jade

นิยายเรื่องแรกที่ทดลองเขียน ผู้เขียนเพียงมีประสบการณ์จากการอ่านเรื่องแปลจำนวนมากเท่านั้น บางครั้งสำนวนหรือแนวเรื่องอาจมีเรื่องแปลหลายๆ เรื่องที่ถูกจับมายำรวมๆ กัน สำหรับนิยายเรื่องนี้ผ่านการปรับมา 2-3 ครั้งแล้ว และเป็นเรื่องความสัมพันธ์ของชายกับชาย (NC-17) ผู้ที่ไม่สนใจผ่านไปเลยนะคะ

Tuesday, January 04, 2005

jade5 (end)

By SF

อเล็กซิสนั่งโอบร่างบางไว้แนบอก บรรยากาศภายในรถเงียบไปครู่ใหญ่ ไม่มีใครเริ่มบทสนทนาต่อจากนั้น แต่ทั้งคู่ต่างก็รับรู้ถึงความผูกพันที่เกี่ยวพันทั้งสองไว้อย่างแน่นหนา
“เจ้านาย อีก 15 นาทีนะครับ” เสียงมาร์คัสดังออกมาอีกครั้ง
“อะไร จะบอกว่าชั้นจำทางไปบ้าน ไม่ได้งั้นหรือ มาร์คัส” เสียงอเล็กซิส ตอบห้วนๆกลับไป
“แค่เตือนครับ เผื่อว่ากำลังทำอะไรอยู่แล้วไม่ทันมอง งั้นถือว่าผมบอกคุณเจดก็ได้ครับ เจ้านาย”
มาร์คัสพูดตอบมาด้วยเสียงรู้ทัน อเล็กซิสอยากด่าคนสนิทว่าแสนรู้ แต่กลัวว่าเจดจะสงสัยจึงเงียบไว้ เขาไม่อยากให้เจดอายไปมากกว่านี้
เจดได้ยินดังนั้นไม่ทันคิดถึงความนัยอะไร จึงยื่นมือข้ามตัวอเล็กซิสไปกดปุ่มติดต่อบ้าง
“ขอบคุณครับมาร์คัสที่บอก ไม่ปล่อยให้ผมนั่งงง เหมือนใครบางคน” พูดจบก็ตวัดสายตาไปที่อเล็กซิส
“ครับคุณเจด” เสียงมาร์คัสตอบมาอย่างอ่อนโยน ผิดกับน้ำเสียงที่ล้อเลียนอเล็กซิส
อีก 15 นาทีต่อมารถคันยาวก็ผ่านกำแพงสูง ประตูใหญ่และป้อมยาม เลี้ยวตามถนนที่วกวนชั่วครู่ใหญ่ จอดเทียบที่ประตูบ้านหลังมหึมาในอาณาบริเวณที่กว้างขวางมาก จนเจดออกจะงงว่าบ้านใครจะมีเนื้อที่มากได้ขนาดนี้ อเล็กซิสขยับตัวหยิบเสื้อสูทมาสวม ขณะที่เจดไม่ค่อยอยากจะก้าวลงจากรถ ร่างบางรู้สึกบอบช้ำและระบมจากการร่วมรักเมื่อครู่ จนต้องสำรวจตัวเองด้วยความระแวง
“คุณไม่มีอะไรผิดปกติหรอกครับ เจด ” อเล็กซิสพูดเพื่อปลอบใจเจด ทั้งๆที่รู้ว่าใบหน้าที่แดงระเรื่อของเจด ริมฝีปากแดงช้ำ ผมเผ้ารุ่ยร่าย แถมเสื้อผ้าก็ยังยับย่นนี้คงทำให้คนสงสัยแน่ๆ โชคดีที่มีแต่คนในครอบครัวเท่านั้นนะนี่ เขาลูบผมนุ่มสลวยนั้นให้เข้าที่ก่อนที่จะจุมพิตที่หน้าผาก
“ไม่มีใครสงสัยหรอกว่าเราทำอะไร อะไรกันในรถ แต่ถึงรู้ผมก็ไม่เห็นแคร์” เขาอมยิ้มพูดหน้าตาเฉย
“คนหน้าไม่อายน่ะสิ ถึงไม่แคร์” เจดพึมพำ หน้าแดง

มาร์คัสก้าวลงจากตอนหน้าของรถ มาเปิดประตูให้ อเล็กซิสก้าวลงมาจากรถก่อน หันมามองเจดที่ค่อยขยับลงไปอย่างเป็นห่วง เจดก้าวเท้าลงแล้วรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาวูบหนึ่งจนเข่าอ่อนยวบ อเล็กซิสที่จ้องอยู่แล้วรีบเข้าประคองทันที เจดวางมือลงบนท่อนแขนของชายหนุ่มเพื่อพยุงตัวให้ตรง
“ไง อเล็กซิส” เสียงทุ้มทักมาจากประตูบ้าน ทำให้เจดหันไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า ร่างเขาสูงพอๆ กับอเล็กซิส ผมสีดำสนิทเช่นเดียวกัน หน้าตาคล้ายอเล็กซิสมาก ต่างกันแค่มีดวงตาสีน้ำเงินเข้ม ขณะที่ของอเล็กซิสเป็นสีเทา บุคลิกของเขาดูโดดเด่นเช่นเดียวกับอเล็กซิส แต่ดูเงียบขรึมกว่า
“แมกซ์” อเล็กซิสร้องทัก ก่อนหันมาแนะนำกับเจด
“แมกซิมิเลียน เดเวอโร พี่ชายสุดเฮี้ยบของผมครับเจด ไม่ต้องกลัวเขานะ ท่าทางเขาแค่เอาไว้ขู่คนเท่านั้น” เจดยิ้มอย่างเขินอาย เมื่อเขาเงยหน้าสบตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้น ก่อนจะแนะนำตัวอย่างสุภาพ
“สวัสดีครับ ผมเจด ยินดีที่ได้รู้จักครับ” เจดยื่นมือออกไป แต่ร่างสูงนั้นกลับตรงเข้ามาสวมกอดเขาและจุมพิตที่หน้าผากอย่างอ่อนโยน
“ยินดีต้อนรับนะเจด” แววตาสีน้ำเงินเข้มดูอ่อนโยนลงเมื่อมองร่างบางตรงหน้า แล้วแมกซ์หันกลับมามองสภาพเสื้อเปียกๆ ของอเล็กซิสพร้อมกับขมวดคิ้ว
“นั่นนายไปทำอะไรมาน่ะ” อเล็กซิสทำหน้าเฉยๆ ขณะตอบอย่างรวดเร็ว
“เจดทำน้ำหกใส่ผม” ทำเอาเจดตวัดตาค้อน ขณะนั้นเองทั้งหมดก็หันไปที่ประตูใหญ่เมื่อได้ยินเสียงรถตามมา แมกซ์ขมวดคิ้วสงสัย อเล็กซิสจึงบอกพี่ชาย
“คงเป็นเจย์ ผมให้ข้างหน้าปล่อยให้เขาผ่านมาได้ ผมอยากรู้เรื่องราวเพิ่มเติมนิดหน่อยน่ะ”

