล้วในห้องเก็บเอกสารนี้จะไม่อนุญาตให้เก็บหนังสือเองเพราะกลัวว่าจะเก็บผิดที่ผิดทางแล้วยากแก่การค้นหา
เด็กหนุ่มเลื่อนบันไดมาพร้อมกับปีนขึ้นไป ค่อยๆ รื้อหนังสือออกมากองใหญ่ แต่ขณะที่กำลังจะปีนลง ร่างบางก็ชะงักอย่างตกใจเมื่อบันไดเริ่มโงนเงน น้ำหนักหนังสือยิ่งทำให้เจดทรงตัวไม่ดี
“ระวัง!” เสียงอุทานอย่างตกใจดังลั่นมาจากด้านหลัง พร้อมกับที่ร่างบางเริ่มเสียหลัก
โครม ! ! ! !
หนังสือหล่นกระจายแทบเท้า ขณะที่อเล็กซิสรวบเอวบางไว้ได้ทันก่อนที่จะร่วงตามลงมา เจดกอดคอชายหนุ่มแน่นอย่างตกใจ
“เจด ไม่เป็นไรนะ” ร่างสูงถามเบาๆ กระชับอ้อมแขนแน่นเข้าเล็กน้อย เจดพยักหน้าเล็กน้อย ทำให้ปอยผมสีน้ำตาลนุ่มสวยเคลียอยู่ข้างแก้มของอเล็กซิส จนชายหนุ่มเผลอสูดลมหายใจลึก เจดกระซิบเมื่อความเขินอายเริ่มเข้ามาแทนที่ความตกใจ
“เอ่อ..ผมไม่เป็นไรแล้วครับคุณเดเวอโร ปล่อยผมเถอะครับ” มือเล็กค่อยๆ ขยับดันตัวออกเมื่อรู้สึกว่าอเล็กซิสชักจะกอดเขาไว้แน่นเกิน ชายหนุ่มค่อยวางปล่อยร่างในอ้อมแขนลง เจดเงยหน้าขึ้นยิ้มขณะจะขอบคุณแล้วก็ชะงักเมื่อสบตาสีเทาคมกริบ
อเล็กซิสก้มหน้าลงช้าๆ อย่างเผลอตัว เมื่อดวงตาสีเขียวใสหลบลงอย่างเขินอาย

“ตายจริง! นี่เกิดอะไรขึ้น...” อลิเซียอุทานเมื่อเห็นกองหนังสือเกลื่อนพื้น เสียงนั้นทำให้ชายหนุ่มชะงัก เจดหน้าแดงเรื่อ รีบก้าวออกไป
“ขอโทษครับอลิเซีย พอดีผมพลาดตกบันได หนังสือเลยหล่นลงมาแล้วผมจะรีบเก็บครับ”
“แล้วเจ็บตรงไหนหรือเปล่าจ้ะ” อลิเซียถามอย่างเป็นห่วง
“ไม่ครับ พอดีคุณเดเวอโรช่วยทัน” อลิเซียมองหน้าแดงเรื่อของเจดอย่างแปลกใจ แต่ก็ไม่พูดอะไรขณะตรงเข้ามาช่วยเก็บ หลังจากนั้นเจดค่อยๆ หอบหนังสือมาเก็บเข้าชั้นพร้อมกับแอบเหลือบตามองไปทางชายหนุ่มที่หันค้นเอกสารต่อด้วยท่าทางเรื่อยๆ ตามสบายของเขา แล้วร่างบางก็ถอนใจเบาๆ เมื่อครู่คงไม่มีอะไร เขาคงคิดมากไปเอง

---------------------------------

“คุณเดเวอโรครับ ห้องสมุดจะปิดแล้วนะครับ” เย็นของวันศุกร์ เจดเปิดประตูห้องเอกสารเข้ามาเตือนอเล็กซิส ชายหนุ่มหันหน้าจากหน้าต่างพร้อมกับยิ้มรับร่างบางอย่างอ่อนโยน
“ครับ เดี๋ยวผมขอเก็บเอกสารสักครู่”
“ผมจะรออยู่ที่ประตูใหญ่นะครับ”

อเล็กซิสมองตามหลังเด็กหนุ่ม เขารู้สึกผูกพันกับเจดมากขึ้นทุกวัน บางวันที่ไม่ต้องทำงานแต่เขาก็มาที่ห้องเอกสารนี้เพียงเพื่อจะได้พบหน้าเจดเท่านั้น เจดน่ารัก อ่อนโยน และไม่ค่อยพูดนัก จึงมักจะเป็นฝ่ายนั่งฟังเงียบๆ
ระยะแรกเพียงแค่ได้มองเจดค้นหาเอกสาร หรือจัดเรียงหนังสือภายในห้องเดียวกันก็เพียงพอ แต่ระยะหลังชายหนุ่มก็ตัวรู้ว่าสายตาเขามักจะมองตามหลังเด็กหนุ่มเสมอ เขาต้องการเจด! สิ่งนี้มันเกิดขึ้นรวดเร็วมากแต่อเล็กซิสก็แน่ใจในตนเอง ยิ่งอยู่ใกล้ชิดกันมากเท่าไรเขายิ่งต้องคอยควบคุมความรู้สึกของตนเองมากขึ้นทุกวัน
ช่างเป็นการกะเวลาที่แย่อะไรอย่างนี้
อเล็กซิสคิด เขาพบว่าตนเองต้องมาตกหลุมรักในขณะที่กำลังทำงานสำคัญ และทำตัวเหมือนกำลังหลอกลวงเจดอยู่ เนื่องจากไม่สามารถบอกถึงความจริงของงานที่เขาทำอยู่ได้
หลังจากปิดประตูห้องสมุดใหญ่ เจดหันหน้ามามองอเล็กซิส เมื่อชายหนุ่มชวนเขาไปกินอาหารค่ำด้วยกัน แววตาลึกซึ้งที่มองมาทำให้เจดหน้าแดง และก็ไม่อาจปฏิเสธใจตัวเองได้ได้ เขาก็อยากอยู่กับชายหนุ่มให้นานกว่านี้อีกนิดหนึ่ง เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เขาทำงานที่ห้องสมุดแล้ว พรุ่งนี้ก็ต้องเตรียมอ่านหนังสือสอบคงไม่มีโอกาสเจอชายหนุ่มได้บ่อยๆ เหมือนเดิม
“เอ่อ คุณเดเวอโรครับ พรุ่งนี้เป็น...” เสียงเจดขาดหายไปเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อต้นของชายหนุ่มอย่างสนิทสนม
“อเล็กซิส” อเล็กซิสหันกลับไปมอง
“เจนนิเฟอร์” ชายหนุ่มเรียกชื่อหญิงสาวตรงหน้า เจนนิเฟอร์เองเป็นเจ้าหน้าที่ของคณะวิทยาศาสตร์ที่โปรเฟสเซอร์ทิลล์สอนอยู่ และนับว่าเป็นดาวของมหาวิทยาลัยด้วยใบหน้าและรูปร่างที่งดงาม หญิงสาวยิ้มหวานให้กับชายหนุ่มพร้อมกับยื่นหน้าไปจุมพิตที่ริมฝีปากของชายหนุ่มอย่างสนิทสนม ก่อนที่จะคล้องแขนชายหนุ่มไว้
“ตามหาตัวคุณยากจริงๆ วันนี้ชั้นไม่ยอมปล่อยคุณแน่”
“เจนนิเฟอร์ ช่วงนี้ผมยุ่งมากนะครับต้องค้นหาเอกสารให้โปรเฟสเซอร์ทิลล์” อเล็กซิสดันร่างหญิงสาวออกห่างพลางมองข้ามไหล่ไปสบตาเจด
“แหมแต่วันนี้วันศุกร์หรือคุณจะทำงานกระทั่งคืนวันศุกร์” เจนนิเฟอร์มองสบตาชายหนุ่มอย่างมีความหมาย
“วันนี้ผมมีนัดแล้ว”
เจดมองภาพตรงหน้าแล้วรู้สึกแน่นหน้าอกหายใจขัดๆ ขึ้นมาอย่างประหลาด เด็กหนุ่มสะบัดหน้าอย่างไม่เข้าใจตนเอง ก่อนจะฝืนยิ้มออกมาแล้วบอกอเล็กซิส
“คุณเดเวอโร ไม่ต้องกังวลเรื่องนัดผมหรอกครับ พอดีผมเพิ่งนึกออกว่ามีธุระสำคัญ ลาก่อนนะครับ” คำพูดสุดท้ายหลุดออกไปด้วยน้ำเสียงเบาหวิว ก่อนที่จะวิ่งจากไปโดยไม่สนใจเสียงเรียกของชายหนุ่ม

