jade3
By SF
5 ปีต่อมา
กรี๊งงงงงง.....
ร่างสูงนอนเหยียดยาวบนเตียงกว้าง ดึงหมอนมาปิดหูพยายามไม่สนใจกับเสียงรบกวนนั้น แต่ก็ไม่สำเร็จเมื่อเสียงนั้นดังต่อเนื่องบ่งบอกถึงนิสัยคนต่อว่าไม่ยอมแพ้แน่ๆ จนอเล็กซิสต้อง ลืมตาขึ้นขมวดคิ้วพลางถอนหายใจ ก่อนยกมือขึ้นคว้าหูโทรศัพท์ ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงอย่างไม่สบอารมณ์ พูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆ
“ว่าไง”
“อเล็กซ์ นี่เจย์นะ”
“ เจย์ ต้องเป็นเรื่องสำคัญมากนะที่โทรมาที่นี่ ไม่งั้นนายตายแน่ ตอนนี้ฉันหยุดพักนะ”
“รู้แล้ว โทรไปที่ไหนก็หานายไม่เจอ จนต้องโทรไปถามแมกซ์ ถึงรู้ว่านายอยู่นี่”
“ว่ามา เรื่องอะไร?”
“เรื่องยาว สำคัญ มาหาที่กรมหน่อย” อเล็กซิสขมวดคิ้วเมื่อจับได้ถึงน้ำเสียงเคร่งเครียดของผู้เป็นเพื่อน แต่ยังพยายามต่อรอง
“พรุ่งนี้นะ”
“วันนี้โว้ย! และนายออกมาเดี๋ยวนี้เลย บอกว่าเรื่องสำคัญ” เจย์ตะโกนใส่หูโทรศัพท์ก่อนจะรีบวางหู
อเล็กซิสถอนหายใจอีกครั้งพึมพำด่าเพื่อนสนิท ก่อนร่างสูงจะลุกขึ้นบิดตัว 2-3 ครั้ง แล้วเดินเข้าห้องน้ำ เขาตั้งใจหยุดพักสักเดือนหลังจากโหมงานหนักมาเป็นปี ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หลังจากลาออกจากตำรวจเขาได้เข้าไปรับงานจากแมกซ์อย่างเต็มตัว พองานดำเนินไปอย่างเรียบร้อยมีคนดูแลที่ไว้ใจได้ แมกซ์จึงยอมให้เขาทำงานที่เขาถนัด อเล็กซิสเข้าเทคโอเวอร์บริษัทรักษาความปลอดภัยแล้วหันมาดูแลอย่างเต็มตัว จนมีชื่อเสียงระดับแนวหน้า ด้วยเครือข่ายงานที่กว้างขวาง เทคโนโลยีที่ทันสมัย และการคัดเลือกคนที่มีฝีมือเยี่ยมเท่านั้น และหลังจากนั้นชายหนุ่มก็ได้เข้ามารับผิดชอบรักษาความปลอดภัยของบริษัทในเครือข่ายของเดเวอโรทั้งหมด
หลังจากการทำงานหนักติดต่อกันมาเป็นเวลานาน เขาจึงหาโอกาสพักโดยมอบหมายงานให้มาร์คัส มือขวาของเขารับผิดชอบ แต่นี่เป็นการขอร้องของเจย์ เขาเลื่อนเวลาพักออกไปอีกหน่อยก็ได้
-------------------------------
“คุณอเล็กซิส” แครอล เลขาหน้าหวานของเจย์ เงยหน้ามองร่างสูง ก่อนจะยิ้มหวานให้
“เชิญเลยค่ะ พายุกำลังรออยู่ อารมณ์เสียแต่เช้า” เธอกระซิบบอกเพื่อนสนิทของเจ้านายที่คุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่
ชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไปโดยไม่เคาะประตู ทำให้นายตำรวจหนุ่มที่นั่งหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่เงยหน้ามองอย่างฉุนเฉียว และพอเห็นหน้าอเล็กซิส ก็อ้าปากว่าทันที
“ช้ามาก ฝีมือขับรถนายตกไปนะ อเล็กซ์” อเล็กซิสไม่สนใจ ทรุดตัวลงนั่งอย่างสบายที่เก้าอี้รับแขก วางเท้าบนโต๊ะเล็ก เสยผมสีดำสนิทก่อนสั่งเพื่อนสั้นๆ
“กาแฟ”
เจย์มองหน้าอเล็กซิสอย่างฉุนๆ พึมพำด่า “ไอ้บ้า เห็นที่ทำงานชั้นเป็นร้านกาแฟ” ขณะจะเอื้อมมือไปกดอินเตอร์คอม ประตูห้องก็เปิดออก พร้อมกับเลขาสาวหอบถาดกาแฟเข้ามาอย่างรู้ใจ
“นี่ค่ะ กาแฟคุณอเล็กซิส ไม่เติมครีม น้ำตาล อย่างเดิมนะคะแครอลจำได้ ส่วนของเจ้านายนี่เติมเองก็แล้วกันค่ะ”
“นี่แครอล ทีของไอ้บ้านี่นานๆ มาทีทำไมจำได้ แต่ของผมจำไม่ได้สักที” เจย์บ่น
แครอลยิ้มรับคำบ่น แล้วก็หันหลังเดินออกไป อเล็กซิสหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบยิ้มมุมปาก แล้วชมว่า “สวยนะ”
“หา อะไร” เจย์งง เมื่อมองเห็นสายตาเพื่อนแล้วก็คำรามในคอ
“โน นายอย่ามายุ่งกับลูกน้องชั้น ไปหว่านเสน่ห์ที่อื่น”
“หึ หึ หวงรึ”
“ไอ้บ้า ชั้นไม่ทำอย่างนั้นหรอกเสียการปกครองหมด”
หลังจากกาแฟหมดแก้ว อเล็กซิสจึงพูด
“O.K. ว่าธุระนายมา มีอะไรด่วน?”
“ขอยืมมือนายคุ้มครองพยานหน่อยว่ะ”
อเล็กซิสขมวดคิ้ว “อะไร คนของนายก็มีตั้งมาก คุ้มครองพยานคนเดียวทำไม่ได้หรือไง คดีอะไร”
“วางระเบิด Silver tower เมื่อเดือนที่แล้วที่ทำให้เจ้าของบริษัทตายไงล่ะ”
“ทำไมมีปัญหาอะไร?”
“สงสัยมีเรื่องผลประโยชน์อื่นมาเกี่ยวข้อง เพราะเขากำลังจะสมัครเป็นวุฒิสมาชิกสมัยหน้า แล้วระเบิดน่ะถึงจะพยายามทำให้เหมือนเป็นผู้ก่อการร้ายแบบมือสมัครเล่นก็จริง แต่จุดที่วางกลับเป็นเขตที่ต้องเป็นคนที่เกี่ยวข้องหรือคนสำคัญถึงผ่านเข้าไปได้ มันไม่เหมือนพวกก่อความไม่สงบธรรมดา แล้วตอนนี้ฉันมีพยานที่จะชี้ตัวคนถือระเบิดเข้าไปวาง”
“อือม์ ลองว่าพยานเห็นหน้าคนถือแล้วจำได้ทันทีแถมนายต้องคุ้มครองอย่างนี้ แสดงว่าเป็นคนนั้นก็ดังเหมือนกันสินะ”
“นายคิดว่าเทอร์รี่ อดัมส์วุฒิสมาชิกคนปัจจุบันนี้ ดังไหมล่ะ?”
“อะไรนะ วุฒิสมาชิก โง่หรือบ้าที่ถือระเบิดเข้าไปเอง”
“ก็ไม่โง่หรอกนะ วางแผนดีเชียวล่ะ พยานชั้นบอกว่าระเบิดถูกส่งมาอีกที ไม่มีคนสงสัยเลย และถ้าพยานของฉันเขาไม่เผอิญอยู่ตรงนั้นแล้วเห็นล่ะก็ คดีคงปิดไปด้วยเรื่องก่อการร้ายธรรมดาไปแล้ว”
“แต่นายดันโชคร้ายที่ได้มาทำคดีนี้ งั้นสิ”
“ใช่ เพราะที่แน่ใจได้ก็คือเซฟเฮาส์ของฉันถูกถล่มไป 2 ที่แล้ว ดีที่คนของฉันพาพยานหนีออกมาได้ แสดงว่ามีคนในรู้ ฉันถึงต้องพึ่งมือคนนอกไงล่ะ”
“นานแค่ไหน กว่าจะขึ้นศาลสอบพยาน?”
“หนึ่งเดือน”
“อะไรนะตั้งหนึ่งเดือน เวลาพักฉันหมดพอดี” “ไม่รู้โว้ย เป็นว่าฉันยกเขาให้นายไปเลยแล้วกัน พอวันขึ้นศาลจะบอกอีกที” เจย์พูดพลางโยนแฟ้มมาให้
อเล็กซิสเปิดแฟ้มออก เมื่อมองลงไปสบตากับคนในรูปตรงหน้าชายหนุ่มก็นิ่งขึงไป ใบหน้าคมเข้มนั้นเปลี่ยนวูบ ขบกรามแน่นอุทานในใจ ‘เจด’ ไม่ผิดแน่ อเล็กซิสพิจารณาโดยละเอียด เจดคนที่เขาไม่มีวันลืม เขาตะลึงมองดูใบหน้างดงาม ตาสีเขียว ผมสีน้ำตาลที่ยาวขึ้น เจดดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย จริงสิผ่านมา 5 ปีแล้ว ตอนนี้เขา 29 เจดก็คงอายุประมาณ 24 ปีแล้ว
อเล็กซิสระลึกถึงความหลังที่เขาพยายามฝังไว้ แต่เพียงแค่เห็นรูปเจดเท่านั้น เรื่องราวก็วิ่งผ่านเข้ามาในความทรงจำจนราวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
อเล็กซิสรู้ตัวเมื่อเจย์ถามขึ้นมา “จะให้ชั้นพาเขาไปส่งให้นายที่ไหน?”
“กรีนเฮาส์”
“กรีนเฮาส์นะ?” เจย์ย้อนถามอย่างแปลกใจ ก็ที่นั่นเป็นเหมือนที่ส่วนตัวที่อเล็กซิสไม่เคยให้ใครเข้าไปยุ่ง เมื่อเขาต้องการพักจริงๆ เขาจะไปที่นั่น เจย์เองก็รู้
“ใช่ กรีนเฮาส์ นายให้คนของนายไปส่งเขาที่นั่น แล้วก็กลับได้ ที่เหลือชั้นจัดการเอง อ้อ บอกลูกน้องนายระวังตอนไปส่งหน่อยนะ อย่าให้ใครสะกดรอยตามได้ล่ะ” อเล็กซิสพูดจบก็เดินออกไปพร้อมกับแฟ้มในมือ
--------------------------------
“คุณเจดครับ ถึงแล้ว” นายตำรวจนอกเครื่องแบบคนหนึ่งหันมาปลุกเจด ภายหลังจากการเดินทางอันยาวนาน ความเครียดที่จู่โจมเขามาเป็นเวลานานถึงกับทำให้เจดเผลอหลับไป
เจดค่อยๆ ลืมตาอย่างงัวเงียก่อนจะทรงตัวขึ้นนั่ง นายตำรวจหนุ่มมองใบหน้าหวานขณะเปิดประตูรถให้เจดค่อยๆก้าวลงมา พร้อมกับนึกในใจว่า สวยอย่างนี้ไม่น่าเป็นผู้ชายเลย แถมยังสวยกว่าผู้หญิงทุกคนที่เขารู้จักเสียอีก
เจดมองไปรอบๆ อย่างชื่นชม บ้านหลังนี้ช่างงดงาม หลังใหญ่แต่ดูกลมกลืนกับธรรมชาติได้อย่างเหมาะเจาะด้วยสวนป่าและพืชพรรณธรรมชาติ เขาได้ยินเสียงน้ำไหลคงมีธารน้ำอยู่ใกล้บ้านแน่ แต่ตรงนี้เขามองไม่เห็น ระหว่างที่เจดชื่นชมตัวบ้านอยู่ นายตำรวจก็ไปเคาะประตู
เจดรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองจากที่ใดที่หนึ่ง เขาไปดูรอบๆ ก็ไม่เห็นอะไร พอดีกับประตูหน้าที่เปิดออก ชายร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ที่หน้าประตู เขามองตรงมาที่เจด ก่อนจะยิ้มอย่างสุภาพ
“สวัสดีครับ คุณเจด”
“สวัสดีครับ” เจดตอบรับอย่างแปลกใจ เขาถูกส่งมาที่นี่โดยไม่รู้รายละเอียดอะไรมากนัก ทราบแต่ว่าเขาถูกเปลี่ยนมือจากตำรวจ มาเป็นบริษัทเอกชนแล้ว แต่เจดก็วางใจในการตัดสินใจของเจย์ เมื่อเขาบอกเจดว่า เพื่อนเขาจะดูแลเจดอย่างดีที่สุด
“ผมมาร์คัสครับ เชิญข้างในบ้านเลย เจ้านายผมกำลังรออยู่” แล้วหันไปบอกตำรวจที่มาส่ง
“ขอบคุณครับ เดินทางกลับปลอดภัยนะครับ” แล้วปิดประตูใส่หน้านายตำรวจหนุ่ม ทำให้นายตำรวจนั้นต้องหมุนตัวกลับไปขึ้นรถแต่โดยดี เนื่องจากรู้ว่าหน้าที่ของตนหมดลงแล้ว
เจดเดินตามหลังมาร์คัสไปแล้วอดถามไม่ได้ “ทำไมบ้านเงียบจังเลยครับ?”