เจย์ก้าวลงจากรถ และวิ่งขึ้นบันไดมาอย่างว่องไว
“สวัสดีครับ แมกซ์ ไง อเล็กซิส ” เจย์ทักคนทั้งคู่อย่างผ่านๆ ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาเจด จับไหล่บางไว้แล้วสำรวจไปทั่วตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้อเล็กซิสมองอย่างขวางๆ
“เป็นไงบ้างครับเจด กลัวมั้ย”
“กลัวในตอนแรกครับ เจย์ เอ่อ หลังจากนั้นก็ดีขึ้น” เจดอึกอัก หน้าแดงเมื่อคิดไปถึงอาการตกใจของเขา ที่ทำให้เลยเถิดกับอเล็กซิสไปถึงไหนๆ
“ไม่ต้องกลัวแล้วนะครับ ความจริงผมก็ไม่ค่อยเป็นห่วงเท่าไหร่ รถของอเล็กซิสคันนี้ติดกระจกกันกระสุนแบบพิเศษ ต้องใช้ปืนยิงจรวดล่ะมั้งถึงจะเอาอยู่
“เอ๋ หรือครับผมไม่ยักรู้” เจดยิ้มให้กับเจย์ ก่อนจะตวัดสายตาคาดโทษไปมองที่อเล็กซิส ที่ปล่อยให้เขากลัวโดยไม่ยอมบอกอะไรเลย ทำเอาอเล็กซิสต้องระวังตัวไปเหมือนกัน รีบตัดบททันที
“เอาล่ะเข้าไปคุยในบ้านก่อนดีกว่า แต่ดูท่าเจดจะเพลียมากชั้นจะพาไปพักผ่อนก่อน มาร์คัสดูแลความเรียบร้อยด้วยนะ” พูดจบชายหนุ่มก็ช้อนร่างบางขึ้นอุ้มก่อนพาเดิน
“อเล็กซิส ปล่อยนะผมเดินเองได้” เจดอุทานอย่างตกใจ
“คุณเพลียจะแย่อยู่แล้วให้ผมช่วยดีกว่า”
“บ้าจริง ผมไม่ใช่เด็กนะ คนอื่นจะคิดยังไง”
“ไม่เห็นเป็นไร คนอื่นที่ไหน พี่ผม เพื่อนผม แล้วก็ลูกน้องผม” อเล็กซิสสรุปหน้าตาเฉย ทิ้งให้ทั้ง 3 คนยืนงงอยู่หน้าบ้าน แมกซ์สบตามาร์คัสแล้วส่ายหัว แต่เจย์กลับคิด
‘ไอ้บ้านี่ คิดผิดหรือเปล่าวะที่ให้มันคุ้มครองพยานให้’

---------------------

เมื่อถึงหน้าห้องพักอเล็กซิสวางร่างเจดลง แล้วเปิดประตูให้ เจดค่อยก้าวเข้าไปสำรวจในห้องพร้อมกับขมวดคิ้วอย่างสงสัย ก่อนหันหน้ามาทาง อเล็กซิส
“ห้องชุด ไม่ต้องสงสัยหรอก ปีกตึกทางนี้เป็นส่วนของผม ของแมกซ์จะอยู่อีกด้านหนึ่ง พักผ่อนก่อนนะเจด เดี๋ยวผมลงไปคุยกับเจย์หน่อย” อเล็กซิสชิงตอบก่อนที่เจดจะถามอะไรต่อ แล้วจุมพิตเบาๆ ที่หน้าผาก
“เรื่องคดีหรือ ถ้ายังงั้นก็เกี่ยวกับผมด้วยน่ะสิ คุณน่ะเสียมารยาทออก พาผมขึ้นมายังไม่ทันได้คุยอะไรเลย” เจดดึงแขนชายหนุ่มไว้ได้ทันขณะเอ่ยปากต่อว่า
“เดี๋ยวผมคุยเอง คงไม่มีอะไรมากหรอก ผมอยากให้คุณพัก คุณจะยืนไม่อยู่อยู่แล้วนะเจด เมื่อคืนคงนอนไม่หลับด้วยล่ะสิ” อเล็กซิสมองอย่างเป็นห่วง ยกมือลูบที่แก้มบางใสนั้นแล้วเดินออกไปโดยไม่ฟังคำทักท้วง ทำให้เจดยืนมองอย่างโมโห
“คนเผด็จการ” แต่สักครู่ร่างบางก็อมยิ้มเมื่อหายโมโห เจดดูแลตัวเองมาตลอดชีวิต จนบางครั้งก็รู้สึกดีเหมือนกันที่มีคนคอยจัดการเรื่องราวต่างๆให้
เจดถอนใจเมื่อรู้สึกเพลียขึ้นมาแล้วจริงๆ ร่างบางมองไปยังที่นอนหนานุ่มก่อนจะยอมแพ้ ทิ้งตัวลงบนเตียง ‘พักสักครู่ก็ได้’ คิดในใจก่อนจะพริ้มตาลง

เมื่อชายหนุ่มเดินลงมาถึงข้างล่างก็เห็นแมกซ์กับเจย์นั่งคุยกัน ซึ่งต่างก็หันมามองเขาเป็นตาเดียวเมื่อเขาเดินไปถึง
“รับเครื่องดื่มไหมครับ เจ้านาย”
“ไม่ต้อง มาร์คัส” อเล็กซิสเดินเลยไปที่หน้าต่าง มองออกไปข้างนอกชั่วครู่ จึงหันกลับมาเอนร่างพิงหน้าต่าง มือกอดอกหลวมๆ มองหน้าแมกซ์เหมือนท้าให้ถาม แมกซ์เอนตัวพิงเก้าอี้ สบตาน้องชายก่อนจะถอนใจ
“เล่ามา อเล็กซ์”
“ก็ไม่มีอะไรมากนี่แมกซ์ ชั้นแค่ช่วยเจย์คุ้มครองพยานเท่านั้น”
“เรื่องนั้นรู้แล้ว แต่อยากฟังเรื่องอื่น” อเล็กซ์เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วก็ถอนใจเมื่อแมกซ์มองมาอย่างไม่ยอมแพ้
“ชั้นกับเจดรู้จักกันมาก่อน เพียงแต่เราไม่ได้พบกันนานมากแล้ว จนกระทั่งคราวนี้ที่เจย์มาขอให้ชั้นช่วยคุ้มครองพยานให้ จึงทำให้ได้พบกับเจดโดยบังเอิญอีกครั้งก็เท่านั้นล่ะ
“นานแค่ไหนล่ะ”
“เกือบ 5 ปี”
เมื่อได้ฟังคำตอบ แมกซ์ก็นิ่งเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ผิดปกติเมื่อ 5 ปีก่อนของอเล็กซ์ ตอนที่เขาลาออกจากตำรวจ น้องชายเขาดูเปลี่ยนไป เงียบขรึมและทำงานหนักมากขึ้น เก็บตัวไม่ออกไปสังสรรค์ และบ่อยครั้งที่แมกซ์รับรู้ถึงความเศร้าเสียใจของน้องชาย แต่พอถามอเล็กซ์ก็ได้แต่เงียบเฉยไม่ยอมอธิบายอะไร เป็นเพราะเรื่องนี้หรือเปล่านะ แมกซ์คิด
“ถ้างั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องโชคดีสิ ที่พวกนายได้พบกันอีกครั้ง” อเล็กซ์ยิ้มเล็กน้อยก่อนก้มศีรษะรับตาสีเทาคมกริบคู่นั้นสบตากับพี่ชาย
“ใช่ แมกซ์ เพียงแต่เรื่องนี้ต้องใช้เวลา 5ปีก่อนชั้นเคยทำผิดไว้มากจนต้องสูญเสียเจดไป ชั้นกำลังพยายามแก้ไขมันอยู่”