-------------------------

ปัง!
เจดปิดประตูเสียงดัง ก่อนค่อยๆเดินไปนั่งที่ขอบเตียงแล้วทิ้งตัวลงนอน เจดสูดลมหายใจลึกเมื่อเริ่มเข้าใจตนเอง เขากำลังหึงเพราะ “เขารักอเล็กซิส” ร่างบางพลิกตัวนอนคว่ำกับเตียง เป็นไปไม่ได้ระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่วันนี่นะหรือ และถ้าอเล็กซิสรู้ล่ะสายตาจะมองเขายังไง เจดคงทนไม่ได้แน่ถ้าจะถูกมองอย่างรังเกียจหรือขยะแขยง
บางทีก็ดีเหมือนกันที่เขาทำงานที่ห้องสมุดวันสุดท้ายแล้ว เขาจะได้ไม่ต้องพบอเล็กซิสอีก ไม่เช่นนั้นเขาอาจเผลอแสดงความรู้สึกในใจออกไปให้อเล็กซิสรู้แน่ เจดคิดอย่างเจ็บปวด
เช้าวันจันทร์
อเล็กซิสเดินเข้ามาในห้องสมุด พร้อมกับมองหาเจดเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาเขามีงานจึงไม่ได้มาห้องสมุด ทำให้เขาคิดถึงเจดจนไม่รอถึงตอนเย็นซึ่งเป็นเวลาปกติที่เขาจะมาใช้ห้องเอกสารอ้างอิง เพราะสายตาของเจดที่มองมาก่อนวิ่งจากไปนั้น ทำให้เขามีความหวังว่าเด็กหนุ่มอาจมีความรู้สึกพิเศษกับเขาเช่นกัน แต่ก็กังวลที่เจดเข้าใจผิดเรื่องของเจนนิเฟอร์ แถมเขายังหายไปทั้งเสาร์อาทิตย์เสียอีก
“คุณเดเวอโร” บรรณารักษ์คนเดิมเข้ามาทักเขา
“วันนี้มาเช้านะคะ วันนี้ดิฉันจะช่วยคุณหาข้อมูลแทนเจดนะคะถ้ามีอะไรก็บอกได้เลย”
“แล้วเจดล่ะครับ” อเล็กซิสถามอย่างเป็นห่วง ทำให้อลิเซียงง! เจดไม่ได้บอกอเล็กซิสหรอกหรือเนี่ย หรือว่ามีเรื่องอะไรกันเพราะท่าทางของอเล็กซิสก็ดูกังวล
“หมดเวลาทำงานพิเศษของนักศึกษาแล้ว และใกล้ถึงฤดูกาลสอบไฟนอลสำหรับเทอมนี้แล้วค่ะ เจดเองเทอมสุดท้ายแล้วต้องขยันมากหน่อย ถึงแม้จะเป็นเด็กเรียนดีก็เถอะ”
อเล็กซิสยืนอึ้ง ทำไมเจดไม่บอกเขา หรือคิดว่าไม่สำคัญไม่พบกันอีกก็ไม่เป็นไร ชายหนุ่มคิดในใจและเม้มริมฝีปากแน่น
“ผมขอที่อยู่ของเจดได้มั้ยครับ พอดีมีงานด่วนอยากให้เขาช่วยเรื่องข้อมูลนิดหน่อยนะครับ”
“เจดพักอยู่ที่หอพักเกรย์ของมหาวิทยาลัยนี่เองค่ะ ห้อง 710 คุณลองแวะไปดูตอนเย็นนะคะวันนี้รู้สึกเขาจะมีติวหนังสือตลอดวัน”

------------------------------

ก๊อก ก๊อก!
เจดเงยหน้าจากหนังสือที่กำลังอ่านอยู่อย่างไม่ค่อยมีสมาธินัก อาจเป็นโจล่ะมั้ง เจดถอนหายใจเมื่อคิดถึงเพื่อนร่วมหอพัก พวกเขาเรียนคณะเดียวกันแต่ผลการเรียนของโจค่อนข้างแย่ เจดมักคอยให้ความช่วยเหลืออยู่บ่อยๆ กับคนอื่นหรือกับอาจารย์โจมักจะทำตัวเป็นพวกขวางโลกทำให้ไม่ค่อยมีใครชอบเขามากนัก แต่ไม่ใช่กับเจดซึ่งดีและสม่ำเสมอกับโจมาโดยตลอด แต่พักหลังโจมักทำตัวแปลกๆ หายไปจากหอพักตอนกลางคืนก็บ่อย ไม่ค่อยได้เข้าเรียน และแยกตัวออกไปทำให้เจดไม่ค่อยได้พบโจบ่อยนักทั้งที่เรียนและพักที่เดียวกัน
เจดเดินไปเปิดประตูพร้อมขมวดคิ้ว เห็นจะต้องเตือนกันบ้างแล้ว!