“ในบ้านมีแค่ผมกับเจ้านายน่ะครับ คนอื่นๆที่คอยรักษาความปลอดภัยอยู่รอบนอก ไม่ต้องห่วงหรอกครับบ้านหลังนี้มีทางมาได้ทางเดียว คือข้างหน้า ใครก็ผ่านเข้ามาลำบาก ผมดูเรื่องทั่วไปในบ้าน และเรื่องอาหารด้วย ไม่ต้องห่วงผมทำอาหารเก่งนะครับ”
เจดมองชายร่างสูงใหญ่ตรงหน้าที่ท่าทางน่าจะเป็นทหารเก่า แต่กลับอวดตัวเรื่องทำอาหาร ด้วยสายตาแปลกใจพร้อมกับหัวเราะคิก คิก ทำให้มาร์คัสหันมายิ้มอย่างเขินๆ เขาเคาะประตูห้องสมุด
“เจ้านายครับ คุณเจดมาถึงแล้ว” มาร์คัสเปิดประตูก่อนหันมาบอกเจด
“เชิญในห้องสมุดนะครับ เดี๋ยวพอถึงเวลาอาหารคุณจะได้รู้ว่าผมพูดจริง”
เจดเดินเข้าห้องไปแล้วก็อุทาน “โอ้โห” ห้องสมุดนั้นมีขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยหนังสือจำนวนมาก เจดยิ้มอย่างยินดี เขาคงไม่เบื่อที่จะอยู่ที่นี่
“สวัสดี เจด” เสียงทุ้มดังมาจากข้างหลัง เจดหันขวับไปแล้วยืนนิ่งขึง
“อเล็กซ์” เสียงหวานใสหลุดคำพูดออกไป กาลเวลาราวกับไหลย้อนกลับไปสู่อดีต อเล็กซิสยืนมอง ร่างโปร่งบางข้างหน้ายิ่งงดงามขึ้น ดูสูงขึ้นเล็กน้อย สวมเสื้อไหมพรมคอตลบสีขาว กางเกงสีน้ำตาลยิ่งทำให้ร่างนั้นดูบอบบางมากขึ้น ดวงตางดงามที่แฝงแววเศร้าอยู่ลึกๆ จมูกโด่งเล็กและริมฝีปากเล็กบางแดงระเรื่อ
อเล็กซิสสูดลมหายใจเข้าลึกซ่อนแววคนึงหาไว้อย่างมิดชิด ก่อนพูดเสียงเรียบ
“เชิญนั่ง” เจดเดินไปที่เก้าอี้อย่างอัตโนมัติ ภาวนาในใจอย่าให้ล้มพับไปตอนนี้ เขาจะต้องเข้มแข็ง เจดค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งก่อนที่เข่าสั่นระริกจะทำให้เขาอับอาย เจดนั่งเงียบอารมณ์สับสนไปหมด ตกใจ? รัก? เกลียด? สุดท้ายก็เป็นความเจ็บปวด
เวลาอันยาวนานที่เขาคิดว่ามันทำให้ความเจ็บปวดเบาบางไปแล้ว แต่ตอนนี้กลับปะทุขึ้นมาอีก เหมือนกับพึ่งเป็นเมื่อวาน รูปลักษณ์ของอเล็กซิสยังไม่เปลี่ยนไปสักนิด ร่างสูงแข็งแกร่งยังเหมือนเดิม ตาสีเทายังคมกริบ แต่เจดรู้ว่าเขาเปลี่ยนไป แววเฉยชาในดวงตา ริมฝีปากที่เคยจุมพิตเขาอย่างอ่อนโยน ตอนนี้กลับยิ้มให้เขาอย่างเย็นชา เจดเชิดหน้าขึ้น ใช่ พวกเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว มันจบลงไปแล้วตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน เวลาที่ผ่านมาเขาได้เก็บเศษเสี้ยวที่แตกสลายมาปะติดปะต่อกัน และดำรงชีวิตอยู่รอดมาได้ ครั้งนี้หวังว่าเขาคงจะรอดไปได้เช่นกัน
“ผมจะเป็นคนดูแลคุณตลอดเวลาหนึ่งเดือนข้างหน้า คุณคงไม่มีปัญหาอะไร?” อเล็กซิส กล่าว เจดเงยหน้าทันที
อะไรนะ ! เจดคิดตั้งหนึ่งเดือน ไม่ไหวหรอก เขาคิดก่อนกล่าวออกไปทันที
“ไม่มีทาง ผมจะไม่อยู่ที่นี่” เจดลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเดินไปที่ประตู ทันทีที่มือแตะไปที่บานประตูยังไม่ทันดึงเปิดออก ก็ถูกมือใหญ่ดันไว้ เจดหันกลับไปชนกับอกกว้างที่ยืนซ้อนหลังอยู่ เขายกมือผลักออกไปเต็มแรง อเล็กซิสยอมถอยตามแรงผลักไปก้าวหนึ่ง
“ผมจะไม่อยู่ ถึงแม้จะต้องออกไปอยู่ข้างนอกคนเดียว ไม่มีคนคุ้มครองก็ตาม ยังดีกว่าที่จะอยู่ใกล้คุณ” เจดพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“คุณออกไปไม่ได้เจด ถ้าผมไม่อนุญาต ที่นี่เป็นที่ส่วนตัวไม่มีใครเข้ามาได้ และคุณก็ออกไปไม่ได้เช่นกัน คุณทนที่นี่ไปอีกหนึ่งเดือนเท่านั้น แล้วถ้าคุณอยากไปผมก็จะให้คุณไป” เจดมองหน้าอเล็กซิสอย่างไม่เชื่อสายตา กำหมัดแน่น อารมณ์โกรธระเบิดขึ้นทันที
“ผมเกลียดคุณ เราไม่น่าจะเจอกันอีกเลย” เจดตะโกนออกมาก่อนเปิดประตูห้องสมุดออกไป ปล่อยให้อเล็กซิสยืนนิ่งขึงอยู่หน้าประตู
------------------------------
เจดยืนมองธารน้ำที่ไหลผ่านโตรกหิน ร่างบางอยู่ในอยู่ในเสื้อไหมพรมและกางเกงสีขาว มีผ้าพันคอพาดไว้อย่างหลวมๆ อากาศข้างนอกนี้ค่อนข้างเย็นมากอาจเพราะอยู่ใกล้ป่า และน้ำก็ได้ เขาถอนใจเมื่อนึกถึงบรรยากาศของอาหารมื้อค่ำเมื่อวานนี้ เขานั่งร่วมโต๊ะกับอเล็กซิส และมาร์คัส อเล็กซิสนั่งกินเงียบๆ ขณะที่เจดเองก็ไม่ต้องการจะพูดคุยกับใคร มีเพียงมาร์คัสที่พยายามทำบรรยากาศให้ดีขึ้น ด้วยการชวนเจดคุย ถามโน่น ถามนี่ เมื่อกินเสร็จ เจดก็ขอตัวเข้านอนทันที เขาตั้งใจจะอยู่ให้ห่างอเล็กซิสให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เมื่อคืนเขายอมให้ตนเองร้องให้ ยอมแพ้ให้กับความโศกเศร้า มันจะเป็นครั้งสุดท้ายเขาบอกกับตัวเอง เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าเพียงแค่พบหน้าอเล็กซิสเท่านั้นกลับสะกิดความเจ็บปวด ความทรมานขึ้นมาได้เพียงนี้ ครั้งนี้เขาจะผ่านพ้นไปอย่างที่คิดได้หรือไม่
เจดมองไปที่ธารน้ำตกข้างหน้าแล้วก้าวลงไป แต่แล้วด้วยความลื่นของตระไคร่น้ำทำให้เจดทรงตัวไว้ไม่อยู่ เขาอุทานอย่างตกใจก่อนจะลื่นถลาตกลงไป
“ตูม”
“บ้าจริง” เจดอุทานเสียงดังขณะนั่งแช่อยู่ในน้ำ มองไปทางที่เดินลงมาอย่างท้อใจและนั่งอยู่อย่างทำอะไรไม่ถูกไปครู่ใหญ่ พอจะพยายามลุกขึ้นก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเท้า
“คุณเจด” เสียงมาร์คัสอุทานอย่างตกใจเบื้องหลัง เจดเงยหน้าขึ้นอย่างดีใจขณะที่ตัวยังแช่อยู่ในน้ำตื้นๆ นั้น ครึ่งตัว เขาเปื้อนและเปียกโชกไปทั้งตัว และตอนนี้กำลังหนาวสั่นเพราะอากาศเย็น มาร์คัสไถลตัวก้าวลงมาตามทางลาดอย่างรวดเร็ว พอเขาประคองเจดลุกขึ้น เจดก็อุทานด้วยความเจ็บ
“ข้อเท้าผม” มาร์คัสช้อนร่างบางขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะเดินตรงไปยังตัวบ้าน
“มาร์คัส ปล่อยผมลงได้แล้ว ผมเดินเองได้แล้ว” เจดบอกเมื่อออกพ้นโขดหิน
“ไม่ได้หรอกครับ ยังไม่รู้ว่าข้อเท้าเป็นอะไรอย่าพึ่งลงน้ำหนักจะดีกว่า”
“มาร์คัส เกิดอะไรขึ้น?” อเล็กซิสถามด้วยน้ำเสียงตวัดห้วน เมื่อเขาเดินออกมาพบ
“คุณเจดตกน้ำครับ ไม่รู้ว่าข้อเท้าเป็นอะไรมากหรือเปล่า?” อเล็กซิสมองเจด ที่ตอนนี้เปียกไปทั้งตัว ตัวสั่นและริมฝีปากซีดเขียวด้วยความหนาว แล้วก็สบถเบาๆ
“นายไปเอากล่องปฐมพยาบาล เดี๋ยวฉันจะพาเจดไปเอง”
“ไม่ต้องผมเดินได้” เจดรีบพูดขึ้นทันที
“เงียบไปเลย เจด คุณเดินไม่ไหว แล้วก็ไม่ต้องมาเถียงด้วย” อเล็กซิสรับร่างเจดจากมาร์คัส แล้วเดินไปที่ห้องของเจด เดินผ่านเข้าไปที่ห้องน้ำวางเจดลงในอ่างอาบน้ำ มือจับชายเสื้อเจดขึ้น
“ไม่” เจดอุทานเสียงแข็ง
“คุณออกไป ผมจัดการเองได้” อเล็กซิสสบตาไม่ยอมแพ้ของเจด แล้วก็ปล่อยมือ
“ตามใจ ผมให้เวลาครึ่งชั่วโมงไม่งั้นผมจะเข้ามาช่วย ผมไม่อยากให้คุณเป็นปอดบวม จนไม่ได้ไปเป็นพยานในศาลนะ”
เมื่ออเล็กซิสออกไปเจดจัดการตัวเองอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาอาบน้ำ สระผมเสร็จ เขาก็รู้สึกข้อเท้าจะบวมเขียวมากขึ้น เจดลองทรงตัวแล้วก็กลั้นเสียงอุทานเมื่อรู้สึกเจ็บแปลบ เขากัดฟันยืนขึ้นขณะผูกสายเสื้อคลุมรัดเอว ได้ยินเสียงเคาะประตูห้องน้ำแล้วอเล็กซิสก็เปิดเข้ามา เมื่อเห็นสีหน้าเจ็บปวดเจด อเล็กซิสก็สบถในลำคอ ก่อนที่จะอุ้มเจดขึ้นมาวางไว้บนเตียง เขาจับข้อเท้าเจดขึ้นมาดู
“โอ๊ย จับเบาๆสิ” เจดอุทานแล้วกระตุกข้อเท้าหนี