เจย์ซึ่งนั่งฟังอยู่เงียบๆ มองหน้าเพื่อนอย่างเข้าใจแล้วจึงบอกว่า
“อีก 6 วันนะอเล็กซ์ นายระวังไว้หน่อยก็ดี ชั้นอยาากให้มันจบลงแบบไม่ยืดเยื้อ ยิ่งหลักฐานแน่นอย่างนี้ด้วย แถมคดีนี้อัยการเก่ง แล้วก็รอบคอบมาก ผู้พิพากษาก็ไว้ใจได้ในเรื่องยุติธรรม ”
“ชั้นไม่ยอมให้มีอะไรเกิดขึ้นกับเจดหรอก แต่นายเองก็ต้องระวังตัวหน่อยนะเจย์”
“ไม่มีปัญหา”
“แมกซ์ ชั้นจะให้มาร์คัสตามนายสักระยะหนึ่งนะ ชั้นไม่อยากเสี่ยงเผื่อพวกมันจะคิดหาวิธีแปลกๆ แล้วมายุ่งกับนายเข้า” อเล็กซิสหันไปบอกพี่ชาย
“ก็ได้ แต่คงไม่มีปัญหาอะไรหรอกมั้ง ชั้นเชื่อระบบรักษาความปลอดภัยของนายน่า ไม่ใช่ไม่เคยเจอมาก่อน”
อเล็กซิสยิ้ม มันก็จริงของแมกซ์ด้วยอำนาจเงินและอิทธิพลของตระกูลเดเวอโร ทำให้พวกเขาต้องติดอยู่กับบอดี้การ์ด และระบบรักษาความปลอดภัยตั้งแต่เด็กจนแทบจะเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันเลยก็ได้
แมกซ์จำได้ถึงตอนช่วงยังเด็ก พ่อของเขาจะกังวลมากในเรื่องนี้หลังจากมีข่าวการลักพาตัวให้เห็นบ่อยๆ จนต้องเซ็ตระบบการรักษาความปลอดภัยของบ้านกับสถานีตำรวจ ตอนนี้เมื่ออเล็กซิสจับงานและดูแลเรื่องนี้เองบ้านทั้งบ้านแทบจะเป็นปราการเหล็กก็ว่าได้

-----------------------------------

แมกซ์นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ระเบียงขณะที่เจดเปิดประตูออกไป พอเจดเห็นก็ชะงักกำลังจะถอยกลับ แมกซ์ก็เงยหน้าเห็นพอดีจึงยิ้มให้
“เอ่อ ขอโทษที่รบกวนครับ คุณแมกซ์” กำลังถอยกลับแมกซ์ก็เรียกไว้
“ไม่เป็นไร นั่งก่อนซิ” แมกซ์วางหนังสือลง
“กำลังอยากได้เพื่อนดื่มชาพอดีเลย แล้วก็เรียกผมว่าแมกซ์เฉยๆ ก็พอนะครับ เจด” เจดยิ้มก่อนจะค่อยนั่งลง และมาร์คัสก็เดินถือถาดน้ำชาออกมาพอดี เขาวางบนโต๊ะแล้วหันมายิ้มกับเจด
“วันนี้ผมมีคุกกี้สูตรใหม่นะครับคุณเจด แต่ไม่ได้ทำเองหรอกที่นี่แม่ครัวเป็นใหญ่ผมเข้าไปยุ่งไม่ได้ เลยให้สูตรเขาไปทำให้คุณชิมโดยเฉพาะ เดี๋ยวชิมดูนะครับ” มาร์คัสพูดแกมบ่นถึงแม่ครัว เจดยิ้มขำ
“ผมอยู่กับมาร์คัสอีกไม่กี่วัน คงต้องกลิ้งแทนเดินแน่ๆ”
“โอ๊ย! คุณเจดตัวนิดเดียวยังต้องกินอีกเยอะครับ” เจดเลยอดหัวเราะไม่ได้ มองชายร่างใหญ่ตัวหนาตรงหน้า ที่เป็นมือขวาของอเล็กซิส แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าคนดูแลระบบความปลอดภัย แถมชำนาญในการป้องกันการก่อการร้าย จะมีอีกด้านที่อ่อนโยนอย่างนี้
“มาร์คัสเขาดีใจนะเจด ที่มีคนมาคอยให้เขาได้เคี่ยวเข็ญแทน เพราะเขาเคี่ยวเข็ญผมกับอเล็กซ์จนเบื่อแล้วมั้ง” เจดยิ้มขณะยกกาน้ำชารินใส่ถ้วย แมกซ์มองมือเรียวเล็กที่แตะประคองกาน้ำชาอยู่ เจดเงยหน้าขึ้นเหมือนจะถาม
“ไม่ครับ ไม่ต้องเติมอะไร” เจดจึงเลื่อนถ้วยชาให้ แล้วยกถ้วยชาของตนขึ้นจิบ หยิบขนมในจานชิมแล้วเหลือบสายตาไปที่มาร์คัส
“อร่อยครับ แต่ผมคิดว่าถ้ามาร์คัสลงมือเองต้องอร่อยกว่านี้แน่ๆ” ทำให้มาร์คัสอมยิ้มก่อนเดินตัวลอยออกไป แมกซ์หัวเราะ หึ หึ
“คุณเอามาร์คัสเสียอยู่หมัดเลยนะเจด ปกติเขาไม่ค่อยเป็นแบบนี้หรอก”