“คุณอเล็กซิส”
เจดตะลึง ครางชื่อชายหนุ่ม ขณะมองร่างสูงตรงหน้าอย่างคาดไม่ถึง ขณะเดียวกันอเล็กซิสก็ยกมือค้างมองเจดไม่วางตาเช่นกัน เขาไม่เคยเห็นเจดในสภาพไม่เรียบร้อยอย่างนี้ ตอนนี้ร่างบางสวมเสื้อยืดไม่มีแขน กางเกงขาสั้นสีขาวเผยให้เห็นแขนขายาวเรียว ผิวขาวดูเนียนนุ่มน่าสัมผัส ผมสีน้ำตาลอ่อนนุ่มดูยุ่งเหยิงซึ่งเจ้าตัวคงยกมือเสยโดยไม่ค่อยเอาใจใส่นัก ตาสีเขียวใสที่มองตรงมาอย่างตกใจ ก่อนที่จะทอประกายลึกซึ้งโดยเจ้าตัวไม่ทันเก็บความรู้สึก
และก่อนที่จะเด็กหนุ่มจะตัดสินใจทำอะไร อเล็กซิสก็แทรกตัวเข้ามาในห้องก่อนที่จะผลักประตูปิด เขาเดินตรงเข้าหาเจด ด้วยท่าทีที่ดูเหมือนคุกคามทำให้เจดถอยหลังไปเรื่อยๆ จนขาชิดขอบเตียง
“คุณอเล็กซิส...จะ..ทำ เอ่อ..มีธุระอะไรครับ” ร่างบางถามอย่างตะกุกตะกัก
“เจด” อเล็กซิสพึมพำ สิ่งที่ตั้งใจมาพูดเลือนหายออกจากสมอง เมื่อพบหน้าร่างบาง
เจดยืนงงมองหน้าอเล็กซิสอย่างไม่แน่ใจ แต่เมื่อสบตาสีเทาคู่นั้นแล้วเจดรู้สึกเหมือนตกลงไปในบ่อน้ำที่ลึกจนไม่สามารถโผล่ขึ้นมาได้ เจดยืนมองใบหน้านั้นค่อยก้มลงมาเหมือนถูกสะกด ก่อนที่จะสะดุ้งรู้ตัวเมื่อใบหน้านั้นก้มลงมาใกล้จนตาพร่า รีบยกมือขึ้นยันอกกว้างไว้ พร้อมกับส่งเสียงเรียก อเล็กซิสด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“อล็กซ์......อื้ม......”
เสียงขาดหายไปเมื่ออเล็กซิสปิดเรียวปากนุ่มด้วยริมฝีปากของเขา ลิ้นอุ่นค่อยเปิดเรียวปากนั้น ก่อนสอดปลายลิ้นเข้าไปกระหวัดเกี่ยวกับปลายลิ้นนุ่มเพื่อชิมความหอมหวานนั้นอย่างกระหาย อเล็กซิสจับประคองต้นคอบางนั้นไม่ให้ถอยหนี เข่าของเจดอ่อนยวบลงจนมือที่ยื่นไปผลักอกกว้างนั้นเปลี่ยนเป็นยึดจับปกเสื้อของชายหนุ่มไว้แน่นเพื่อประคองตัว อเล็กซิสย้ำจุมพิตยาวนานก่อนจะถอนริมฝีปากออกมองหน้าหวานในอ้อมแขน เจดหายใจหอบตาสีเขียวใสกลับขุ่นมัวด้วยอารมณ์พิศวาสที่เจ้าตัวเองก็คาดไม่ถึง ริมฝีปากแดงช้ำสั่นระริก
“ทำไม.....”
เจดอ้าปากจะถาม แต่อเล็กซิสยื่นปลายนิ้วแตะริมฝีปากที่สั่นระริกนั้นไว้ก่อนที่จะช้อนร่างบางขึ้นวางบนเตียงพร้อมกับโน้มตัวลงมาทาบทับ เสื้อผ้าบางๆ ของเจดไม่ใช่ปัญหา มือเรียวแข็งแรงจับชายเสื้อของเจดขึ้นดึงออกทางศีรษะอย่างง่ายดาย ไม่สนใจกับการขัดขืนที่ดูจะอ่อนแรงลงเรื่อยๆ นั้น ริมฝีปากร้อนรุมค่อยจุมพิตหน้าผาก และเล็มใบหู ลำคอระหง ก่อนจะลดลงมาที่หน้าอก ลิ้นร้อนๆ ตวัดไล้เลียยอดอกพร้อมกับดูดเม้มอย่างแรง
“อ๊ะ........อือ.......” ร่างบางถึงกับผวา มือสองข้างเกร็งจับผ้าปูที่นอนไว้แน่น ขบริมฝีปากด้วยฟันซี่เล็กจนแดงช้ำ หอบหายใจถี่เร็ว ชายหนุ่มพรมจุมพิตไล้เลียชิมความหอมหวานไปทั่วร่างบาง พร้อมกับที่มือดึงขอบเอวกางเกงขาสั้นลงตามเรียวขาขาว
“ไม่...” เจดอุทานเสียงเครือ มือเล็กเรียวจับมือแข็งแรงไว้แต่หรือจะสู้แรงของชายหนุ่มได้ อล็กซิสไม่ฟังเสียงเขาครอบครองส่วนสำคัญของเด็กหนุ่มไว้ด้วยริมฝีปากอันร้อนผ่าว ลิ้นนุ่มๆ นั้นชิมความบริสุทธ์ด้วยความกระหาย มือทั้งสองข้างจับสะโพกเล็กนั้นยกขึ้นสู่ริมฝีปากของตนเอง ปลายลิ้นตวัดไล้เลียส่วนปลายก่อนจะครอบครองทั้งหมด