“ไม่หัก คงแพลงเฉยๆ” อเล็กซิสพูดแล้วจัดการทายา และนวดให้ มือแข็งแรงลูบไล้ที่ข้อเท้าบอบบางนั้น ชายหนุ่มเผลอสูดลมหายใจลึกเมื่อได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากร่างตรงหน้า ช่างเป็นกลิ่นที่คุ้นเคยทำให้หวนนึกถึงบรรยากาศเก่าๆ เขาเงยหน้าสบตากับเจดที่ก้มลงมอง เจดสบตาคมสีเทาคู่นั้นอย่างเผลอตัว เขาอยู่ใกล้มากเหลือเกิน มือของอเล็กซิสไล้ขึ้นไปที่น่องเรียว
“ขอโทษครับ” มาร์คัสเคาะบานประตูที่เปิดค้างอยู่อย่างจงใจ ทำให้ทั้งคู่สะดุ้ง เจดหน้าแดงขณะที่อเล็กซิสหันไปมองตาเขียวแล้วพูดเสียงห้วน
“เข้ามาสิ” แล้วเขาหันไปหยิบผ้ายืดมาพันที่ข้อเท้าเจด
“ผมเอาอาหารกับยาแก้ปวดมาให้ครับ” มาร์คัสบอก แล้วหันมาทางเจดก่อนทำเป็นอุทาน
“คุณเจด มีไข้หรือหรือเปล่าครับ? หน้าแดงอย่างนั้น”
“ผมไม่เป็นไร ขอบคุณครับที่เป็นห่วง” เจดรีบตอบแล้วยิ้มให้มาร์คัสอย่างอ่อนโยนจนอเล็กซิสมองอย่างขวางๆ มาร์คัสมองเจดที่อยุ่ในชุดเสื้อคลุมสีขาว รอยสาปเสื้อที่คอเปิดแยกทำให้เห็นคอระหงและหน้าอกเรียบเนียบ ชายเสื้อเปิดให้เห็นเรียวขางดงาน ผิวดูอ่อนนุ่มสีชมพูระเรื่อจากที่พึ่งอาบน้ำอุ่นมาใหม่ๆ
มาร์คัสนึกชมในใจ เจดเป็นผู้ชายที่สวยมากและดูท่าทีคงมีความหลังกับคุณอเล็กซิสมาก่อน ถึงทำให้คุณอเล็กซิสหงุดหงิดงุ่นง่านได้ขนาดนี้ เขายิ้มในใจ อเล็กซิสมองตามสายตามาร์คัสแล้วแสดงสีหน้าไม่พอใจตวัดเสียง
“นายออกไปได้แล้วมาร์คัส”
“ครับ คุณอเล็กซิส” มาร์คัสรับคำแล้วหันหลังออกไป แต่พอชายหนุ่มหันกลับมามองเจดก็ถู ร่างบางตรงหน้าก็ไล่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยด้วยประโยคเดียวกัน
“คุณก็ออกไปด้วย ผมจะกินยาแล้วก็นอนเลย” อเล็กซิสลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็เดินออกไป
----------------------------------
อเล็กซิสเปิดประตูเข้าไปในห้องเจด เมื่อดึกมากแล้ว เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าต้องการอะไร ชายหนุ่มแก้ตัวให้กับตัวเองเขาว่าเพียงแต่เข้ามาดูเท่านั้น
เขาอยากถามเจดเหลือเกินว่า เมื่อ 5 ปีก่อนทำไมเจดถึงไม่รอเขา แต่เขาก็หยิ่งเกินไปในเมื่ออีกฝ่ายแสดงท่าทีไม่แยแส แถมยังแสดงท่าทีโกรธและเกลียดเขาอีก ทั้งที่ฝ่ายที่โกรธน่าจะเป็นเขา เขาจำเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้ดี หลังจากที่เขาออกจากห้องเจดมา เขาภาวนาอย่าให้เจดเป็นคนไปส่งมอบของเอง และก็เป็นอย่างที่หวัง เมื่ออีกวันต่อมาเขาเห็นโจไปเอาของจากเจด เขาสะกดรอยตามโจไปและได้ร่วมทีมจับกุมเมื่อโจเอาของไปมอบให้กับคนที่อยู่เบื้องหลังซึ่งกลายเป็นมาเฟียอีกกลุ่มหนึ่ง ทำให้เกิดการต่อสู้อย่างรุนแรง มีคนตายหลายคนรวมทั้งโจ และตัวเขาก็ถูกยิงเข้าที่ต้นขาเสียเลือดไปมากจนช็อคหมดสติไป
เมื่อเขาฟื้นตัวก็อีกหลายวันต่อมา แต่เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ เขาฝากตำรวจเจ้าของคดีที่เขามาช่วยงานอยู่ ให้นำจดหมายไปให้เจดเพื่อบอกว่าเขาบาดเจ็บ แต่เจดก็ไม่ได้มาเยี่ยมเขา เขานอนเจ็บเดียวดายอยู่คนเดียว และกระสับกระส่ายไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งทนไม่ได้และขออนุญาตหมอ เพื่อออกจากโรงพยาบาลเมื่อพอเคลื่อนไหวได้ แล้วก็มาหาเจดที่หอพักหลังจากนั้น แต่เขาก็ไม่พบใคร ถามหาผู้ดูแลก็ไม่อยู่ อเล็กซิสจากไปอย่างผิดหวัง เจดกลัวความผิดแล้วทิ้งเขาไปโดยไม่สนใจเลยหรือว่าเขาอาจกำลังจะตายก็ได้
อเล็กซิสจำความเสียใจตอนนั้น เขาลาออกจากตำรวจเพราะเขารู้ดีว่าเขาทำงานต่อไปไม่ได้ เมื่อตำรวจทำการปกปิดและช่วยเหลือคนผิด เขาคนนั้นก็ไม่สมควรเป็นตำรวจอีก เขาจงใจปิดบังชื่อเจดในรายงาน พอดีที่โจเสียชีวิตในการจับกุมทำให้สามารถทำได้โดยไม่มีใครสงสัย ข่าวการจับกุมและการตายของโจไม่ได้เปิดเผยไปเพราะถูกขอร้องจากทางมหาวิทยาลัย
เขาอาการหนักจากการอกหักอยู่เป็นเดือนจนกระทั่งแมกซ์กังวล พยายามสอบถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่สามารถบอกแมกซ์หรือใครได้ แต่ก็พยายามหักห้ามความเสียใจไว้และพยายามลืมเจด
ตอนนี้เขารู้ตัวว่าไม่สามารถทำได้เมื่อเขาสบตาเจดอีกครั้ง เขารู้ว่าความรู้สึกต่างๆ มันยังอยู่ แต่เจดล่ะ และอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เจดโกรธเขา เขาต้องรู้ให้ได้
อเล็กซิสตื่นจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงครางแผ่วๆ จากเตียง เขาเดินไปก้มหน้าดู เห็นเจดครางแผ่วเบาในลำคอขยับไปมาอย่างกระสับกระส่าย เขาหันไปเปิดไฟหัวเตียงทันที แล้วก็ต้องอุทานอย่างตกใจเมื่อเห็นหน้าเจด เขาแตะหน้าผากเจดพบว่าตัวร้อนจัดมาก เหงื่อออกชุ่มตัวจนชุดนอนเปียกชื้นไปหมด เขาหันไปกดโทรศัพท์ภายใน
“มาร์คัส”
“ครับผม คุณอเล็กซิส” เสียงตอบกลับมาไม่มีแววงัวเงียแม้แต่น้อย
“ตามหมอ เจดไม่สบาย” อเล็กซิสหันกลับมาเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับเจดอย่างรวดเร็ว แต่อาการของเจดยังกระสับกระส่ายอยู่ เจดพึมพำเสียงแผ่ว
“ไม่...อย่าไป.....ทำไม..” เจดเพ้อ ร้องไห้สะอื้น
“เจดผมอยู่นี่” อเล็กซิสกอดเจดไว้แน่น ใจไม่ดีเมื่อเห็นเจดยังทุรนทุราย หมอทำไมช้าจริงเขาจะวางเจดลงกับเตียง แต่มือเล็กนั้นคว้าเสื้อเขาไว้แน่นทั้งๆที่ไม่รู้ตัว
“ไม่... อย่าไป...อยู่กับผม” อเล็กซิสกอดร่างบางไว้แน่นพึมพำบอกร่างในอ้อมแขน
“เจด ผมอยู่นี่ ผมจะไม่ไปไหน”
“หมอมาแล้วครับ” มาร์คัสบอกเมื่อเวลาผ่านไปอีกไม่นาน อเล็กซิสถอนหายใจมาเสียที เขานั่งเฝ้ามองหมอตรวจร่างกายเจด สลับกับลุกเดินไปเดินมา ทำให้หมอแอบสบตากับมาร์คัส และเมื่อมาร์คัสอมยิ้มให้ หมอก็นึกขำในใจ ทั้งเขาและมาร์คัสอยู่กับครอบครัวนี้มานานจนแทบจะถือว่าเป็นคนในครอบครัวนี้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่เคยคิดว่าคุณอเล็กซิสจะมีเวลาแบบนี้กับเขาด้วย แสดงว่าชายหนุ่มคนนี้มีความสำคัญกับคุณอเล็กซิสมาก หมอหันมามองร่างบอบบางตรงหน้า สวยอย่างที่มาร์คัสกระซิบให้ฟัง เขามีเรื่องเล่าให้คุณแมกซ์ฟังแล้วซิ
“ไม่เป็นไรมากหรอกครับคุณอเล็กซิส ไข้หวัด หนักมากหน่อยเท่านั้นแต่ยังไม่ถึงขั้นปอดบวม เดี๋ยวผมจะฉีดยาให้สักเข็ม อีกวันสองวันคงดีขึ้น ยังไงเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมมาดูอีกครั้งก็แล้วกัน สำหรับที่ข้อเท้าก็ไม่มีอะไรแตกหัก แค่ทายาแล้วพันผ้าไว้ก็ใช้ได้ ”
“ขอบคุณครับหมอ มาร์คัสส่งหมอด้วย”
----------------------------------------------------
เจดขยับตัวรู้สึกปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมด เขาเป็นอะไรไป หัวหนักๆ ยังไงชอบกล เขาพยายามปรือตาขึ้นมอง เช้าแล้วหรือนี่ แล้วอเล็กซิสมานั่งทำอะไรในห้องเขา เจดมองหน้าชายหนุ่มที่กำลังหลับอยู่ตรงหน้า คอเอียงพิงพนักเก้าอี้ ผมลุ่ยลงมาปิดตาข้างหนึ่งทำให้ใบหน้านั้ดูอ่อนวัยลงจนเกือบเหมือนเมื่อ 5 ปีก่อน เจดพยายามลุกขึ้นนั่ง เสียงเคลื่อนไหวบนเตียงทำให้อเล็กซิสลืมตาตื่นทันที
“เจด ตื่นแล้วหรือ เป็นไงบ้าง”
“ผมเป็นอะไรไป” เจดตอบไม่ตรงคำถาม
“ไข้หวัด อย่าพึ่งลุกนะ เป็นไงบ้าง” เจดสำรวจตัวเองแล้วบอก
“หิว” อเล็กซิสยิ้มหันกดโทรศัพท์สั่งมาร์คัส แล้วหันกลับมาบอกเจด
“ผมจะเช็ดตัวให้ แล้วค่อยกินอาหารเช้านะ”
“ไม่ต้อง ผมทำเอง” แต่อเล็กซิสไม่ฟังเสียง เขาจัดการเช็ดหน้า แขนและลำตัวก่อน พอมือใหญ่เลื่อนลงไปที่หน้าท้อง
“ไม่ต้อง” เจดเสียงแข็ง อเล็กซิสไม่อยากขัดใจเจด จึงหันหลังให้