“เจด” เสียงทุ้มเรียกข้างหลังทำให้เจดหันขวับไปทันที สายตาของเจดที่มองอเล็กซิสทำให้แมกซ์มองหน้าน้องชายอย่างอิจฉาน้อยๆ ก็เจดน่ารักและนุ่มนวลออกอย่างนี้ ถ้าไม่ติดว่าเป็นของน้องชาย แมกซ์ก็อาจจะลองจีบดูสักตั้ง
“ผมไปหาคุณที่ห้องไม่เจอ หายเพลียแล้วหรือไง” อเล็กซิสวางมือลงบนไหล่บางอย่างเป็นเจ้าของพร้อมกับส่งสายตาเตือนไปยังแมกซ์ ทำให้พี่ชายถึงกับขำ คิดอยู่ในใจ ‘ไอ้บ้านี่ หึงกระทั่งพี่ชาย’
“เจดมากินน้ำชาเป็นเพื่อนชั้นนะ ชั้นต้องไปแล้ว มีธุระ” แมกซ์ลุกขึ้นพร้อมกับทิ้งท้ายไว้
“ขอบใจนะเจด น้ำชาวันนี้อร่อยมากเป็นพิเศษ” เจดยิ้มรับอย่างงงๆ แล้วหันไปมองอเล็กซิสอย่างระวังตัวเมื่อชายหนุ่มทิ้งกายลงนั่งกับเก้าอี้ ด้วยท่าทางหงุดหงิด
“มีอะไรหรือครับ อเล็กซ์” อเล็กซิสมองใบหน้างดงามนั้นแล้วก็ต้องระงับอารมณ์ จะบอกได้ไงว่าเขาหึงเจดกับพี่ชายตัวเอง เป็นเพราะเขาเห็นเจดดูอ่อนโยนและผ่อนคลายกับแมกซ์ หรือแม้แต่มาร์คัสมากกว่าเขาอีก
“ไม่มีอะไร เพียงแต่เป็นห่วงคุณน่ะ หายเพลียหรือยัง”
“ครับ” เจดยิ้มตาใส “ผมอยากลงไปดูสวนข้างล่างมากเลย” อเล็กซ์มองแล้วก็ยิ้มออกมาได้ ชายหนุ่มฉวยข้อมือบางนั้นดึงให้ลุกขึ้น ถือโอกาสจูงมือ
“’งั้น ผมพาไปดู”

อเล็กซิสจูงมือเจดเดินช้าๆ จนห่างออกจากตัวบ้าน เจดมองดูสถานที่กว้างขวางนั้นแล้วนึกเปรียบที่นี่กับกรีนเฮาส์ของอเล็กซิส
“ที่นี่สวยมากนะครับ แต่ผมชอบที่กรีนเฮาส์มากกว่า”
“ทำไมล่ะ”
“ที่นี่มันใหญ่โต แล้วก็งดงามเกินไปมั้งครับ”
เจดยังคงเดินไปเรื่อยๆ แต่อเล็กซิสหยุดทันทีเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่แฝงมากับคำตอบนั้น จับไหล่บางนั้นหมุนตัวกลับมา จ้องใบหน้างดงามนั้น
“หมายความว่ายังไงเจด” เจดมองอเล็กซิสแล้วยิ้มบางๆ
“ไม่มีอะไรครับ อเล็กซ์ ผมเพียงเปรียบเทียบที่นี่กับกรีนเฮาส์เท่านั้น”
เจดหมุนตัวเดินต่อ เขาจะบอกได้อย่างไรถึงความรู้สึกที่จู่ๆก็แวบเข้ามาในความคิด เขาพึ่งตระหนักรู้ถึงฐานะที่แตกต่างกันระหว่างเขากับอเล็กซิส เขากลัวว่าถ้าเกิดเหตุการณ์อื่นๆขึ้นมา ด้วยพื้นฐานที่แตกต่างกันอาจทำให้เกิดความระแวงสงสัยขึ้นมาอีก อเล็กซิสสามารถยอมรับที่ตัวเขาจริงๆได้หรือยัง