“อือ.....อเล็กซิส.....อเล็กซ์......อ๊ะ....” เจดครางและหอบหายใจถี่เร็วเมื่อความสุขเริ่มทวีสูงขึ้น สูงขึ้น สมองว่างเปล่าไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว รู้แต่ว่าต้องการมากกว่านี้ เด็กหนุ่มพยายามไขว่คว้าหาความสุข มือสองข้างจับศีรษะของชายหนุ่มไว้แน่น แอ่นสะโพกยกขึ้นสู่ริมฝีปากชายหนุ่ม ก่อนจะกรีดเสียงร้องออกมาเมื่อจุดสุดยอดมาถึง แล้วเจดหลั่งความร้อนผ่าวสู่ปากอเล็กซิส ขาเรียวสั่นระริกก่อนค่อยลดขาลงจากบ่าของชายหนุ่มอย่างอ่อนแรง
อเล็กซิสถอนริมฝีปากออกจากส่วนกลางลำตัวของเจด เลื่อนตัวขึ้นไปมอบจุมพิตที่ริมฝีปากบาง เจดได้ลิ้มรสชาติของตนเองจากริมฝีปากของชายหนุ่ม รสและกลิ่นนั้นทำให้อารมณ์ของเจดค่อยๆ ร้อนรุ่มขึ้นมาอีกครั้ง อเล็กซิสถอนริมฝีปากก่อนลุกขึ้นยืน เจดลืมตาอันพร่ามัวขึ้นมองร่างของอเล็กซิสที่ลุกยืนพร้อมกับถอดเสื้อผ้าออกอย่างเร่งรีบ เจดมองร่างเปลือยของอเล็กซิส รูปร่างชายหนุ่มแข็งแรงเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเหมือนคนที่ออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ สายตาของเจดมองต่ำลงไปที่กลางลำตัว แล้วก็หน้าแดงรีบตวัดสายตาขึ้นสบตาอเล็กซิส
ชายหนุ่มยิ้มมองร่างบอบบางงดงามตรงหน้า ผิวพรรณเป็นสีชมพูระเรื่อด้วยแรงอารมณ์ เจดหน้าแดงมากขึ้นเมื่อมองเห็นแววปรารถนาที่ร้อนแรงของชายหนุ่ม รีบงอเข่าเข้าหาตัวมือสองข้างควานหาผ้าคลุม แต่อเล็กซิสชิงดึงผ้าคลุมออกจากมือบางวางเข่าข้างหนึ่งลงบนเตียงมือแข็งแรงจับข้อเท้าเล็กของเจดดึงออก ก่อนแทรกกายเข้าไปหว่างขาเรียวคู่นั้น นิ้วเรียวแข็งแรงกดปลายคางของเจดลงเปิดริมฝีปากนุ่มด้วยปลายลิ้นของตนเอง จูบครั้งนี้ร้อนแรงและเรียกร้องมากขึ้นจนอารมณ์ของเจดกระเจิดกระเจิง รับรู้ความแข็งแกร่งร้อนผ่าวที่กดแนบบริเวณหน้าท้อง