“เอาล่ะคุณเช็ดเองก็ได้ เร็วๆด้วย” เมื่อเจดทำความสะอาดตัวเองเสร็จ ก็ถึงกับเหนื่อยหอบทีเดียว ทำให้อเล็กซิสหันกลับมามองเหมือนจะบอกว่า “บอกแล้วไม่เชื่อ” เจดต้องยอมให้อเล็กซิสป้อนอาหารอย่างขัดใจ เมื่อรู้สึกว่าตนเองไม่มีแรงยังกับลูกแมวเกิดใหม่ แถมหลังจากนั้นเขาก็เพลียจนหลับไปอีกครั้ง
--------------------------------------------------
มาร์คัสยิ้มรับเมื่อเห็นเจดเดินเข้ามาในห้องพักผ่อน “พึ่งฟื้นไข้ได้2-3วันเองเดินไหวแล้วหรือครับ?” “อืมม์ ข้อเท้าก็ไม่เจ็บแล้วด้วย ผมทนอุดอู้อยุ่ในห้องต่อไม่ไหวแล้ว” เจดนั่งลงที่เก้าอี้ที่มาร์คัสยกมาตั้งไว้ให้ที่ริมหน้าต่าง พลางถอนใจอย่างโมโหตัวเอง เมื่อรู้สึกเหนื่อยเพียงแค่เดินมาแค่นี้ “ดีแล้วครับที่ค่อยยังชั่วแล้ว ช่วงที่คุณไม่สบาย คุณอเล็กซิสหงุดหงิดยังกับอะไร เพราะความเป็นห่วงคุณ” “คงเพราะไม่อยากให้ผมตายแล้วเสียชื่อบริษัทล่ะไม่ว่า” เจดว่า ทำให้มาร์คัสหัวเราะ “นั่นสิครับ ไม่งั้นเสียชื่ออดีตนายตำรวจหมด” เจดหันขวับมามอง มาร์คัส “หมายความว่ายังไง อเล็กซิสเคยเป็นตำรวจเหรอ?” เจดงง “ครับ คุณอเล็กซิสเป็นตำรวจตั้งแต่เรียนจบ งานก็กำลังก้าวหน้าทีเดียวแหละครับ แต่ก็ลาออกมาได้ 5 ปีแล้ว” “มาร์คัส พอได้แล้ว” เสียงอเล็กซิสดังมาจากประตูห้อง เมื่อมาร์คัสเดินออกไป อเล็กซิสก็หันมาทางเจดสบสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของเจด แล้วจึงหันหน้าไปทางหน้าต่าง เขาคิดจะอธิบายให้ฟังทีหลัง แต่เมื่อมาร์คัสบอกไปแล้วเขาก็เลยเล่าต่อ “ใช่ ตอนที่พบคุณผมเป็นตำรวจแล้ว ตอนนั้นผมเจ้าไปสืบคดียาเสพติดในมหาวิทยาลัย ผมจำเป็นต้องโกหกคุณ ผมคิดว่าจะอธิบายให้คุณฟังหลังจากงานเสร็จ แต่ในวันนั้นผมกลับพบว่าคุณเกี่ยวข้องกับโจ.......แล้วก็...ยาเสพติด" อเล็กซิสได้ยินเสียงสูดลมหายใจเข้าอย่างตกใจ เขาจึงหันมามอง เห็นเจดมองมาที่เขาอย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนจะถามเขาเสียงสั่น “คุณคิดว่าผมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด” เจดถามอย่างคาดไม่ถึง “เจดผมรู้ ผมมีหลักฐาน” “หลักฐานอะไร” เจดถามด้วยน้ำเสียงไม่อยากเชื่อ
“ยาเสพติดในกระเป๋า 2 ใบที่คุณรับมาจากโจนั่นไง ตอนนั้นผมโกรธมากนะเจด ผมเสียใจที่คุณเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่ผมรายงานเรื่องคุณให้ตำรวจคนอื่นรู้ไม่ได้ ผมทำไม่ได้ เจด ผมจึงรอให้โจมาเอากระเป๋าจากคุณไปส่งมอบให้เจ้านายเขาอีกที แล้วจึงเข้าจับกุม” “แล้วโจล่ะ?” เจดถามอย่างตกใจ “โจตายแล้วเจด ในตอนที่มีการจับกุมเขาถูกยิง และผมก็บาดเจ็บสาหัสมาหาคุณไม่ได้ ผมจึงฝากจดหมายมาให้คุณ แต่คุณก็ไม่เคยไปเยี่ยมผม และไม่ได้รอผม” “ผมรอคุณอยู่เกือบอาทิตย์ แล้วผมก็ไม่ได้รับจดหมาย” เจดพึมพำค้าน สบตาอเล็กซิสแล้วก็เจ็บแปลบในอกเมื่อเห็นแววระแวงในดวงตาของเขา ร่างบางยืนนิ่งปล่อยให้อเล็กซิสเล่าต่อ “หลังจากนั้นผมก็ลาออกจากตำรวจ ผมไม่สามารถทำงานต่อไปได้” “คุณโทษผม?....ที่ทำให้คุณต้องลาออกจากตำรวจ” เจดคาดคะเนเสียงสั่น ชายหนุ่มอึ้งไปครู่หนึ่ง “ในตอนแรกเท่านั้น ผมเพียงมองหาข้อแก้ตัวให้กับตัวเอง” อเล็กซิสยอมรับ เจดหัวเราะเสียงพร่า เขาเงยหน้ามองอเล็กซิสด้วยสายตาที่โศกเศร้าแฝงแววเจ็บปวดทรมานก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ผมเสียใจแทนคุณ อเล็กซิส แต่ผมอยากจะบอกว่าสิ่งที่คุณทำไปมันไร้ประโยชน์ คุณไม่เชื่อใจผมมากพอทั้งๆที่ตอนนั้นคุณบอกว่ารักผม คุณเรียกร้องให้ผมเชื่อใจคุณแต่คุณทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม” น้ำตาเจดร่วงลงมา เขาถอนสะอื้นให้กับสิ่งที่ผ่านไป “ถ้าผมเลือกได้ผมไม่อยากรู้เหตุผลของคุณ ให้ผมคิดว่าคุณหลอกลวงแล้วทิ้งผมไปเสียยังดีกว่าที่รู้ว่าคุณไม่เชื่อใจผมเลย ไม่แม้แต่จะเอ่ยปากถามสักคำ” อเล็กซิสก้าวเท้าเข้ามาหาเจดอย่างลืมตัว แต่เจดรีบถอยกรูดทันทีแล้วยกมือขึ้นกอดอกปกป้องตนเอง “ถ้าเพียงแต่คุณถามผม คุณจะรู้ว่ากระเป๋าใบนั้นผมเพียงรับฝากโจไว้ ผมรู้แค่ว่ามันเป็นเครื่องกีฬาที่โจจะเอาไปบริจาคให้เด็กๆเท่านั้น”
อเล็กซิสนิ่งขึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น เจดเงยหน้ามองอเล็กซิสด้วยแววตาหยิ่งทะนง “ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ถึงแม้ผมจะยากจน แต่ผมก็ไม่ลดตัวลงไปทำในสิ่งที่เลวร้ายอย่างนั้น ผมคิดว่าคุณไม่รู้จักผมดีพอนะอเล็กซิส และการลาออกจากตำรวจถึงจะเป็นเพราะผมจริงๆ ผมก็ไม่สามารถขอบคุณคุณได้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ไร้ค่าสำหรับผม” เจดมองอเล็กซิสด้วยสายตาที่ว่างเปล่าหลังจากพูดจบ ก่อนเดินออกจากห้องไป เจดไม่รู้ตัวว่ามาถึงห้องได้อย่างไร เขาเสียใจกับความเข้าใจผิดของอเล็กซิส มันร้ายแรงมากที่อเล็กซิสคิดว่าเขาเลวพอที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อเล็กซิสยืนนิ่งอยู่นานก่อนจะทรุดตัวลงนั่งอย่างอ่อนแรง สิ่งที่เขาทำมันผิดพลาดไปหรือ เป็นเพราะเขาไม่เชื่อใจเจดจริงใช่ไหม สายตาของเจดที่มองดูเขาก่อนออกไปเหมือนเป็นคมมีดที่ปักเข้ามาที่อกเขา ความเจ็บปวดมากมายจู่โจมเข้ามา ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเสียใจ แต่ไม่คิดจะตามหาเจดเพราะเขาคิดว่าเจดทิ้งเขาไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งหมด เจดเองก็คงเจ็บปวดกับความรู้สึกที่ถูกทอดทิ้งมาตลอด และยิ่งวันนี้ที่เจดทราบความจริง เจดคงผิดหวังในตัวเขา ความคิดของอเล็กซิสสับสนไปหมด ชายหนุ่มลุกขึ้นทันทีเขาต้องหาความจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้น อเล็กซิสยกหูโทรศัพท์ 2-3 ครั้ง ก็ได้ได้คุยกับนายตำรวจที่ดูแลคดีเมื่อ 5 ปีก่อน หลังจากที่คุยเสร็จอเล็กซิสวางหูโทรศัพท์อย่างอ่อนแรง ‘ครับ คดีเรียบร้อยไม่มีปัญหาอะไร พวกมันให้การซัดทอดกันเอง ผมสามารถกวาดมันได้หมดทีเดียวทั้งกลุ่ม.... อ๋อ โจ เด็กนักศึกษาที่เข้ามาเกี่ยวข้องตามรายงานที่คุณส่งมาหรือครับ ผมเข้าไปสอบสวนแล้วเขาเป็นแค่คนเดินสารครับ ผมคิดว่าเขาคงไม่รู้อะไรมากนักหรอก.... ไม่ครับผมไม่พบว่ามีนักศึกษาคนอื่นเกี่ยวข้องอีก.... ครับผมแน่ใจ...เอ่อ..มีอีกเรื่องถ้าคุณไม่โทรมาผมคงลืมไปแล้ว เรื่องจดหมายที่คุณฝากส่ง ผมไม่ได้ไปส่งให้ในวันนั้น พอดีงานยุ่งผมเลยลืมไป กว่าจะเอาไปฝากไว้ก็อีกหลายอาทิตย์ทีเดียว ผมจะบอกคุณ คุณก็ออกจากโรงพยาบาลไปก่อนแล้วนะครับ’
อเล็กซิสนั่งจมอยู่กับความคิด ความรักของเขาจบลงภายในเวลาไม่กี่อาทิตย์เพราะความโง่ของเขา โทษที่เขาไม่เชื่อใจเจดทำให้เขาต้องสูญเสียเจดไปถึง 5 ปี แต่เจดล่ะ เจดมีความผิดอะไรนอกจากที่มารักเขา มันสายไปแล้วหรืออเล็กซิสคิด สายตาของเจดก่อนออกจากห้อง ว่างเปล่า เฉยชา จนทำให้อเล็กซิสเย็นเฉียบไปทั้งตัว ถ้าเมื่อก่อนยังคงมีสายใยเล็กๆ ที่ผูกพันเจดไว้กับเขา ตอนนี้เจดคงตัดมันลงได้อย่างสิ้นเชิง ไม่! เขาไม่ยอมแพ้ เวลา 5 ปีที่ผ่านมามันเนิ่นนานก็จริง แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ ตอนนี้บาดแผลของเขาถูกเยียวยาแล้วเมื่อได้รู้ความจริง แต่สำหรับเจดบาดแผลนั้นลึกเกินไป และเขาต้องพยายามในเมื่อโชคชะตาได้ให้โอกาสเขาอีกครั้งหนึ่ง เขาจะต้องได้เจดคืนมา
TBC
5 ปีต่อมา
กรี๊งงงงงง.....