อเล็กซิสวูบลึกลงไปในอก “ถ้าคุณชอบที่นั่น หลังจากคดีเรียบร้อยเราก็ไปอยู่ที่นั่นดีมั้ย” อเล็กซิสรีบพูดขึ้นมา ชายหนุ่มเริ่มกังวลว่าเจดกำลังคิดอะไรอยู่ในตอนนี้ หรือเจดจะเปลี่ยนใจ
ทำไม เกิดอะไรขึ้น เขาคิดว่าเรื่องมันกำลังจะไปด้วยดีแล้ว เขากำมือแน่น
เจดนิ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่มีการพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเขาภายหลังคดีสิ้นสุดลง เขาจะตัดสินใจได้อย่างไร
“ไม่ได้หรอกครับ หลังคดีจบ ผมคงต้องกลับไปทำงานต่อ ผมลาพักนานมากแล้ว เดี๋ยวถูกไล่ออกกันพอดี”
“เจด” อเล็กซิสอุทานแต่ร่างบางยังคงพูดต่อ “ไหนจะห้องพักของผม คงต้องกลับไปดูแล ป่านนี้ต้นไม้คงตายหมดแล้วแน่ๆ” เจดเสียงแผ่วลงไป
“ไม่นะ ผมไม่ยอมนะเจด” อเล็กซิสพูดเสียงแข็งอย่างสะกดอารมณ์ เขาจะไม่ยอมให้ร่างบางอยู่ห่างสายตาเขาอีกแล้ว เจดหันกลับมาทันทีอ้าปากจะพูด
แต่ชายหนุ่มรวบร่างบางไว้แน่น ปิดปากเล็กนั้นด้วยริมฝีปากเขา ครอบครองอย่างรุนแรงมือจับศีรษะเล็กๆ ของเจดเอียงเล็กน้อยไม่ให้ถอยหนี ขณะแทรกปลายลิ้นเข้าไป เจดอุทานชิดริมฝีปากชายหนุ่มแล้วก็ครางเมื่อรู้สึกเจ็บริมฝีปากและรู้สึกถึงรสเลือดของตนเอง ที่เกิดจากการกระแทกกับฟันของชายหนุ่ม พออเล็กซิสได้ยินเสียงจึงค่อนลดความรุนแรงลงแต่ปลายลิ้นยังคงเกี่ยวตวัดอย่างดูดดื่มยาวนาน ชิงเอาสติและคำพูดของเจดให้ปลิวหายไป เจดส่งเสียงครางในลำคอเมื่อเริ่มหายใจไม่ออก ยกกำปั้นเล็กๆทุบไปที่ไหล่กว้างอย่างอ่อนแรง อเล็กซิสจึงค่อยถอนริมฝีปากออกมา กระซิบชิดริมฝีปากบางที่พยายามสูดลมหายใจเข้าปอด
“ผมรักคุณ ไม่มีทางที่ผมจะปล่อยคุณไป คุณจะต้องอยู่กับผม ถ้าคุณไม่ชอบที่นี่เราก็ไปอยู่ที่กรีนเฮาส์ หรือจะอยู่ที่ไหนก็ได้แม้กระทั่งที่ห้องพักของคุณ แต่คุณจะต้องไม่ไปจากผมอีก” อเล็กซิสพูดเหมือนเป็นคำสัญญา และแนบเรียวปากลงมาอีกครั้งเพื่อย้ำสัญญานั้น
เจดรู้สึกถึงความยินดีที่ถาโถมเข้ามา เมื่อได้ฟังคำพูดที่เขาต้องการได้ยินมากที่สุด มันเข้ามาเติมเต็มในจิตใจ เขาต้องการเพียงเท่านี้คนที่จะอยู่กับเขาและรักเขาตลอดไป โดยไม่แคร์ว่าเขาจะเป็นใคร
เมื่ออเล็กซิสประกบริมฝีปากลงมา ร่างบางจึงตอบสนองจุมพิตนั้นอย่างอ่อนโยน ลิ้นนุ่มๆ โต้ตอบอย่างเขินอายทำให้ชายหนุ่มถึงกับครางออกมาอย่างพอใจ มือเรียวเล็กไล้ไปที่ต้นคอแข็งแรง แทรกไปยังเรือนผมของชายหนุ่ม อเล็กซิสเงยหน้าขึ้นสูดลมหายใจ แต่เมื่อเห็นลิ้นเล็กของเจดไล้เลียที่ริมฝีปากช้ำระบมของตนเอง เขาก็คราง
“พระช่วย เจด” อเล็กซิสดึงร่างบางลงกับพื้นหญ้านุ่มทันที เขาแนบร่างลงไปกับร่างบาง เจดหลับตาเมื่อชายหนุ่มแนบริมฝีปากลงไปอีกครั้ง และอีกครั้ง มือเริ่มลูบไล้ร่างนั้นอย่างนุ่มนวลและหนักมือขึ้น เจดครางเมื่อถูกกระตุ้นจนความปรารถนาพุ่งสูงขึ้น ร่างบางบิดตัวด้วยความทรมาน มือของ อเล็กซิสเริ่มดึงเสื้อและสอดมือลูบไล้ไปที่ยอดอก ขยี้ที่ปลายยอดนั้น เจดสะดุ้งเฮือกร่างผวา แต่พอลืมตามองเห็นฟ้ากว้างด้านหลังชายหนุ่ม เจดจึงรู้ตัวจับมืออเล็กซิสไว้
“อเล็กซ์...ไม่...ไม่ใช่...ที่นี่...ผม...” อเล็กซ์สูดลมหายใจลึก
พระช่วยเขาเกือบร่วมรักกับเจดที่สนามหญ้าจริงๆ อเล็กซ์ดึงตัวลุกนั่ง เมื่อมองเจดแล้วชายหนุ่มก็ต้องครางออกมา ร่างบางตรงหน้างดงามและเต็มไปด้วยอารมณ์พิศวาสที่ยังไม่ถูกปลดปล่อย เสื้อผ้ายุ่งเหยิง แววตานั้นแฝงแววทรมาน ปากเล็กแดงช้ำเม้มแน่นเพื่อสะกดความต้องการของตนเอง ร่างบางเกร็งสั่นระริกและหอบหายใจลึกส่งเสียงครางแผ่วๆ เพราะยังไม่สามารถควบคุมอารมณ์ที่ถูกกระตุ้นขึ้นมาได้
อเล็กซิสเห็นอย่างนั้นจึงเอื้อมมือไปรูดซิปกางเกงของร่างบางลง แทรกนิ้วเรียวแข็งแรงลูบไล้ไปที่ส่วนสำคัญของเจดที่ถูกกระตุ้นอารมณ์เต็มที่ เจดครางบิดตัวด้วยความเสียวซ่าน แต่ปากร้องห้ามอเล็กซิส
“อื้อ..อเล็กซ์..อย่า..ที่..นี่..อา..” เจดจับมือของชายหนุ่มไว้อย่างอ่อนแรง
“ไม่เป็นไรเจด อย่าเกร็ง ให้ผมช่วยคุณนะ” อเล็กซิสกระซิบ มือใหญ่ลูบไล้หนักมือขึ้น บีบลงไปเบาๆ ที่ปลายยอด เจดคราง ร่างงดงามถูกกระตุ้นจนแทบไม่รับรู้อะไรอีกนอกจากมือที่กำลังลูบไล้เขาอยู่อย่างชำนาญ ที่อยู่ตรงหน้ามีเพียงประกายระยิบระยับของความสุขสม แล้วก็อุทานออกมาเมื่อความสุขได้มาถึง ร่างกระตุกหลั่งรินความอบอุ่นสู่มือแข็งแรงนั่น
“อ..อเล็กซ์” เจดรู้สึกวูบไปเล็กน้อย ผ่อนลมหายใจช้า แล้วค่อยลืมตามอง สบสายตาของอเล็กซิสเต็มที่ไปความรักและปราถนา ชายหนุ่มยกมือขึ้นไล้เลียรสชาติของเจดที่ติดมืออยู่ เจดสบตาคมคู่นั้นก็ถึงกับครางออกมาอย่างเขินอาย ร่างบางทรงตัวขึ้นนั่งอิงร่างไปหาชายหนุ่มกอดเขาไว้แนบแน่น
“อเล็กซ์”
“เจด ผมรักคุณ” อเล็กซิสกระซิบที่ใบหูเล็กๆนั้น