เจดครางเมื่อริมฝีปากคู่นั้นเริ่มและเล็มตามลำคอระหง เลยมาที่ยอดอกพร้อมกับดูดดื่มด้วยความกระหายจนทำให้ร่างบางผวาขึ้นพร้อมกับอ้าปากหอบหายใจ นิ้วเรียวของชายหนุ่มสอดเข้ามาในปากบางฟันเล็กๆ ของเด็กหนุ่มขบกัดปลายนิ้วเบาๆ ปลายลิ้นกระหวัดเกี่ยวกับปลายนิ้วของชายหนุ่มไว้ อเล็กซิสสูดลมหายใจเฮือกหนึ่งเมื่อลิ้นเล็กๆ ดูดดื่มกับปลายนิ้วเรียวเขาตามสัญชาติญาณ ชายหนุ่มรีบดึงนิ้วออกแล้วลดนิ้วที่ชุ่มไปด้วยน้ำลายลงแตะไปที่ปากทางคับแคบระหว่างเรียวขาของร่างบางนั้นสอดนิ้วเข้าไปอย่างระมัดระวัง
“อ๊ะ.......อา.......” เจดเกร็งเมื่อรู้สึกถึงสิ่งแปลกปลอมสอดแทรกเข้ามาในร่างกาย เจ็บแปลบแต่ก็แฝงไปด้วยความสุขที่แสนประหลาด เป็นความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ต้นขาเรียวงามแยกออกกว้างตามแรงกดจากมือใหญ่ อเล็กซิสเพิ่มนิ้วเป็นสองนิ้วและสามนิ้ว เจดอ้าปากหอบหายใจ เมื่อเขาขยับนิ้วเข้าออกครูดกับช่องแคบๆนั้น
“ฮึก......อื้อ......อเล็กซิส” กล้ามเนื้อเกร็งรัดรอบนิ้วของชายหนุ่ม อเล็กซิสเงยหน้าขึ้นมองสบตาเด็กหนุ่มเปลวไฟพิสวาสกระพือโหม ถอนนิ้วออกแล้วยกสะโพกบางขึ้นค่อยๆสอดแทรกความแข็งแกร่งเข้าไป แม้เขาจะระวังแต่ความใหญ่ใตแข็งแกร่งนั้นก็เกินกว่าร่างบอบบางจะรับได้ เจดเกร็งร่างทันที มือสองข้างเปลี่ยนผลักไสอกกว้าง
“อื้อ..อ..อเล....อเล็กซ์ เจ็บ ไม่! หยุด หยุดก่อน”
“อึ๊..เจดอย่าเกร็งสิ” อเล็กซิสขบกรามแน่น
เจดครางขมวดคิ้ว น้ำตาซึมแตะปลายขนตาเป็นประกายระยิบ อเล็กซิสกัดฟันแน่นเหงื่อซึมเมื่อสอดแทรกมาได้ครึ่งทาง ช่องทางคับแคบร้อนผ่าวที่บีบรัดเขาแนบแน่นทำให้ความสุขของชายหนุ่มแทบทะลัก อเล็กซิสจับขาเรียวคู่นั้นพันรอบเอวเขา แล้วยกสะโพกบางขึ้นก่อนตัดสินใจแทรกตัวลงไปจนสุดทาง
“อ๊า.......” เจดกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด มือพยายามดันอกกว้างออกไป
“เจด...” อเล็กซิสครางออกมาด้วยความสุขโน้มริมฝีปากจุมพิตซับน้ำตาก่อนวกริมฝีปากลงมาที่ริมฝีปากนุ่มที่ได้กัดเม้มแน่นจนเลือดซึม มืออีกข้างเลื่อนลงไปสัมผัสลูบไล้ที่หว่างขาเรียวขยับกระตุ้นอารมณ์ของเด็กหนุ่ม
เจดสะอื้นแล้วผ่อนลมหายใจ รู้สึกเต็มตื้นระคนเจ็บแปลบที่ท้องน้อยเมื่อถูกเติมเต็มด้วยความแข็งแกร่งของชายหนุ่ม อเล็กซิสหยุดชะงักชั่วครู่เพื่อให้ร่างบางปรับตัว เมื่อความเจ็บเริ่มคลายลงเจดเริ่มรู้สึกถึงความสุขที่เริ่มทวีขึ้นทดแทน เจดสบตาชายหนุ่มอย่างไม่แน่ใจ เมื่อเกิดความต้องการที่จะขยับ เด็กหนุ่มเริ่มยกสะโพกขึ้นตามสัญชาตญาณกล้ามเนื้อบีบรัดรอบชายหนุ่มไว้แน่น
“อา......อีกซิเจด ขยับอีกสิ..” เสียงอเล็กซิสคราง เมื่อร่างบางขยับได้ไม่ทันใจ มือแข็งแรงนั้นจึงจับสะโพกเล็กไว้แน่น อเล็กซิสถอนตัวขึ้นและแทรกกายลงไปอีกครั้ง และอีกครั้ง จังหวะเริ่มรุนแรงขึ้น เจดกัดริมฝีปากแน่นเมื่อรู้สึกเจ็บแปลบแต่ไม่นานร่างบางเริ่มรู้สึกถึงความสุขสมที่ทวีขึ้น สะโพกเพรียวของเจดเริ่มขยับตอบโต้อย่างขลาดอาย
ในห้องมีแต่เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ ชายหนุ่มจับสะโพกบางไว้พร้อมทั้งโถมกายลงไปยังความนุ่มละมุนที่รัดรึงเขาไว้แน่น เจดยกมือสองข้างขึ้นปิดริมฝีปากตนเองเพื่อกลั้นเสียงกรีดร้อง ความเจ็บปวดถูกลืมเลือนไปจนหมดสิ้น เหลือแต่ความสุขที่ถาโถมเข้ามา เจดสบตาอเล็กซิสแรงเสียดสีแต่ละครั้งทำให้เกิดความเสียวซ่านจนสุดระงับ เจดจึงยกมือขึ้นไปโอบรอบคอของชายหนุ่ม ยกศีรษะขึ้นเผยอริมฝีปากบางแนบไปยังริมฝีปากได้รูปของชายหนุ่ม ลิ้นนุ่มๆสอดเข้าไปในปากของชายหนุ่มอย่างกล้าหาญเป็นครั้งแรก
“อืมม์.....”อเล็กซิสครางด้วยความพอใจ ดูดรับปลายลิ้นนุ่มนั้น เสียงหอบหายใจดังขึ้นในที่สุดจุดสุดยอดของเจดก็มาถึง
“อ๊ะ....อเล็กซ์...... “ เจดกรีดเสียงเรียกอเล็กซิส ก่อนจะทิ้งศีรษะลงไปอย่างอ่อนแรง ร่างกระตุกฉีดพุ่งความต้องการออกมาเลอะตัวทั้งคู่ แรงบีบรัดเป็นจังหวะจากเด็กหนุ่มทำให้อเล็กซิสทนไม่ไหว เขาถอนตัวออกมาจนเกือบสุด และโถมกายลงไปเป็นครั้งสุดท้ายก่อนหลั่งความความสุขสมเข้าไปในร่างของเจด อเล็กซิสครางเสียงแผ่วทุ้มออกมาทิ้งตัวลงทับร่างบางอย่างเหนื่อยอ่อน ขณะที่เจดค่อยๆ ลดขาเรียวงามที่สั่นระริกลงจากเอวของชายหนุ่ม แต่แขนยังโอบรอบไหล่กว้างไว้แน่น
ชายหนุ่มก้มลงมองร่างบางในอ้อมอก เห็นเจดหลับตาแน่นลมหายใจหอบถี่ ชายหนุ่มค่อยถอนตัวออกแต่กระนั้นก็ยังทำให้ร่างบางสะดุ้งด้วยความเจ็บ อเล็กซิสพลิกตัวนอนหงายพร้อมกับดึงร่างบางขึ้นมาทาบทับบนอก แทรกขาข้างหนึ่งเข้าไประหว่างต้นขาเรียวงามจนรู้สึกถึงความชุ่มชื้นของเขาที่ค้างคาอยู่ในร่างของเจด ร่างของทั้งคู่ชื้นไปด้วยเหงื่อจนรู้สึกเย็น อเล็กซิสดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างลูบผมอ่อนนุ่มที่ปกคลุมศีรษะเล็กๆนั้น ก่อนจะถอนหายใจด้วยความสุขพริ้มตาลง