ร่างสูงนอนเหยียดยาวบนเตียงกว้าง ดึงหมอนมาปิดหูพยายามไม่สนใจกับเสียงรบกวนนั้น แต่ก็ไม่สำเร็จเมื่อเสียงนั้นดังต่อเนื่องบ่งบอกถึงนิสัยคนต่อว่าไม่ยอมแพ้แน่ๆ จนอเล็กซิสต้อง ลืมตาขึ้นขมวดคิ้วพลางถอนหายใจ ก่อนยกมือขึ้นคว้าหูโทรศัพท์ ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงอย่างไม่สบอารมณ์ พูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆ
“ว่าไง”
“อเล็กซ์ นี่เจย์นะ”
“ เจย์ ต้องเป็นเรื่องสำคัญมากนะที่โทรมาที่นี่ ไม่งั้นนายตายแน่ ตอนนี้ฉันหยุดพักนะ”
“รู้แล้ว โทรไปที่ไหนก็หานายไม่เจอ จนต้องโทรไปถามแมกซ์ ถึงรู้ว่านายอยู่นี่”
“ว่ามา เรื่องอะไร?”
“เรื่องยาว สำคัญ มาหาที่กรมหน่อย” อเล็กซิสขมวดคิ้วเมื่อจับได้ถึงน้ำเสียงเคร่งเครียดของผู้เป็นเพื่อน แต่ยังพยายามต่อรอง
“พรุ่งนี้นะ”
“วันนี้โว้ย! และนายออกมาเดี๋ยวนี้เลย บอกว่าเรื่องสำคัญ” เจย์ตะโกนใส่หูโทรศัพท์ก่อนจะรีบวางหู
อเล็กซิสถอนหายใจอีกครั้งพึมพำด่าเพื่อนสนิท ก่อนร่างสูงจะลุกขึ้นบิดตัว 2-3 ครั้ง แล้วเดินเข้าห้องน้ำ เขาตั้งใจหยุดพักสักเดือนหลังจากโหมงานหนักมาเป็นปี ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หลังจากลาออกจากตำรวจเขาได้เข้าไปรับงานจากแมกซ์อย่างเต็มตัว พองานดำเนินไปอย่างเรียบร้อยมีคนดูแลที่ไว้ใจได้ แมกซ์จึงยอมให้เขาทำงานที่เขาถนัด อเล็กซิสเข้าเทคโอเวอร์บริษัทรักษาความปลอดภัยแล้วหันมาดูแลอย่างเต็มตัว จนมีชื่อเสียงระดับแนวหน้า ด้วยเครือข่ายงานที่กว้างขวาง เทคโนโลยีที่ทันสมัย และการคัดเลือกคนที่มีฝีมือเยี่ยมเท่านั้น และหลังจากนั้นชายหนุ่มก็ได้เข้ามารับผิดชอบรักษาความปลอดภัยของบริษัทในเครือข่ายของเดเวอโรทั้งหมด
หลังจากการทำงานหนักติดต่อกันมาเป็นเวลานาน เขาจึงหาโอกาสพักโดยมอบหมายงานให้มาร์คัส มือขวาของเขารับผิดชอบ แต่นี่เป็นการขอร้องของเจย์ เขาเลื่อนเวลาพักออกไปอีกหน่อยก็ได้
-------------------------------
“คุณอเล็กซิส” แครอล เลขาหน้าหวานของเจย์ เงยหน้ามองร่างสูง ก่อนจะยิ้มหวานให้
“เชิญเลยค่ะ พายุกำลังรออยู่ อารมณ์เสียแต่เช้า” เธอกระซิบบอกเพื่อนสนิทของเจ้านายที่คุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่
ชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไปโดยไม่เคาะประตู ทำให้นายตำรวจหนุ่มที่นั่งหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่เงยหน้ามองอย่างฉุนเฉียว และพอเห็นหน้าอเล็กซิส ก็อ้าปากว่าทันที
“ช้ามาก ฝีมือขับรถนายตกไปนะ อเล็กซ์” อเล็กซิสไม่สนใจ ทรุดตัวลงนั่งอย่างสบายที่เก้าอี้รับแขก วางเท้าบนโต๊ะเล็ก เสยผมสีดำสนิทก่อนสั่งเพื่อนสั้นๆ
“กาแฟ”
เจย์มองหน้าอเล็กซิสอย่างฉุนๆ พึมพำด่า “ไอ้บ้า เห็นที่ทำงานชั้นเป็นร้านกาแฟ” ขณะจะเอื้อมมือไปกดอินเตอร์คอม ประตูห้องก็เปิดออก พร้อมกับเลขาสาวหอบถาดกาแฟเข้ามาอย่างรู้ใจ
“นี่ค่ะ กาแฟคุณอเล็กซิส ไม่เติมครีม น้ำตาล อย่างเดิมนะคะแครอลจำได้ ส่วนของเจ้านายนี่เติมเองก็แล้วกันค่ะ”
“นี่แครอล ทีของไอ้บ้านี่นานๆ มาทีทำไมจำได้ แต่ของผมจำไม่ได้สักที” เจย์บ่น
แครอลยิ้มรับคำบ่น แล้วก็หันหลังเดินออกไป อเล็กซิสหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบยิ้มมุมปาก แล้วชมว่า “สวยนะ”
“หา อะไร” เจย์งง เมื่อมองเห็นสายตาเพื่อนแล้วก็คำรามในคอ
“โน นายอย่ามายุ่งกับลูกน้องชั้น ไปหว่านเสน่ห์ที่อื่น”
“หึ หึ หวงรึ”
“ไอ้บ้า ชั้นไม่ทำอย่างนั้นหรอกเสียการปกครองหมด”
หลังจากกาแฟหมดแก้ว อเล็กซิสจึงพูด
“O.K. ว่าธุระนายมา มีอะไรด่วน?”
“ขอยืมมือนายคุ้มครองพยานหน่อยว่ะ”
อเล็กซิสขมวดคิ้ว “อะไร คนของนายก็มีตั้งมาก คุ้มครองพยานคนเดียวทำไม่ได้หรือไง คดีอะไร”
“วางระเบิด Silver tower เมื่อเดือนที่แล้วที่ทำให้เจ้าของบริษัทตายไงล่ะ”
“ทำไมมีปัญหาอะไร?”
“สงสัยมีเรื่องผลประโยชน์อื่นมาเกี่ยวข้อง เพราะเขากำลังจะสมัครเป็นวุฒิสมาชิกสมัยหน้า แล้วระเบิดน่ะถึงจะพยายามทำให้เหมือนเป็นผู้ก่อการร้ายแบบมือสมัครเล่นก็จริง แต่จุดที่วางกลับเป็นเขตที่ต้องเป็นคนที่เกี่ยวข้องหรือคนสำคัญถึงผ่านเข้าไปได้ มันไม่เหมือนพวกก่อความไม่สงบธรรมดา แล้วตอนนี้ฉันมีพยานที่จะชี้ตัวคนถือระเบิดเข้าไปวาง”
“อือม์ ลองว่าพยานเห็นหน้าคนถือแล้วจำได้ทันทีแถมนายต้องคุ้มครองอย่างนี้ แสดงว่าเป็นคนนั้นก็ดังเหมือนกันสินะ”
“นายคิดว่าเทอร์รี่ อดัมส์วุฒิสมาชิกคนปัจจุบันนี้ ดังไหมล่ะ?”
“อะไรนะ วุฒิสมาชิก โง่หรือบ้าที่ถือระเบิดเข้าไปเอง”
“ก็ไม่โง่หรอกนะ วางแผนดีเชียวล่ะ พยานชั้นบอกว่าระเบิดถูกส่งมาอีกที ไม่มีคนสงสัยเลย และถ้าพยานของฉันเขาไม่เผอิญอยู่ตรงนั้นแล้วเห็นล่ะก็ คดีคงปิดไปด้วยเรื่องก่อการร้ายธรรมดาไปแล้ว”
“แต่นายดันโชคร้ายที่ได้มาทำคดีนี้ งั้นสิ”
“ใช่ เพราะที่แน่ใจได้ก็คือเซฟเฮาส์ของฉันถูกถล่มไป 2 ที่แล้ว ดีที่คนของฉันพาพยานหนีออกมาได้ แสดงว่ามีคนในรู้ ฉันถึงต้องพึ่งมือคนนอกไงล่ะ”
“นานแค่ไหน กว่าจะขึ้นศาลสอบพยาน?”
“หนึ่งเดือน”
“อะไรนะตั้งหนึ่งเดือน เวลาพักฉันหมดพอดี” “ไม่รู้โว้ย เป็นว่าฉันยกเขาให้นายไปเลยแล้วกัน พอวันขึ้นศาลจะบอกอีกที” เจย์พูดพลางโยนแฟ้มมาให้
อเล็กซิสเปิดแฟ้มออก เมื่อมองลงไปสบตากับคนในรูปตรงหน้าชายหนุ่มก็นิ่งขึงไป ใบหน้าคมเข้มนั้นเปลี่ยนวูบ ขบกรามแน่นอุทานในใจ ‘เจด’ ไม่ผิดแน่ อเล็กซิสพิจารณาโดยละเอียด เจดคนที่เขาไม่มีวันลืม เขาตะลึงมองดูใบหน้างดงาม ตาสีเขียว ผมสีน้ำตาลที่ยาวขึ้น เจดดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย จริงสิผ่านมา 5 ปีแล้ว ตอนนี้เขา 29 เจดก็คงอายุประมาณ 24 ปีแล้ว
อเล็กซิสระลึกถึงความหลังที่เขาพยายามฝังไว้ แต่เพียงแค่เห็นรูปเจดเท่านั้น เรื่องราวก็วิ่งผ่านเข้ามาในความทรงจำจนราวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
อเล็กซิสรู้ตัวเมื่อเจย์ถามขึ้นมา “จะให้ชั้นพาเขาไปส่งให้นายที่ไหน?”
“กรีนเฮาส์”
“กรีนเฮาส์นะ?” เจย์ย้อนถามอย่างแปลกใจ ก็ที่นั่นเป็นเหมือนที่ส่วนตัวที่อเล็กซิสไม่เคยให้ใครเข้าไปยุ่ง เมื่อเขาต้องการพักจริงๆ เขาจะไปที่นั่น เจย์เองก็รู้
“ใช่ กรีนเฮาส์ นายให้คนของนายไปส่งเขาที่นั่น แล้วก็กลับได้ ที่เหลือชั้นจัดการเอง อ้อ บอกลูกน้องนายระวังตอนไปส่งหน่อยนะ อย่าให้ใครสะกดรอยตามได้ล่ะ” อเล็กซิสพูดจบก็เดินออกไปพร้อมกับแฟ้มในมือ
--------------------------------
“คุณเจดครับ ถึงแล้ว” นายตำรวจนอกเครื่องแบบคนหนึ่งหันมาปลุกเจด ภายหลังจากการเดินทางอันยาวนาน ความเครียดที่จู่โจมเขามาเป็นเวลานานถึงกับทำให้เจดเผลอหลับไป
เจดค่อยๆ ลืมตาอย่างงัวเงียก่อนจะทรงตัวขึ้นนั่ง นายตำรวจหนุ่มมองใบหน้าหวานขณะเปิดประตูรถให้เจดค่อยๆก้าวลงมา พร้อมกับนึกในใจว่า สวยอย่างนี้ไม่น่าเป็นผู้ชายเลย แถมยังสวยกว่าผู้หญิงทุกคนที่เขารู้จักเสียอีก
เจดมองไปรอบๆ อย่างชื่นชม บ้านหลังนี้ช่างงดงาม หลังใหญ่แต่ดูกลมกลืนกับธรรมชาติได้อย่างเหมาะเจาะด้วยสวนป่าและพืชพรรณธรรมชาติ เขาได้ยินเสียงน้ำไหลคงมีธารน้ำอยู่ใกล้บ้านแน่ แต่ตรงนี้เขามองไม่เห็น ระหว่างที่เจดชื่นชมตัวบ้านอยู่ นายตำรวจก็ไปเคาะประตู
เจดรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองจากที่ใดที่หนึ่ง เขาไปดูรอบๆ ก็ไม่เห็นอะไร พอดีกับประตูหน้าที่เปิดออก ชายร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ที่หน้าประตู เขามองตรงมาที่เจด ก่อนจะยิ้มอย่างสุภาพ
“สวัสดีครับ คุณเจด”
“สวัสดีครับ” เจดตอบรับอย่างแปลกใจ เขาถูกส่งมาที่นี่โดยไม่รู้รายละเอียดอะไรมากนัก ทราบแต่ว่าเขาถูกเปลี่ยนมือจากตำรวจ มาเป็นบริษัทเอกชนแล้ว แต่เจดก็วางใจในการตัดสินใจของเจย์ เมื่อเขาบอกเจดว่า เพื่อนเขาจะดูแลเจดอย่างดีที่สุด
“ผมมาร์คัสครับ เชิญข้างในบ้านเลย เจ้านายผมกำลังรออยู่” แล้วหันไปบอกตำรวจที่มาส่ง
“ขอบคุณครับ เดินทางกลับปลอดภัยนะครับ” แล้วปิดประตูใส่หน้านายตำรวจหนุ่ม ทำให้นายตำรวจนั้นต้องหมุนตัวกลับไปขึ้นรถแต่โดยดี เนื่องจากรู้ว่าหน้าที่ของตนหมดลงแล้ว
เจดเดินตามหลังมาร์คัสไปแล้วอดถามไม่ได้ “ทำไมบ้านเงียบจังเลยครับ?”