------------------------------

แมกซ์รวบช้อนส้อมเมื่อกินเสร็จ หันไปบอกมาร์คัสที่ยืนคอยบริการอยู่ด้านข้าง
“วันนี้อร่อยมากมาร์คัส จริงไหมเจด”
“ครับ” เจดตอบแล้วหันไปมองมาร์คัสซึ่งทำท่ายืดอกรับคำชมอย่างภูมิใจ
“ถ้าไม่อยากทำงานรักษาความปลอดภัยกับอเล็กซ์แล้ว มาเป็นคนดูแลบ้านให้ชั้นดีกว่านะ” แมกซ์พูดต่อ
“ขอบคุณครับ แต่เจ้านายน่ะขาดผมไม่ได้หรอก ผมต้องคอยช่วยประสานงาน อารมณ์อย่างนั้นน่ะเดี๋ยวเจ้าหน้าที่คนอื่นลาออกหมด” มาร์คัสแกล้งพูดถึงความใจร้อนของอเล็กซิส
“มากไปมาร์คัส” อเล็กซิสขมวดคิ้ว
“ครับ เจ้านาย” ทำท่าเกรงแต่แววตาหัวเราะ
“พึ่งมาถึงบ้านวันแรก เป็นไงบ้างเจด เห็นมาร์คัสบอกว่าอเล็กซ์พาไปเดินดูสวนไม่ใช่หรือ” พูดจบแมกซ์ก็ต้องหันมามองอเล็กซิสเมื่อได้ยินเสียงชายหนุ่มสำลักน้ำ ขณะที่เจดทำตาโต ใบหน้าแดงก่ำเมื่อมองไปที่มาร์คัส ร่างใหญ่ยิ้มให้เจดอย่างปลอบใจ ก่อนจะหันไปหาแมกซ์แล้วเล่าต่อ
“คุณอเล็กซิสพาเดินไปไกลมากนะครับ จนนอกเขตโทรทัศน์วงจรปิดแน่ะ ตรงนั้นต้นไม้เยอะผมเกือบให้คนไปตามหาแล้ว ดีแต่ว่าเจ้านายพาคุณเจดเดินออกมาก่อน”
“เอ่อ ผมขอตัวไปพักก่อนนะครับ” เจดพึมพำขอตัว แล้วรีบเดินออกมา ‘พระช่วยโทรทัศน์วงจรปิด’ ร่างบางคิดอย่างอับอาย
“เดี๋ยวผมไปส่ง” มาร์คัส เดินตามร่างบางออกไป ทำให้อเล็กซิสมองตามด้วยความโมโห
“นายโมโหอะไร รึว่าพาเจดไปทำอะไรในสวนให้มาร์คัสเห็น” แมกซ์ขมวดคิ้วถาม
“บ้าน่ะสิ ใครจะไปทำอย่างนั้น” อเล็กซ์ปฏิเสธหน้าตาเฉย
“งั้นก็ไม่เห็นมีอะไรที่ต้องโมโหนี่นา” แมกซ์พูดจบก็เดินอมยิ้มออกไปอีกคน

เจดเดินมาถึงหน้าห้อง เขาเงยหน้ามองมาร์คัสอย่างไม่รู้จะพูดอะไรดี มาร์คัสยิ้มอย่างอ่อนโยน
“ไม่ต้องอายหรอกครับคุณเจด ผมดีใจกับคุณและคุณอเล็กซิสนะครับ เพียงแต่อดล้อเจ้านายไม่ได้ ผมเห็นเขามาตั้งแต่เด็ก ปกติเขาไม่ค่อยมีจุดอ่อนให้ใครเห็นบ่อยนักหรอก”
เจดอายที่มาร์คัสรู้แต่ก็โล่งใจ เมื่อไม่เห็นทีท่ารังเกียจเขายิ้มอย่างอายๆ ก่อนพึมพำ “ขอบคุณครับ มาร์คัส”

---------------------------------

เจดปิดประตูห้องอย่างเหน็ดเหนื่อย 2-3 วันที่ผ่านมานี้เจย์มาซักซ้อมสำนวนคดีกับเจดเพิ่มเติมเนื่องจากมีข้อมูลใหม่เข้ามา จากที่จับกุมพวกนั้นได้อีกหลายคน เพื่อเตรียมการหากมีการซักค้านพยานจากทนายของจำเลย คำถามบางครั้งดูรุนแรงจนเจดตกใจ แต่เจย์บอกว่าเตรียมไว้ก็ไม่เสียหาย
อเล็กซิสไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้ เขาปล่อยให้เจย์ทำงานซักซ้อมกับเจดอย่างเต็มที่ แต่พอตกเย็นอเล็กซิสจะคอยอยู่เป็นเพื่อนเขา ชวนคุยเรื่องสนุกๆ หรือเพียงบางครั้งก็แค่นั่งเป็นเพื่อนเงียบๆเท่านั้น

พรุ่งนี้เจย์ให้เขาพักได้ทั้งวัน เจดถอนใจหลังจากนั้นเป็นวันพิจารณาคดี หวังว่าเรื่องทุกอย่างคงสิ้นสุดลง เจดเดินเข้าห้องน้ำเปิดน้ำใส่อ่างกว้างนั้นถอดเสื้อผ้าแล้วหย่อนร่างเปลือยลงไป เมื่อแช่ร่างในน้ำอุ่นจัด ร่างบางก็ถอนหายใจอย่างมีความสุข ขณะลูบไล้มือไปตามแขนและเรียวขา ก่อนวางศีรษะลงไปกับขอบอ่างหลับตา แล้วยกขาข้างหนึ่งพาดขอบอ่างไว้

อเล็กซิสยืนพิงประตูห้องน้ำ มองร่างในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่นั่น สายตาจับอยู่ที่ไหล่ขาวนวลที่โผล่พ้นฟองสบู่ และมองตามมือของเจดที่ลูบไล้ไปทั่วร่างนั้น โดยที่เข่าและน่องเรียวข้างหนึ่งยังพาดไว้กับขอบอ่าง อเล็กซิสมองภาพนั้นแล้วรู้สึกถึงความอ่อนโยน ความรัก ความปรารถนาที่เขาสู้อดทนมาหลายวันก็ปะทุขึ้นมา ก็ตั้งแต่วันที่ได้พาเจดไปเดินเล่นที่สวนนั่นแหละ เพราะเขาอยากให้เจดได้พัก แต่วันนี้ความอดกลั้นเขาสิ้นสุดลงชายหนุ่มค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าของตนเองออก แล้วเดินเข้าไป
เจดลืมตาทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้า เขามองร่างเปลือยของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างเผลอตัว ร่างสูงนั้นงดงาม ไหล่กว้างแข็งแกร่ง หน้าท้องเรียบไม่มีไขมันส่วนเกินแม้แต่น้อย สะโพกเพรียว ขายาวตรงแข็งแรง เจดถอนหายใจไม่อยากเชื่อว่าร่างนี้จะเป็นของเขา ร่างบางมองต่ำลงแล้วก็หน้าแดงเมื่อเห็นความปรารถนาที่ต้นขาของชายหนุ่มค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้น แต่ก็ยังเงยหน้าสบตาชายหนุ่มโดยไม่หลบตา
อเล็กซิสรู้สึกถึงความรุ่มร้อนที่ทวีขึ้น เพียงแค่ดวงตาสีเขียวงดงามจ้องมองมาเท่านั้นเขาก็ตื่นตัวเสียแล้ว ชายหนุ่มมองเจดที่ยังอยู่ในท่าเดิมไม่ขยับ ดวงตาเขียวใสมองมาอย่างยินยอมพร้อมใจแฝงแววเชิญชวน