เมื่อพายุผ่านพ้นไป สติเจดเริ่มกลับคืนมาร่างบางเม้มริมฝีปากแน่น พระเจ้าช่วย! เจดคิดอย่างว้าวุ่น นี่มันอะไรกัน ทำไมเขาถึงปล่อยให้มันเกิดขึ้น เจดเลื่อนตัวลงจากอกกว้างพลิกตัวนอนหันหลัง เด็กหนุ่มยกหลังมือขึ้นอุดปาก รู้สึกอับอายที่เผลอยินยอมพร้อมใจไปกับความต้องการปลดปล่อยทางร่างกายของอเล็กซิส
“เจด” อเล็กซิส มองท่าทีของร่างบางอย่างกังวล เขาไม่เสียใจในสิ่งที่ทำลงไปกลับพอใจเสียด้วยซ้ำ แต่เจดล่ะ เขาเอื้อมมือไปแตะไหล่บางนั้น เจดสะบัดตัวทันทีแล้วรีบลุกนั่งหันหลังให้ดึงผ้าคลุมตัวก่อนจะก้าวขาลงจากเตียงทันที แต่แล้วร่างบางก็ทรุดลงด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับหลุดเสียงอุทาน
“โอ๊ย!”
“เจด” อเล็กซิสอุทานอย่างตกใจก่อนลุกขึ้นยืนเต็มตัว ช้อนร่างบางขึ้นมาทั้งผ้าห่มที่พันรุงรังนั้นหมุนตัวไปนั่งที่เก้าอี้นวมตัวใหญ่ที่มุมห้อง ตอนนี้เขาต้องอยู่ห่างเตียงไว้สักพักไม่เช่นนั้นคงไม่ทันได้คุยอะไรกันอีกแน่ แค่มองร่างตรงหน้าเท่านั้นอารมณ์ของเขาก็พร้อมที่จะเตลิดไปไกล อเล็กซิสจัดร่างบางให้นั่งบนตักเขา และโอบไว้แน่น
“เป็นอะไรไป เจด” ร่างบางก้มหน้าไม่สบตาพร้อมกับส่ายศรีษะ
“ไม่....”
“ไม่ ได้ยังไง บอกผมซิคนดี”
“คุณ..คุณทำอย่างนี้ทำไม แล้ว...เอ่อ..คุณเจนนิเฟอร์” เจดพึมพำถามเมื่อไม่สามารถดิ้นหนีไปไหนได้ อเล็กซิสเริ่มยิ้มเมื่อเข้าใจปฏิกิริยาของเจด
“ผมพบกับเจนนิเฟอร์แค่ไม่กี่ครั้งตอนที่เธอมาหาโปรเฟสเซอร์ทิลล์เท่านั้น แล้วเราก็เคยไปกินข้าวด้วยกันแค่หนเดียว” เจดใจชื้นขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบของชายหนุ่ม แต่ก็ยังสงสัย
“แต่ดูเหมือนสำหรับเธอมันไม่ใช่แค่นั้นนี่” เจดพูดเสียงแผ่วเบา ก่อนจะก้มหน้าลงอย่างเขินอายเมื่อรู้สึกว่าตนเองทำตัวเหมือนคนขี้ระแวง
“ขอโทษ เพราะความจริงผมก็ไม่มีสิทธิพูดเช่นนี้ คุณจะคบกับใครก็เป็นสิทธิของคุณ”
เจดก้มหน้าพูดกับชายหนุ่ม ซ่อนแววตาไว้พยายามทำสีหน้าให้เฉยเมยเหมือนไม่ใช่สิ่งสำคัญ อเล็กซิสมองหน้าเจดอย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนที่อารมณ์โทสะจะกรุ่นขึ้นมา จับไหล่บางเขย่า
“หมายความว่ายังไง ไม่สำคัญ แล้วเรื่องเมื่อครู่ล่ะ ไม่สำคัญสำหรับคุณด้วยงั้นสิ”
“ใช่ มันก็แค่ความใคร่ คุณก็แค่ต้องการปลดปล่อยอารมณ์เท่านั้น” เจดตะโกนออกมาอย่างเหลืออด น้ำตาที่กลั้นไว้ร่วงลงมาเหมือนไข่มุก เจดยกมือป้ายน้ำตาเหมือนเด็กๆ
“ปล่อยผมนะ”
โทสะของอเล็กซิสคลายลงเมื่อมองเห็นน้ำตาของเจด ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าเจดต้องการอะไร อเล็กซิสประคองใบหน้าเจดไว้ก่อนพูดออกมา
“เจด....ผมรักคุณ” อเล็กซิสเอ่ยออกมาแล้วก็ชะงัก แต่เมื่อพูดออกมาแล้วชายหนุ่มก็โล่งใจ ใช่! เขารักเจด ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ในการรักใครสักคนและเขาก็โชคดีที่รู้ตัวทันทีเมื่อมันมาถึง คำพูดนั้นส่งผลให้ร่างบางชะงักทันที เงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบคู่นั้นอย่างไม่แน่ใจพร้อมกับส่ายหน้า
“ไม่จริง คุณจะรักผมได้ยังไง ผมเป็นผู้ชาย..แล้วก็เอ่อ...เด็กกว่าคุณตั้งเยอะ” เจดปฏิเสธ แต่สายตานั้นเรียกร้องขอความมั่นใจ
“อืมม์” อเล็กซิสยิ้มสบตาใสคู่นั้น
“ไม่รู้สินะ พอรู้ตัวผมก็รักคุณเข้าแล้ว แล้วก็ไม่เด็กหรอกน่า 20 แล้วไม่ใช่หรือ ถ้าเด็กก็ทำอย่างนี้ไม่ได้สิ” อเล็กซิสพูดพร้อมกับจูบเรียวปากบางอย่างดูดดื่ม พร้อมกับกดบั้นท้ายเล็กลงกับตักของเขาให้รับรู้ถึงความแข็งแกร่งเบื้องล่าง
“อื๊อ! ..” เจดอุทานหน้าแดงรีบขยับถอยหนี อเล็กซิสสูดลมหายใจเฮือกหนึ่งคว้าเอวบางไว้แน่น
“อ๊ะ..อย่าเพิ่ง....ขยับ..สิ” อเล็กซิสพยายามสงบสติอารมณ์ที่เกิดขึ้นจากการเสียดสีของบั้นท้ายนุ่มๆ นั้น เขาจ้องตาเด็กหนุ่มแล้วย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ผมรักคุณ” เจดถอนสะอื้น ยิ้มออกมาสบตาคู่นั้นด้วยความไว้วางใจก่อนโอบแขนไปรอบคอชายหนุ่มแล้วกระซิบข้างหู