“ในบ้านมีแค่ผมกับเจ้านายน่ะครับ คนอื่นๆที่คอยรักษาความปลอดภัยอยู่รอบนอก ไม่ต้องห่วงหรอกครับบ้านหลังนี้มีทางมาได้ทางเดียว คือข้างหน้า ใครก็ผ่านเข้ามาลำบาก ผมดูเรื่องทั่วไปในบ้าน และเรื่องอาหารด้วย ไม่ต้องห่วงผมทำอาหารเก่งนะครับ”
เจดมองชายร่างสูงใหญ่ตรงหน้าที่ท่าทางน่าจะเป็นทหารเก่า แต่กลับอวดตัวเรื่องทำอาหาร ด้วยสายตาแปลกใจพร้อมกับหัวเราะคิก คิก ทำให้มาร์คัสหันมายิ้มอย่างเขินๆ เขาเคาะประตูห้องสมุด
“เจ้านายครับ คุณเจดมาถึงแล้ว” มาร์คัสเปิดประตูก่อนหันมาบอกเจด
“เชิญในห้องสมุดนะครับ เดี๋ยวพอถึงเวลาอาหารคุณจะได้รู้ว่าผมพูดจริง”
เจดเดินเข้าห้องไปแล้วก็อุทาน “โอ้โห” ห้องสมุดนั้นมีขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยหนังสือจำนวนมาก เจดยิ้มอย่างยินดี เขาคงไม่เบื่อที่จะอยู่ที่นี่
“สวัสดี เจด” เสียงทุ้มดังมาจากข้างหลัง เจดหันขวับไปแล้วยืนนิ่งขึง
“อเล็กซ์” เสียงหวานใสหลุดคำพูดออกไป กาลเวลาราวกับไหลย้อนกลับไปสู่อดีต อเล็กซิสยืนมอง ร่างโปร่งบางข้างหน้ายิ่งงดงามขึ้น ดูสูงขึ้นเล็กน้อย สวมเสื้อไหมพรมคอตลบสีขาว กางเกงสีน้ำตาลยิ่งทำให้ร่างนั้นดูบอบบางมากขึ้น ดวงตางดงามที่แฝงแววเศร้าอยู่ลึกๆ จมูกโด่งเล็กและริมฝีปากเล็กบางแดงระเรื่อ
อเล็กซิสสูดลมหายใจเข้าลึกซ่อนแววคนึงหาไว้อย่างมิดชิด ก่อนพูดเสียงเรียบ
“เชิญนั่ง” เจดเดินไปที่เก้าอี้อย่างอัตโนมัติ ภาวนาในใจอย่าให้ล้มพับไปตอนนี้ เขาจะต้องเข้มแข็ง เจดค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งก่อนที่เข่าสั่นระริกจะทำให้เขาอับอาย เจดนั่งเงียบอารมณ์สับสนไปหมด ตกใจ? รัก? เกลียด? สุดท้ายก็เป็นความเจ็บปวด
เวลาอันยาวนานที่เขาคิดว่ามันทำให้ความเจ็บปวดเบาบางไปแล้ว แต่ตอนนี้กลับปะทุขึ้นมาอีก เหมือนกับพึ่งเป็นเมื่อวาน รูปลักษณ์ของอเล็กซิสยังไม่เปลี่ยนไปสักนิด ร่างสูงแข็งแกร่งยังเหมือนเดิม ตาสีเทายังคมกริบ แต่เจดรู้ว่าเขาเปลี่ยนไป แววเฉยชาในดวงตา ริมฝีปากที่เคยจุมพิตเขาอย่างอ่อนโยน ตอนนี้กลับยิ้มให้เขาอย่างเย็นชา เจดเชิดหน้าขึ้น ใช่ พวกเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว มันจบลงไปแล้วตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน เวลาที่ผ่านมาเขาได้เก็บเศษเสี้ยวที่แตกสลายมาปะติดปะต่อกัน และดำรงชีวิตอยู่รอดมาได้ ครั้งนี้หวังว่าเขาคงจะรอดไปได้เช่นกัน
“ผมจะเป็นคนดูแลคุณตลอดเวลาหนึ่งเดือนข้างหน้า คุณคงไม่มีปัญหาอะไร?” อเล็กซิส กล่าว เจดเงยหน้าทันที
อะไรนะ ! เจดคิดตั้งหนึ่งเดือน ไม่ไหวหรอก เขาคิดก่อนกล่าวออกไปทันที
“ไม่มีทาง ผมจะไม่อยู่ที่นี่” เจดลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเดินไปที่ประตู ทันทีที่มือแตะไปที่บานประตูยังไม่ทันดึงเปิดออก ก็ถูกมือใหญ่ดันไว้ เจดหันกลับไปชนกับอกกว้างที่ยืนซ้อนหลังอยู่ เขายกมือผลักออกไปเต็มแรง อเล็กซิสยอมถอยตามแรงผลักไปก้าวหนึ่ง
“ผมจะไม่อยู่ ถึงแม้จะต้องออกไปอยู่ข้างนอกคนเดียว ไม่มีคนคุ้มครองก็ตาม ยังดีกว่าที่จะอยู่ใกล้คุณ” เจดพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“คุณออกไปไม่ได้เจด ถ้าผมไม่อนุญาต ที่นี่เป็นที่ส่วนตัวไม่มีใครเข้ามาได้ และคุณก็ออกไปไม่ได้เช่นกัน คุณทนที่นี่ไปอีกหนึ่งเดือนเท่านั้น แล้วถ้าคุณอยากไปผมก็จะให้คุณไป” เจดมองหน้าอเล็กซิสอย่างไม่เชื่อสายตา กำหมัดแน่น อารมณ์โกรธระเบิดขึ้นทันที
“ผมเกลียดคุณ เราไม่น่าจะเจอกันอีกเลย” เจดตะโกนออกมาก่อนเปิดประตูห้องสมุดออกไป ปล่อยให้อเล็กซิสยืนนิ่งขึงอยู่หน้าประตู
------------------------------
เจดยืนมองธารน้ำที่ไหลผ่านโตรกหิน ร่างบางอยู่ในอยู่ในเสื้อไหมพรมและกางเกงสีขาว มีผ้าพันคอพาดไว้อย่างหลวมๆ อากาศข้างนอกนี้ค่อนข้างเย็นมากอาจเพราะอยู่ใกล้ป่า และน้ำก็ได้ เขาถอนใจเมื่อนึกถึงบรรยากาศของอาหารมื้อค่ำเมื่อวานนี้ เขานั่งร่วมโต๊ะกับอเล็กซิส และมาร์คัส อเล็กซิสนั่งกินเงียบๆ ขณะที่เจดเองก็ไม่ต้องการจะพูดคุยกับใคร มีเพียงมาร์คัสที่พยายามทำบรรยากาศให้ดีขึ้น ด้วยการชวนเจดคุย ถามโน่น ถามนี่ เมื่อกินเสร็จ เจดก็ขอตัวเข้านอนทันที เขาตั้งใจจะอยู่ให้ห่างอเล็กซิสให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เมื่อคืนเขายอมให้ตนเองร้องให้ ยอมแพ้ให้กับความโศกเศร้า มันจะเป็นครั้งสุดท้ายเขาบอกกับตัวเอง เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าเพียงแค่พบหน้าอเล็กซิสเท่านั้นกลับสะกิดความเจ็บปวด ความทรมานขึ้นมาได้เพียงนี้ ครั้งนี้เขาจะผ่านพ้นไปอย่างที่คิดได้หรือไม่
เจดมองไปที่ธารน้ำตกข้างหน้าแล้วก้าวลงไป แต่แล้วด้วยความลื่นของตระไคร่น้ำทำให้เจดทรงตัวไว้ไม่อยู่ เขาอุทานอย่างตกใจก่อนจะลื่นถลาตกลงไป
“ตูม”
“บ้าจริง” เจดอุทานเสียงดังขณะนั่งแช่อยู่ในน้ำ มองไปทางที่เดินลงมาอย่างท้อใจและนั่งอยู่อย่างทำอะไรไม่ถูกไปครู่ใหญ่ พอจะพยายามลุกขึ้นก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเท้า
“คุณเจด” เสียงมาร์คัสอุทานอย่างตกใจเบื้องหลัง เจดเงยหน้าขึ้นอย่างดีใจขณะที่ตัวยังแช่อยู่ในน้ำตื้นๆ นั้น ครึ่งตัว เขาเปื้อนและเปียกโชกไปทั้งตัว และตอนนี้กำลังหนาวสั่นเพราะอากาศเย็น มาร์คัสไถลตัวก้าวลงมาตามทางลาดอย่างรวดเร็ว พอเขาประคองเจดลุกขึ้น เจดก็อุทานด้วยความเจ็บ
“ข้อเท้าผม” มาร์คัสช้อนร่างบางขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะเดินตรงไปยังตัวบ้าน
“มาร์คัส ปล่อยผมลงได้แล้ว ผมเดินเองได้แล้ว” เจดบอกเมื่อออกพ้นโขดหิน
“ไม่ได้หรอกครับ ยังไม่รู้ว่าข้อเท้าเป็นอะไรอย่าพึ่งลงน้ำหนักจะดีกว่า”
“มาร์คัส เกิดอะไรขึ้น?” อเล็กซิสถามด้วยน้ำเสียงตวัดห้วน เมื่อเขาเดินออกมาพบ
“คุณเจดตกน้ำครับ ไม่รู้ว่าข้อเท้าเป็นอะไรมากหรือเปล่า?” อเล็กซิสมองเจด ที่ตอนนี้เปียกไปทั้งตัว ตัวสั่นและริมฝีปากซีดเขียวด้วยความหนาว แล้วก็สบถเบาๆ
“นายไปเอากล่องปฐมพยาบาล เดี๋ยวฉันจะพาเจดไปเอง”
“ไม่ต้องผมเดินได้” เจดรีบพูดขึ้นทันที
“เงียบไปเลย เจด คุณเดินไม่ไหว แล้วก็ไม่ต้องมาเถียงด้วย” อเล็กซิสรับร่างเจดจากมาร์คัส แล้วเดินไปที่ห้องของเจด เดินผ่านเข้าไปที่ห้องน้ำวางเจดลงในอ่างอาบน้ำ มือจับชายเสื้อเจดขึ้น
“ไม่” เจดอุทานเสียงแข็ง
“คุณออกไป ผมจัดการเองได้” อเล็กซิสสบตาไม่ยอมแพ้ของเจด แล้วก็ปล่อยมือ
“ตามใจ ผมให้เวลาครึ่งชั่วโมงไม่งั้นผมจะเข้ามาช่วย ผมไม่อยากให้คุณเป็นปอดบวม จนไม่ได้ไปเป็นพยานในศาลนะ”
เมื่ออเล็กซิสออกไปเจดจัดการตัวเองอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาอาบน้ำ สระผมเสร็จ เขาก็รู้สึกข้อเท้าจะบวมเขียวมากขึ้น เจดลองทรงตัวแล้วก็กลั้นเสียงอุทานเมื่อรู้สึกเจ็บแปลบ เขากัดฟันยืนขึ้นขณะผูกสายเสื้อคลุมรัดเอว ได้ยินเสียงเคาะประตูห้องน้ำแล้วอเล็กซิสก็เปิดเข้ามา เมื่อเห็นสีหน้าเจ็บปวดเจด อเล็กซิสก็สบถในลำคอ ก่อนที่จะอุ้มเจดขึ้นมาวางไว้บนเตียง เขาจับข้อเท้าเจดขึ้นมาดู
“โอ๊ย จับเบาๆสิ” เจดอุทานแล้วกระตุกข้อเท้าหนี
“ไม่หัก คงแพลงเฉยๆ” อเล็กซิสพูดแล้วจัดการทายา และนวดให้ มือแข็งแรงลูบไล้ที่ข้อเท้าบอบบางนั้น ชายหนุ่มเผลอสูดลมหายใจลึกเมื่อได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากร่างตรงหน้า ช่างเป็นกลิ่นที่คุ้นเคยทำให้หวนนึกถึงบรรยากาศเก่าๆ เขาเงยหน้าสบตากับเจดที่ก้มลงมอง เจดสบตาคมสีเทาคู่นั้นอย่างเผลอตัว เขาอยู่ใกล้มากเหลือเกิน มือของอเล็กซิสไล้ขึ้นไปที่น่องเรียว