“อเล็กซ์” เจดกระซิบเรียกเสียงพร่า เมื่อชายหนุ่มก้าวลงอ่างคุกเข่าลง จับข้อเท้าเล็กที่พาดอยู่นั้นขึ้นมาจุมพิต ก่อนที่จะวางเท้าลง เลื่อนมือไปจับฟองน้ำลูบไล้ไปที่ขาเรียวงามอย่างตั้งใจ
“อืมม์ อเล็กซ์ คุณจะทำอะไร” เจดถามเสียงสั่นพร่า
“ผมจะอาบน้ำให้ นะคนดี” อเล็กซิสจับร่างบางพลิกตัวให้นั่งหันหลังบนตักเขา มือใหญ่ไล้ฟองน้ำไปที่หลังก่อนจะวกกลับมาข้างหน้าลูบไปที่ยอดอก และเลยไปที่หน้าท้อง ชายหนุ่มยิ้มเมื่อกระตุ้นเร้าร่างบางจนสั่นระริก เสียงหอบหายใจดังหนักขึ้นเมื่อมือเขาวนไล้ใกล้ส่วนสำคัญ เจดครางด้วยความคาดหวัง แต่มือของอเล็กซิสวนกลับมาที่อกอีกครั้งทำให้เจดถึงกับสะอื้น มือเรียวเอื้อมไปจับต้นแขนแข็งแรงของชายหนุ่มไว้ทั้งสองข้าง
“ฮึก..อเล..อเล็กซ์..ช่วยผมด้วย” เจดคราง ชายหนุ่มกระซิบที่ข้างหูเล็ก
“อยากให้ผมทำอะไรเจด” เจดหันศีรษะกลับมามือโน้มศีรษะชายหนุ่มลง ยื่นปลายลิ้นเล็กๆแตะที่เรียวปากได้รูป แล้วกระซิบเชิญชวนชิดริมฝีปากของชายหนุ่ม
“สัมผัสผม ได้โปรด”
ความปรารถนาของอเล็กซิสทวีขึ้น เมื่อได้ยินน้ำเสียงเชิญชวนนั้น มือเขาขยับลูบไล้ร่างบาง ก่อนจะค่อยเลื่อนลงต่ำเมื่อมือใหญ่สัมผัสระหว่างต้นขาเรียว กระชับความตื่นตัวของร่างบางไว้ในมือบีบเป็นจังหวะ ร่างบางถึงกับบิดตัวด้วยความเสียวซ่าน
“อเล็กซ์ ได้โปรด..อึ้...อือ..ฮึก” เจดครางแนบแผ่นหลังเข้าอกกว้างของชายหนุ่ม พิงศีรษะไปกับไหล่แข็งแรงนั้น อเล็กซิสแยกต้นขางดงามคู่นั้นออกวางน่องเรียวไว้กับขอบอ่างสองข้าง บั้นท้ายนุ่มของเจดเสียดสีกับความแข็งแกร่งของเขา เจดหน้าแดงระเรื่ออ้าปากหอบหายใจ
อเล็กซิสก้มลงกัดเม้มที่ใบหูเล็กทำให้เจดอุทานหันหน้าไป ชายหนุ่มถือโอกาสปิดปากนั้นด้วยริมฝีปากของเขาลิ้นซอกซอนตวัดรัดลิ้นนุ่มนั้น ขณะที่มือแข็งแรงยกเอวบางขึ้นสอดแทรกความอบอุ่นร้อนผ่าวเข้าไปในช่องทางคับแคบของเจด ด้วยความลื่นของสบู่ทำให้การสอดแทรกเป็นไปอย่างรวดเร็ว เติมเต็มเจดด้วยความแข็งแกร่งของชายหนุ่มภายในครั้งเดียว จนเจดรู้สึกจุกแน่นไปหมด ร่างบางถอนริมฝีปากออกทันที ร่างกระตุกแล้วคราง
“อ๊ะ...ฮึก.. อื้ม...” เจดเอื้อมมือไปจับขอบอ่างเพื่อทรงตัวเนื่องจากร่างทั้งคู่เปียกลื่นเต็มไปด้วยฟองสบู่ อเล็กซิสฝังแน่นอยู่ในร่างกายเจด ความคับแคบของช่องทางนั้นบีบรัดชายหนุ่มไว้แน่น เหมือนเป็นพันธนาการที่อ่อนนุ่มที่ชายหนุ่มอยากถูกผูกมัดไว้ตลอดชีวิต
“เจด ขอลิ้นให้ผมสิเจด” อเล็กซิสไล้เลียไปที่ต้นคอของเจด พูดเสียงแหบทุ้ม เจดอ้าปากเล็กยื่นปลายลิ้นออกมาเอียงศีรษะไป แตะปลายลิ้นสีชมพูที่ปลายคางชายหนุ่ม ไล้ไปที่มุมปาก อเล็กซิสครางกับการหยอกเย้านั้น เขาแย้มริมฝีปากรอ แล้วดูดปลายลิ้นนุ่มนั้นทันทีที่เข้ามาหลอกล่อและเกี่ยวกระหวัดอย่างชำนาญ ขณะเดียวกันก็จับเอวบางขยับขึ้นแล้วกดลงอย่างรวดเร็ว
“อื้อ.อึ๊..อื้มม์” เจดครางทั้งที่ปากยังพัวพันอยู่กับอเล็กซิส
เจดสะบัดศีรษะถอนริมฝีปากออก เมื่อชายหนุ่มขยับเร็วขึ้น เร็วขึ้น ร่างบางถูกมือใหญ่จับเอวไว้ น่องเรียวงามที่วางอยู่บนขอบอ่างสั่นระริก แผ่นหลังอิงกับอกกว้างขณะที่สะโพกบางถูกรุกรานจากเบื้องล่างอย่างหนักหน่วง ช่องทางที่บอบบางถูกความยาวใหญ่ของชายหนุ่มเสียดสีกระตุ้นความเสียวซ่านให้เพิ่มขึ้น ในห้องน้ำมีแต่เสียงครางและหอบหายใจของทั้งคู่
“ผมจะ อ๊ะ..อื้ม..” เจดพูดด้วยเสียงหอบเมื่อความสุขใกล้มาถึงจุดสุดท้าย อเล็กซ์คราง
“อืม..ผมก็ไม่ไหวแล้ว..เจด” มือใหญ่จับสะโพกบางลอยขึ้นก่อนจะกดลงเป็นครั้งสุดท้าย แทรกความแข็งแกร่งนั้นเข้าไปอย่างหนักหน่วงกระตุกฉีดพุ่งเข้าไปในร่างเจด ขณะที่เจดกรีดร้องกล้ามเนื้อบีบรัดอย่างรุนแรง กระตุกและหลั่งรินความปรารถนาออกมาเช่นเดียวกัน