“จริงๆ นะครับ อเล็กซิส” อเล็กซิสยิ้มก่อนจุมพิตยืนยันที่ริมฝีปากบางอีกครั้ง มือลูบไล้ไปทั่วร่างบาง ค่อยๆดึงผ้าที่พันร่างทั้งคู่ออก
“ฮื้อ” ชายหนุ่มร้องอย่างขัดใจเมื่อยิ่งดึงกลับทำให้ผ้าห่มยิ่งพัวพันรุงรังมากขึ้น เจดหัวเราะคิกๆ ขณะขยับตัวช่วยอย่างอายๆ
การที่รู้ว่าทั้งคู่ใจตรงกันช่วยเพิ่มความกล้าหาญให้กับเจดมากขึ้น จนอเล็กซิสมองอย่างเอ็นดู เมื่อเป็นอิสระจากผ้าคลุมแล้วชายหนุ่มขยับตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายแล้วยกเอวบางขึ้นจัดขาเรียวให้แยกคร่อมตักกว้างไว้ ความแข็งแกร่งเสียดสีที่บั้นท้ายนุ่ม
เจดหน้าแดงเมื่อพบตัวเองอยู่ในท่าที่เปิดเผยอย่างนั้น ร่างทั้งคู่เปลือยเปล่าโดยที่เจดคร่อมอยู่บนตักของชายหนุ่มบนเก้าอี้นวมตัวใหญ่ แต่ยังไม่ทันได้ขยับก็ต้องครางออกมา เมื่อมือแข็งแรงกำส่วนสำคัญของเขาไว้พร้อมกับบีบรัดกระตุ้นอารมณ์ของเจดให้ลุกโชนขึ้น
“อา.....” อเล็กซิสขยับมือลูบไล้ ขณะที่มองสีหน้าสุขสมของร่างตรงหน้า มือบางยกขึ้นจับไหล่กว้างไว้แน่นสะบัดศีรษะขึ้นเมื่อความสุขแล่นปราดไปทั่วร่าง เผยให้เห็นลำคอระหง อเล็กซิสโน้มศีรษะลงไปไล้เลีย ส่วนมือก็เร่งจังหวะขึ้น เร็วขึ้น สร้างความเสียวซ่านให้กับร่างบาง สะโพกงามเกร็งนิ้วมือจิกลงบนไหล่กว้างขณะที่อ้าปากหอบหายใจ
“อื้อ...ฮึก...อเล็กซ์....อเล็กซ์...อ๊าา......” เจดกรีดร้องออกมาหลั่งความขาวขุ่นออกมาเปรอะเปื้อนทั้งมือและอกของอเล็กซิส เจดซบศีรษะลงกับคอของชายหนุ่มหอบหายใจถี่เร็ว ในขณะที่อเล็กซิสจับจ้องมองการปลดปล่อยนั้น ร่างของชายหนุ่มก็เครียดเกร็งไปด้วยความต้องการ ปลายนิ้วแข็งแรงแตะของเหลวที่เจดหลั่งออกมา ลูบไล้ไปที่อวัยวะสำคัญของตนเอง และลูบไล้ไปที่ปากทางที่ยังระบมจากกิจกรรมครั้งที่ผ่านมาของเจด
เจดสบตาคู่นั้นอย่างงุนงงเมื่อมือใหญ่จับเอวเขายกขึ้น อเล็กซิสจ่อส่วนสำคัญของเขามายังปากทางอันคับแคบนั้นแล้ววางมือจากเอวไปจับที่พนักเก้าอี้ไม่ขยับต่อ เจดยิ้มอย่างเขินอายเมื่อเข้าใจ อเล็กซิสให้เขาเป็นฝ่ายตัดสินใจควบคุมจังหวะเอง เจดค่อยๆ ทรุดตัวรับเอาความร้อนรุ่มนั้นเข้าไป แม้จะมีสิ่งหล่อลื่นแต่ด้วยความที่ยังระบมอยู่มากทำให้การครอบครองดำเนินไปอย่างเชื่องช้า และเมื่อเจดรับอเล็กซิสไปจนหมดสิ้นเจดก็รู้สึกจุกแน่นไปทั่วท้องน้อย ระหว่างนั้นอเล็กซิสกลั้นเสียงครางไว้ในลำคอ มือจับพนักเก้าอี้ไว้แน่นระงับความต้องการที่จะดึงร่างบางกดลงมาและเข้าควบคุมจังหวะเอง
เจดค่อยขยับตัวยกขึ้นเพื่อทดสอบ ความรู้สึกเสียวซ่านพุ่งปราดขึ้นมา จนต้องหอบหายใจ ร่างบางขยับตัวขึ้นลงอีกครั้งความร้อนรุ่มทวีสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมองเห็นสีหน้าสุขสมของอเล็กซิสจากกระกระทำของตนยิ่งทำให้เจดขยับสะโพกตามสัญชาตญาณ เร่งจังหวะขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ลืมเลือนความเจ็บปวดไปหมดสิ้น
“อีก....เจด เร็วอีกนิด.....อีก...อา เจด”
“อือ....อเล..อเล็กซ์....อา..” เจดคราง มือทั้งสองของเจดเลื่อนลงมาจับส่วนสำคัญของตนเองพร้อมกับเร่งมือ ขณะที่สะโพกพริ้วไหว ผมสะบัดตามการขยับขึ้นลง เหงื่อเริ่มผุดพราวทั้งตัว
อเล็กซิสมองร่างบางตรงหน้า ช่างเป็นภาพที่งดงาม และกระตุ้นเร้าอารมณ์ยิ่ง เมื่ออารมณ์ถึงขีดสุดร่างทั้งร่างของเจดกระตุกฉีดพุ่งของเหลวขาวข้นออกมาทรุดกายลง และอเล็กซิสแอ่นสะโพกขึ้นสอดแทรกเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมๆกับจับสะโพกบางกดแนบสนิทเขากระตุกอยู่ภายในตัวเจด หลั่งรินของเหลวเข้าไปเป็นจังหวะจำนวนมากจนล้นออกมาเปรอะเปื้อนที่ต้นขาเรียวของเจด และหน้าตักของเขาเต็มไปหมด เจดรู้สึกสมองว่างเปล่าไปหมดพริ้มตาพับลงกับอกกว้างอย่างอ่อนแรง
อเล็กซิสก็หอบหายใจลึก นึกอย่างขันๆ ในใจว่าถ้าเป็นอย่างนี้ทุกครั้งสงสัยเขาต้องหัวใจวายตายสักวันแน่ ชายหนุ่มดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างใหม่เพื่อให้เจดพักสักครู่ แต่แล้วเขาเองก็เผลอหลับไปทั้งที่ยังอยู่ในตัวเจด