“ขอโทษครับ” มาร์คัสเคาะบานประตูที่เปิดค้างอยู่อย่างจงใจ ทำให้ทั้งคู่สะดุ้ง เจดหน้าแดงขณะที่อเล็กซิสหันไปมองตาเขียวแล้วพูดเสียงห้วน
“เข้ามาสิ” แล้วเขาหันไปหยิบผ้ายืดมาพันที่ข้อเท้าเจด
“ผมเอาอาหารกับยาแก้ปวดมาให้ครับ” มาร์คัสบอก แล้วหันมาทางเจดก่อนทำเป็นอุทาน
“คุณเจด มีไข้หรือหรือเปล่าครับ? หน้าแดงอย่างนั้น”
“ผมไม่เป็นไร ขอบคุณครับที่เป็นห่วง” เจดรีบตอบแล้วยิ้มให้มาร์คัสอย่างอ่อนโยนจนอเล็กซิสมองอย่างขวางๆ มาร์คัสมองเจดที่อยุ่ในชุดเสื้อคลุมสีขาว รอยสาปเสื้อที่คอเปิดแยกทำให้เห็นคอระหงและหน้าอกเรียบเนียบ ชายเสื้อเปิดให้เห็นเรียวขางดงาน ผิวดูอ่อนนุ่มสีชมพูระเรื่อจากที่พึ่งอาบน้ำอุ่นมาใหม่ๆ
มาร์คัสนึกชมในใจ เจดเป็นผู้ชายที่สวยมากและดูท่าทีคงมีความหลังกับคุณอเล็กซิสมาก่อน ถึงทำให้คุณอเล็กซิสหงุดหงิดงุ่นง่านได้ขนาดนี้ เขายิ้มในใจ อเล็กซิสมองตามสายตามาร์คัสแล้วแสดงสีหน้าไม่พอใจตวัดเสียง
“นายออกไปได้แล้วมาร์คัส”
“ครับ คุณอเล็กซิส” มาร์คัสรับคำแล้วหันหลังออกไป แต่พอชายหนุ่มหันกลับมามองเจดก็ถู ร่างบางตรงหน้าก็ไล่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยด้วยประโยคเดียวกัน
“คุณก็ออกไปด้วย ผมจะกินยาแล้วก็นอนเลย” อเล็กซิสลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็เดินออกไป
----------------------------------
อเล็กซิสเปิดประตูเข้าไปในห้องเจด เมื่อดึกมากแล้ว เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าต้องการอะไร ชายหนุ่มแก้ตัวให้กับตัวเองเขาว่าเพียงแต่เข้ามาดูเท่านั้น
เขาอยากถามเจดเหลือเกินว่า เมื่อ 5 ปีก่อนทำไมเจดถึงไม่รอเขา แต่เขาก็หยิ่งเกินไปในเมื่ออีกฝ่ายแสดงท่าทีไม่แยแส แถมยังแสดงท่าทีโกรธและเกลียดเขาอีก ทั้งที่ฝ่ายที่โกรธน่าจะเป็นเขา เขาจำเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้ดี หลังจากที่เขาออกจากห้องเจดมา เขาภาวนาอย่าให้เจดเป็นคนไปส่งมอบของเอง และก็เป็นอย่างที่หวัง เมื่ออีกวันต่อมาเขาเห็นโจไปเอาของจากเจด เขาสะกดรอยตามโจไปและได้ร่วมทีมจับกุมเมื่อโจเอาของไปมอบให้กับคนที่อยู่เบื้องหลังซึ่งกลายเป็นมาเฟียอีกกลุ่มหนึ่ง ทำให้เกิดการต่อสู้อย่างรุนแรง มีคนตายหลายคนรวมทั้งโจ และตัวเขาก็ถูกยิงเข้าที่ต้นขาเสียเลือดไปมากจนช็อคหมดสติไป
เมื่อเขาฟื้นตัวก็อีกหลายวันต่อมา แต่เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ เขาฝากตำรวจเจ้าของคดีที่เขามาช่วยงานอยู่ ให้นำจดหมายไปให้เจดเพื่อบอกว่าเขาบาดเจ็บ แต่เจดก็ไม่ได้มาเยี่ยมเขา เขานอนเจ็บเดียวดายอยู่คนเดียว และกระสับกระส่ายไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งทนไม่ได้และขออนุญาตหมอ เพื่อออกจากโรงพยาบาลเมื่อพอเคลื่อนไหวได้ แล้วก็มาหาเจดที่หอพักหลังจากนั้น แต่เขาก็ไม่พบใคร ถามหาผู้ดูแลก็ไม่อยู่ อเล็กซิสจากไปอย่างผิดหวัง เจดกลัวความผิดแล้วทิ้งเขาไปโดยไม่สนใจเลยหรือว่าเขาอาจกำลังจะตายก็ได้
อเล็กซิสจำความเสียใจตอนนั้น เขาลาออกจากตำรวจเพราะเขารู้ดีว่าเขาทำงานต่อไปไม่ได้ เมื่อตำรวจทำการปกปิดและช่วยเหลือคนผิด เขาคนนั้นก็ไม่สมควรเป็นตำรวจอีก เขาจงใจปิดบังชื่อเจดในรายงาน พอดีที่โจเสียชีวิตในการจับกุมทำให้สามารถทำได้โดยไม่มีใครสงสัย ข่าวการจับกุมและการตายของโจไม่ได้เปิดเผยไปเพราะถูกขอร้องจากทางมหาวิทยาลัย
เขาอาการหนักจากการอกหักอยู่เป็นเดือนจนกระทั่งแมกซ์กังวล พยายามสอบถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่สามารถบอกแมกซ์หรือใครได้ แต่ก็พยายามหักห้ามความเสียใจไว้และพยายามลืมเจด
ตอนนี้เขารู้ตัวว่าไม่สามารถทำได้เมื่อเขาสบตาเจดอีกครั้ง เขารู้ว่าความรู้สึกต่างๆ มันยังอยู่ แต่เจดล่ะ และอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เจดโกรธเขา เขาต้องรู้ให้ได้
อเล็กซิสตื่นจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงครางแผ่วๆ จากเตียง เขาเดินไปก้มหน้าดู เห็นเจดครางแผ่วเบาในลำคอขยับไปมาอย่างกระสับกระส่าย เขาหันไปเปิดไฟหัวเตียงทันที แล้วก็ต้องอุทานอย่างตกใจเมื่อเห็นหน้าเจด เขาแตะหน้าผากเจดพบว่าตัวร้อนจัดมาก เหงื่อออกชุ่มตัวจนชุดนอนเปียกชื้นไปหมด เขาหันไปกดโทรศัพท์ภายใน
“มาร์คัส”
“ครับผม คุณอเล็กซิส” เสียงตอบกลับมาไม่มีแววงัวเงียแม้แต่น้อย
“ตามหมอ เจดไม่สบาย” อเล็กซิสหันกลับมาเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับเจดอย่างรวดเร็ว แต่อาการของเจดยังกระสับกระส่ายอยู่ เจดพึมพำเสียงแผ่ว
“ไม่...อย่าไป.....ทำไม..” เจดเพ้อ ร้องไห้สะอื้น
“เจดผมอยู่นี่” อเล็กซิสกอดเจดไว้แน่น ใจไม่ดีเมื่อเห็นเจดยังทุรนทุราย หมอทำไมช้าจริงเขาจะวางเจดลงกับเตียง แต่มือเล็กนั้นคว้าเสื้อเขาไว้แน่นทั้งๆที่ไม่รู้ตัว
“ไม่... อย่าไป...อยู่กับผม” อเล็กซิสกอดร่างบางไว้แน่นพึมพำบอกร่างในอ้อมแขน
“เจด ผมอยู่นี่ ผมจะไม่ไปไหน”
“หมอมาแล้วครับ” มาร์คัสบอกเมื่อเวลาผ่านไปอีกไม่นาน อเล็กซิสถอนหายใจมาเสียที เขานั่งเฝ้ามองหมอตรวจร่างกายเจด สลับกับลุกเดินไปเดินมา ทำให้หมอแอบสบตากับมาร์คัส และเมื่อมาร์คัสอมยิ้มให้ หมอก็นึกขำในใจ ทั้งเขาและมาร์คัสอยู่กับครอบครัวนี้มานานจนแทบจะถือว่าเป็นคนในครอบครัวนี้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่เคยคิดว่าคุณอเล็กซิสจะมีเวลาแบบนี้กับเขาด้วย แสดงว่าชายหนุ่มคนนี้มีความสำคัญกับคุณอเล็กซิสมาก หมอหันมามองร่างบอบบางตรงหน้า สวยอย่างที่มาร์คัสกระซิบให้ฟัง เขามีเรื่องเล่าให้คุณแมกซ์ฟังแล้วซิ
“ไม่เป็นไรมากหรอกครับคุณอเล็กซิส ไข้หวัด หนักมากหน่อยเท่านั้นแต่ยังไม่ถึงขั้นปอดบวม เดี๋ยวผมจะฉีดยาให้สักเข็ม อีกวันสองวันคงดีขึ้น ยังไงเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมมาดูอีกครั้งก็แล้วกัน สำหรับที่ข้อเท้าก็ไม่มีอะไรแตกหัก แค่ทายาแล้วพันผ้าไว้ก็ใช้ได้ ”
“ขอบคุณครับหมอ มาร์คัสส่งหมอด้วย”
----------------------------------------------------
เจดขยับตัวรู้สึกปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมด เขาเป็นอะไรไป หัวหนักๆ ยังไงชอบกล เขาพยายามปรือตาขึ้นมอง เช้าแล้วหรือนี่ แล้วอเล็กซิสมานั่งทำอะไรในห้องเขา เจดมองหน้าชายหนุ่มที่กำลังหลับอยู่ตรงหน้า คอเอียงพิงพนักเก้าอี้ ผมลุ่ยลงมาปิดตาข้างหนึ่งทำให้ใบหน้านั้ดูอ่อนวัยลงจนเกือบเหมือนเมื่อ 5 ปีก่อน เจดพยายามลุกขึ้นนั่ง เสียงเคลื่อนไหวบนเตียงทำให้อเล็กซิสลืมตาตื่นทันที
“เจด ตื่นแล้วหรือ เป็นไงบ้าง”
“ผมเป็นอะไรไป” เจดตอบไม่ตรงคำถาม
“ไข้หวัด อย่าพึ่งลุกนะ เป็นไงบ้าง” เจดสำรวจตัวเองแล้วบอก
“หิว” อเล็กซิสยิ้มหันกดโทรศัพท์สั่งมาร์คัส แล้วหันกลับมาบอกเจด
“ผมจะเช็ดตัวให้ แล้วค่อยกินอาหารเช้านะ”
“ไม่ต้อง ผมทำเอง” แต่อเล็กซิสไม่ฟังเสียง เขาจัดการเช็ดหน้า แขนและลำตัวก่อน พอมือใหญ่เลื่อนลงไปที่หน้าท้อง
“ไม่ต้อง” เจดเสียงแข็ง อเล็กซิสไม่อยากขัดใจเจด จึงหันหลังให้
“เอาล่ะคุณเช็ดเองก็ได้ เร็วๆด้วย” เมื่อเจดทำความสะอาดตัวเองเสร็จ ก็ถึงกับเหนื่อยหอบทีเดียว ทำให้อเล็กซิสหันกลับมามองเหมือนจะบอกว่า “บอกแล้วไม่เชื่อ” เจดต้องยอมให้อเล็กซิสป้อนอาหารอย่างขัดใจ เมื่อรู้สึกว่าตนเองไม่มีแรงยังกับลูกแมวเกิดใหม่ แถมหลังจากนั้นเขาก็เพลียจนหลับไปอีกครั้ง
--------------------------------------------------
มาร์คัสยิ้มรับเมื่อเห็นเจดเดินเข้ามาในห้องพักผ่อน “พึ่งฟื้นไข้ได้2-3วันเองเดินไหวแล้วหรือครับ?” “อืมม์ ข้อเท้าก็ไม่เจ็บแล้วด้วย ผมทนอุดอู้อยุ่ในห้องต่อไม่ไหวแล้ว” เจดนั่งลงที่เก้าอี้ที่มาร์คัสยกมาตั้งไว้ให้ที่ริมหน้าต่าง พลางถอนใจอย่างโมโหตัวเอง เมื่อรู้สึกเหนื่อยเพียงแค่เดินมาแค่นี้ “ดีแล้วครับที่ค่อยยังชั่วแล้ว ช่วงที่คุณไม่สบาย คุณอเล็กซิสหงุดหงิดยังกับอะไร เพราะความเป็นห่วงคุณ” “คงเพราะไม่อยากให้ผมตายแล้วเสียชื่อบริษัทล่ะไม่ว่า” เจดว่า ทำให้มาร์คัสหัวเราะ “นั่นสิครับ ไม่งั้นเสียชื่ออดีตนายตำรวจหมด” เจดหันขวับมามอง มาร์คัส “หมายความว่ายังไง อเล็กซิสเคยเป็นตำรวจเหรอ?” เจดงง “ครับ คุณอเล็กซิสเป็นตำรวจตั้งแต่เรียนจบ งานก็กำลังก้าวหน้าทีเดียวแหละครับ แต่ก็ลาออกมาได้ 5 ปีแล้ว” “มาร์คัส พอได้แล้ว” เสียงอเล็กซิสดังมาจากประตูห้อง เมื่อมาร์คัสเดินออกไป อเล็กซิสก็หันมาทางเจดสบสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของเจด แล้วจึงหันหน้าไปทางหน้าต่าง เขาคิดจะอธิบายให้ฟังทีหลัง แต่เมื่อมาร์คัสบอกไปแล้วเขาก็เลยเล่าต่อ “ใช่ ตอนที่พบคุณผมเป็นตำรวจแล้ว ตอนนั้นผมเจ้าไปสืบคดียาเสพติดในมหาวิทยาลัย ผมจำเป็นต้องโกหกคุณ ผมคิดว่าจะอธิบายให้คุณฟังหลังจากงานเสร็จ แต่ในวันนั้นผมกลับพบว่าคุณเกี่ยวข้องกับโจ.......แล้วก็...ยาเสพติด" อเล็กซิสได้ยินเสียงสูดลมหายใจเข้าอย่างตกใจ เขาจึงหันมามอง เห็นเจดมองมาที่เขาอย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนจะถามเขาเสียงสั่น “คุณคิดว่าผมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด” เจดถามอย่างคาดไม่ถึง “เจดผมรู้ ผมมีหลักฐาน” “หลักฐานอะไร” เจดถามด้วยน้ำเสียงไม่อยากเชื่อ
“ยาเสพติดในกระเป๋า 2 ใบที่คุณรับมาจากโจนั่นไง ตอนนั้นผมโกรธมากนะเจด ผมเสียใจที่คุณเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่ผมรายงานเรื่องคุณให้ตำรวจคนอื่นรู้ไม่ได้ ผมทำไม่ได้ เจด ผมจึงรอให้โจมาเอากระเป๋าจากคุณไปส่งมอบให้เจ้านายเขาอีกที แล้วจึงเข้าจับกุม” “แล้วโจล่ะ?” เจดถามอย่างตกใจ “โจตายแล้วเจด ในตอนที่มีการจับกุมเขาถูกยิง และผมก็บาดเจ็บสาหัสมาหาคุณไม่ได้ ผมจึงฝากจดหมายมาให้คุณ แต่คุณก็ไม่เคยไปเยี่ยมผม และไม่ได้รอผม” “ผมรอคุณอยู่เกือบอาทิตย์ แล้วผมก็ไม่ได้รับจดหมาย” เจดพึมพำค้าน สบตาอเล็กซิสแล้วก็เจ็บแปลบในอกเมื่อเห็นแววระแวงในดวงตาของเขา ร่างบางยืนนิ่งปล่อยให้อเล็กซิสเล่าต่อ “หลังจากนั้นผมก็ลาออกจากตำรวจ ผมไม่สามารถทำงานต่อไปได้” “คุณโทษผม?....ที่ทำให้คุณต้องลาออกจากตำรวจ” เจดคาดคะเนเสียงสั่น ชายหนุ่มอึ้งไปครู่หนึ่ง “ในตอนแรกเท่านั้น ผมเพียงมองหาข้อแก้ตัวให้กับตัวเอง” อเล็กซิสยอมรับ เจดหัวเราะเสียงพร่า เขาเงยหน้ามองอเล็กซิสด้วยสายตาที่โศกเศร้าแฝงแววเจ็บปวดทรมานก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ผมเสียใจแทนคุณ อเล็กซิส แต่ผมอยากจะบอกว่าสิ่งที่คุณทำไปมันไร้ประโยชน์ คุณไม่เชื่อใจผมมากพอทั้งๆที่ตอนนั้นคุณบอกว่ารักผม คุณเรียกร้องให้ผมเชื่อใจคุณแต่คุณทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม” น้ำตาเจดร่วงลงมา เขาถอนสะอื้นให้กับสิ่งที่ผ่านไป “ถ้าผมเลือกได้ผมไม่อยากรู้เหตุผลของคุณ ให้ผมคิดว่าคุณหลอกลวงแล้วทิ้งผมไปเสียยังดีกว่าที่รู้ว่าคุณไม่เชื่อใจผมเลย ไม่แม้แต่จะเอ่ยปากถามสักคำ” อเล็กซิสก้าวเท้าเข้ามาหาเจดอย่างลืมตัว แต่เจดรีบถอยกรูดทันทีแล้วยกมือขึ้นกอดอกปกป้องตนเอง “ถ้าเพียงแต่คุณถามผม คุณจะรู้ว่ากระเป๋าใบนั้นผมเพียงรับฝากโจไว้ ผมรู้แค่ว่ามันเป็นเครื่องกีฬาที่โจจะเอาไปบริจาคให้เด็กๆเท่านั้น”
อเล็กซิสนิ่งขึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น เจดเงยหน้ามองอเล็กซิสด้วยแววตาหยิ่งทะนง “ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ถึงแม้ผมจะยากจน แต่ผมก็ไม่ลดตัวลงไปทำในสิ่งที่เลวร้ายอย่างนั้น ผมคิดว่าคุณไม่รู้จักผมดีพอนะอเล็กซิส และการลาออกจากตำรวจถึงจะเป็นเพราะผมจริงๆ ผมก็ไม่สามารถขอบคุณคุณได้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ไร้ค่าสำหรับผม” เจดมองอเล็กซิสด้วยสายตาที่ว่างเปล่าหลังจากพูดจบ ก่อนเดินออกจากห้องไป เจดไม่รู้ตัวว่ามาถึงห้องได้อย่างไร เขาเสียใจกับความเข้าใจผิดของอเล็กซิส มันร้ายแรงมากที่อเล็กซิสคิดว่าเขาเลวพอที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อเล็กซิสยืนนิ่งอยู่นานก่อนจะทรุดตัวลงนั่งอย่างอ่อนแรง สิ่งที่เขาทำมันผิดพลาดไปหรือ เป็นเพราะเขาไม่เชื่อใจเจดจริงใช่ไหม สายตาของเจดที่มองดูเขาก่อนออกไปเหมือนเป็นคมมีดที่ปักเข้ามาที่อกเขา ความเจ็บปวดมากมายจู่โจมเข้ามา ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเสียใจ แต่ไม่คิดจะตามหาเจดเพราะเขาคิดว่าเจดทิ้งเขาไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งหมด เจดเองก็คงเจ็บปวดกับความรู้สึกที่ถูกทอดทิ้งมาตลอด และยิ่งวันนี้ที่เจดทราบความจริง เจดคงผิดหวังในตัวเขา ความคิดของอเล็กซิสสับสนไปหมด ชายหนุ่มลุกขึ้นทันทีเขาต้องหาความจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้น อเล็กซิสยกหูโทรศัพท์ 2-3 ครั้ง ก็ได้ได้คุยกับนายตำรวจที่ดูแลคดีเมื่อ 5 ปีก่อน หลังจากที่คุยเสร็จอเล็กซิสวางหูโทรศัพท์อย่างอ่อนแรง ‘ครับ คดีเรียบร้อยไม่มีปัญหาอะไร พวกมันให้การซัดทอดกันเอง ผมสามารถกวาดมันได้หมดทีเดียวทั้งกลุ่ม.... อ๋อ โจ เด็กนักศึกษาที่เข้ามาเกี่ยวข้องตามรายงานที่คุณส่งมาหรือครับ ผมเข้าไปสอบสวนแล้วเขาเป็นแค่คนเดินสารครับ ผมคิดว่าเขาคงไม่รู้อะไรมากนักหรอก.... ไม่ครับผมไม่พบว่ามีนักศึกษาคนอื่นเกี่ยวข้องอีก.... ครับผมแน่ใจ...เอ่อ..มีอีกเรื่องถ้าคุณไม่โทรมาผมคงลืมไปแล้ว เรื่องจดหมายที่คุณฝากส่ง ผมไม่ได้ไปส่งให้ในวันนั้น พอดีงานยุ่งผมเลยลืมไป กว่าจะเอาไปฝากไว้ก็อีกหลายอาทิตย์ทีเดียว ผมจะบอกคุณ คุณก็ออกจากโรงพยาบาลไปก่อนแล้วนะครับ’
อเล็กซิสนั่งจมอยู่กับความคิด ความรักของเขาจบลงภายในเวลาไม่กี่อาทิตย์เพราะความโง่ของเขา โทษที่เขาไม่เชื่อใจเจดทำให้เขาต้องสูญเสียเจดไปถึง 5 ปี แต่เจดล่ะ เจดมีความผิดอะไรนอกจากที่มารักเขา มันสายไปแล้วหรืออเล็กซิสคิด สายตาของเจดก่อนออกจากห้อง ว่างเปล่า เฉยชา จนทำให้อเล็กซิสเย็นเฉียบไปทั้งตัว ถ้าเมื่อก่อนยังคงมีสายใยเล็กๆ ที่ผูกพันเจดไว้กับเขา ตอนนี้เจดคงตัดมันลงได้อย่างสิ้นเชิง ไม่! เขาไม่ยอมแพ้ เวลา 5 ปีที่ผ่านมามันเนิ่นนานก็จริง แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ ตอนนี้บาดแผลของเขาถูกเยียวยาแล้วเมื่อได้รู้ความจริง แต่สำหรับเจดบาดแผลนั้นลึกเกินไป และเขาต้องพยายามในเมื่อโชคชะตาได้ให้โอกาสเขาอีกครั้งหนึ่ง เขาจะต้องได้เจดคืนมา
TBC

0 Comments:
Post a Comment
<< Home