-----------------------------------
ฟ้าสางของวันใหม่
เจดถอนหายใจอย่างอึดอัดเมื่อรู้สึกนอนไม่สบาย เขากระพริบตาตื่นอย่างงัวเงียพร้อมกับได้ยินเสียงหัวใจเต้นเป็นจังหวะอยู่ข้างหู เจดขมวดคิ้วก่อนจะสะบัดหัวอย่างรำคาญ ศีรษะกระแทกเข้ากับปลายคางอเล็กซิสดังกึก อเล็กซิสลืมตาขึ้นทันทีขณะที่เจดก็สะดุ้งลืมตาโพลงร่างบางผวาขึ้น ทำให้เกือบกลิ้งตกลงมาจากตักของชายหนุ่ม ถ้าอเล็กซิสไม่คว้าเอวไว้ทัน เจดมองสบสายตาล้อเลียนของชายหนุ่มก่อนจะหน้าแดงก่ำเมื่อจำเหตุการณ์ของคืนที่ผ่านมาได้ แล้วเขายังเผลอหลับไปทั้งๆ ที่อยู่ในท่านี้อีก
เจดคิดอย่างว้าวุ่นสับสน อเล็กซิสมองใบหน้าแดงก่ำของเจดอย่างเข้าใจ แล้วก้มลงจุมพิตที่ปลายจมูกโด่งเล็กนั้นก่อนที่จะยกร่างเจดขึ้นทำให้เจดอุทานออกมาด้วยความเจ็บ เขารู้สึกปวดระบมไปหมด ร่างสูงช้อนร่างบางขึ้น
“อเล็กซิส คุณจะทำอะไร” เจดอุทานอย่างตกใจพร้อมกับดิ้นเล็กน้อย อเล็กซิสไม่พูดอะไรแต่ก้มลงปิดริมฝีปากที่กำลังพูดอย่างอ่อนโยน เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พูดอย่างมีความหมาย
“อย่าดิ้นนะ ผมจะพาไปอาบน้ำไม่งั้นเดี๋ยวไม่ได้อาบนะ” เจดหน้าแดงหยุดดิ้นทันทีเมื่อเข้าใจความหมายนั้น
อเล็กซิสใช้เท้าเตะประตูห้องน้ำก่อนวางเจดลงใต้ฝักบัว หมุนปรับน้ำอุ่นจนพอใจ ปล่อยให้ละอองน้ำโปรยปรายลงมาพรมตัวทั้งคู่ มือเอื้อมไปหยิบแชมพู เจดมองแล้วรีบบอกว่า
“ไม่เอานะ ผมอาบเอง คุณออกไปสิ”
“ทำเก่ง ยืนจะไม่ไหวอยู่แล้ว”อเล็กซิสเย้าแล้วก็ไม่ฟังเสียงทัดทานเขาสระผมให้เจด
“หลับตาสิ” เจดเม้มริมฝีปากแน่น แต่แล้วก็รีบหลับตาเมื่อฟองแชมพูเริ่มไหลลงมา ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ
“ผมไม่เอาเปรียบหรอก คุณจะอาบให้ผมบ้างก็ได้”
“คนบ้า” เจดพึมพำ ทำให้อเล็กซิสหัวเราะออกมาอีกครั้ง
เมื่อล้างผมเสร็จอเล็กซิสก็ลูบไล้สบู่ ไปทั่วร่างบางก่อนล้างออกให้ มองสำรวจร่างตรงหน้าแล้วก็ถอนใจ ผิวขาวนวลของเจดตอนนี้กลับปรากฏรอยแดงช้ำอยู่ทั่วไป ก็ฝีมือเขานั่นล่ะต่อไปเขาต้องระวังมากกว่านี้ ชายหนุ่มลูบไปที่รอยช้ำบริเวณหน้าอกนั้นพร้อมกับก้มหน้าลงไปจุมพิตอย่างอ่อนโยน พึมพำขอโทษ
“ผมขอโทษ คนดี ผมรุนแรงกับคุณมากไปหรือเปล่า” เจดมองกริยาอันอ่อนโยนของชายหนุ่มด้วยความรู้สึกเต็มตื้น เขาเขย่งปลายเท้าขึ้นแนบกายเข้ากับร่างแข็งแกร่งของชายหนุ่มก่อนจุมพิตที่ปลายคางได้รูปนั้นพร้อมกับส่ายหน้าช้าๆ
“ผมไม่เป็นไร” ก่อนจะลดลงตัวลง อเล็กซิสสูดลมหายใจลึกเมื่อร่างบางแนบตัวเข้ามาเสียดสีกับร่างแกร่ง เขาตระครุบเอวเจดไว้ก่อนที่เจดจะทันได้ถอยห่างออกมา ริมฝีปากของชายหนุ่มตามติดทันทีแทรกลิ้นเข้าไปพัวพันกับลิ้นของเจด อเล็กซิสรู้สึกอุณหภูมิในกายของเขาพุ่งสูงขึ้นจนน้ำอุ่นที่โปรยปรายลงมาถูกตัวเขาแทบจะกลายเป็นไอได้ล่ะมั้ง ริมฝีปากเขาเริ่มลดต่ำลงสู่ท้องน้อยของเจด แต่เจดรีบตระครุบศีรษะของอเล็กซิสดึงไว้พลางอุทาน
“ไม่นะ ผมจะอาบน้ำต่อ อเล็กซิสอย่าทำอย่างนั้น” แต่แรงของร่างบางหรือจะสู้แรงของชายหนุ่มได้ เขาเลื่อนตัวขึ้นพร้อมกับยกขาเรียวของเจดข้างหนึ่งขึ้นสูงมาเกี่ยวไว้ที่เอวเขา ดันร่างบางให้ยืนพิงผนังห้องน้ำพร้อมกับสอดแทรกเข้าไปหาความนุ่มละมุนอย่างรวดเร็ว
“อ๊า.......อเล็กซ์.....”เจดอุทานเสียงดัง ขณะที่อเล็กซิสเคลื่อนไหวเข้าออกร่างกายนั้นด้วยความหลงลืมตน จังหวะที่รุนแรงขึ้นสร้างความเจ็บปวดระคนตื่นเต้นให้กับเจดมากขึ้น
“อ๊ะ....อะ.....อ๊า....” เจดคราง อเลกซิสโหมกระแทกรวดเร็วขึ้นจนร่างบางสั่นไหวมือเล็กจับต้นแขนแข็งแรงไว้แน่นร่างกายบีบรัดอย่างรุนแรงเมื่อความสุขสุดยอดมาถึง อเล็กซิสครางเมื่อถูกบีบรัดแนบแน่นจนฝังกายแน่นในร่างของเจดและรินหลั่งความสุขออกไป
“อเล็กซ์......เจด” เสียงทั้งคู่ดังขึ้นพร้อมกัน

อเล็กซิสใช้ผ้าเช็ดตัวพันร่างเจดออกมาจากห้องน้ำ มรสุมในห้องน้ำทำให้เจดถึงกับใจหวิวจนเดินไม่ไหว อเล็กซิสวางร่างบางบนเตียงและเช็ดตัวให้อย่างอ่อนโยน แล้วสวมเสื้อคลุมให้ พลางกระซิบแล้วจูบลา
“ผมต้องไปทำงานแล้วนะเจด หลับต่อนะไม่ต้องไปเรียนแล้ว แล้วผมจะรีบกลับ”
“ผมรักคุณ”
เสียงกระซิบทิ้งท้ายอย่างอ่อนโยน แว่วข้างหูทำให้เจดที่กำลังเคลิ้ม ผล็อยหลับไปโดยที่มีรอยยิ้มติดอยู่ที่ริมฝีปาก

TBC