ทั้งคู่แช่อยู่ในอ่างจนน้ำเริ่มเย็น อเล็กซิสจึงช้อนร่างบางขึ้นยืนเปิดฝักบัวเพื่อล้างสบู่ออก มือใหญ่ช่วยเสยผมเปียกๆ ของเจดให้พ้นจากใบหน้างดงามนั้น ขณะที่มือเรียวบางของเจดก็ช่วยลูบไล้ล้างเอาฟองสบู่ที่ติดตามตัวชายหนุ่มออก ชายหนุ่มยิ้มอย่างพอใจกับสัมผัสนั้น เมื่อฟองสบู่หมดชายหนุ่มจุมพิตที่หน้าผากมนนั้นกระซิบ
“รางวัล” แล้วใช้ผ้าห่อตัวเจดอุ้มมาวางที่เตียงช่วยเช็ดตัว ใส่เสื้อคลุม และเช็ดผมให้เจดจนแห้ง เจดจึงยื่นหน้าไปจุมพิตที่ปลายคางนั้นแล้วกระซิบตอบ
“รางวัล”
อเล็กซิสคราง ฮึ่ม!! ในลำคอยื่นมือจะคว้าเอวบางนั้นแต่เจดซึ่งรู้ทันอยู่แล้วพลิกตัวหนีไปริมเตียงอีกด้านหนึ่งพร้อมกับหัวเราะคิก แต่แล้วก็ต้องอุทานเมื่อชายหนุ่มไม่ยอมแพ้ โถมขึ้นเตียงคว้าข้อเท้าเล็กไว้ทำให้เจดขยับไม่ได้
อเล็กซิสทาบร่างเปลือยของตนลงเบียดร่างบางให้จมลงกับที่นอนหนานุ่ม เขาจ้องตาสวยของเจดแล้วกระซิบ
“ผมมีความสุขมากเหลือเกินเจด ผมฝันว่าอยากมีคุณอยู่ในอ้อมแขนผมอย่างนี้มาตลอด”
“ผมก็เหมือนกันครับ อเล็กซ์” เจดตอบแล้วก็ฉุกใจคิด เมื่อมองไปที่ประตูหน้าห้องแล้วขมวดคิ้ว
“คุณเข้ามาได้ยังไง ประตูล็อคนี่” อเล็กซิสอมยิ้ม ชี้ไปที่ประตูด้านข้างที่เจดไม่เคยสนใจ
“ผมบอกแล้วนี่เป็นห้องชุด ห้องผมอยู่ด้านนั้น”
“คนเจ้าเล่ห์ เห็นทำตัวดีมาตั้งหลายวัน” เจดพึมพำ อเล็กซิสหัวเราะบีบจมูกเล็กนั้น
“แค่เห็นคุณเหนื่อยเลยอยากให้พักต่างหาก ผมสู้อุตส่าห์อดทนเป็นหลายวัน พอมาเห็นคุณอาบน้ำยั่วผมใครจะทนไหว”
“บ้า ใครอาบน้ำยั่วใคร ตาคนลามก” เสียงใสเริ่มขุ่นด้วยความอายสะบัดร่างพยายามดันร่างสูงให้พ้นตัว เมื่อชายหนุ่มแกล้งทิ้งน้ำหนักลงมาทั้งตัวไม่ยอมขยับทำให้เจดยิ่งโมโห ออกแรงผลักไสมากขึ้น

อเล็กซิสเริ่มร้อนขึ้นมาอีกเมื่อร่างกายเสียดสีกับร่างบาง กลิ่นหอมละมุนที่กรุ่นจากร่างบางนั้นทำให้ความรู้สึกเริ่มเตลิด อเล็กซิสแทรกขาแข็งแรงลงระหว่างเรียวขางดงามคู่นั้น สาปเสื้อคลุมที่แยกออกทำให้ขาของเขาสัมผัสผิวนุ่มนวลของร่างที่อยู่ข้างใต้นั้น
“อืมม์” อเล็กซิสครางอย่างพอใจ ขณะที่เจดหยุดชะงักทันทีเมื่อรู้สึกถึงความตื่นตัวของชายหนุ่ม เมื่อสบตากับชายหนุ่มแววขุ่นเคืองในตาเจดเริ่มจางหายไป
อเล็กซิสแนบริมฝีปากไปที่คอระหง พรมจูบมาที่ต้นคอและไหล่ขาวนวลที่โผล่พ้นเสื้อคลุมออกมา เมื่อมือของชายหนุ่มกระตุกไปที่สายรัดเสื้อคลุม เจดก็ขยับตัวช่วยให้มือใหญ่ดึงเสื้อออกไปอย่างง่ายดาย อเล็กซิสจับร่างบางพลิกคว่ำไล้ริมฝีปากมาตามแนวกระดูกสันหลัง เรื่อยลงมาที่สะโพกมน ดึงร่างบางให้อยู่ในท่าคุกเข่า แล้วก็ตวัดลิ้นไล้เลียมาตามรอยแยกของสะโพก
“อือ...อาา..อ๊ะ..อเล็กซ์...” เจดครางเมื่อปลายลิ้นวนมาที่ช่องทางคับแคบ ที่ยังระบมอยู่ ร่างกระตุก ต้นขาสั่นระริกเมื่อรู้สึกถึงปลายลิ้นแหย่ไปที่ปากทางนั้น แล้วขยับเข้าออกอย่างช่ำชอง
ร่างบางคุกเข่า แยกต้นขาเรียวงามออกกว้างตามแรงกดจากมือใหญ่ ชายหนุ่มจับที่สะโพกกลมมนไว้แน่น อารมณ์ยิ่งลุกโพลงเมื่อได้ยินเสียงครางตอบสนองของร่างตรงหน้า เจดหอบหายใจขยับสะโพกเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเองอย่างหลงลืมตน อเล็กซิสถอนปลายลิ้นออกมา เลื่อนมือมาจับเอวบางไว้ ส่วนสำคัญจ่อไปที่ปากทางที่ยังชุ่มชื้นด้วยน้ำลายอยู่กดแทรกเข้าไปอย่างช้า กล้ามเนื้อที่เกร็งรับและบีบรัดทำให้เกิดความรู้สึกเสียวซ่านทวีขึ้น
“อะ..อ้ะ...อา..อื้ม...” เจดครางกับการสอดแทรกช้าๆ นั่น สะโพกเล็กขยับจะถอยหลังเพื่อจะรับเอาความแข็งแกร่งเข้ามาทั้งหมด แต่ชายหนุ่มจับเอวเล็กไม่ให้เคลื่อนไหว ขณะสอดแทรกไว้เพียงครึ่งเดียว เจดครางเมื่อถูกยั่วยุให้อารมณ์เตลิดพล่าน
“ฮ้า..อ๊ะ...อื๊อ...ได้โปรด...ฮึก..อย่าแกล้งผม..อยะ.อย่างนี้” เจดคราง อเล็กซิสสูดลมหายใจลึก ร่างสูงเกร็งด้วยอารมณ์ที่ถูกสะกดกลั้น แล้วถอนร่างออกช้าๆ ทำให้เจดถึงกับกรีดเสียงร้อง
“ไม่ อย่า..อเล็กซ์ ได้โปรด...ฮึก..” เจดสะอื้นวอนขอด้วยความต้องการ ร่างบางแดงระเรื่อไปด้วยอารมณ์ที่ถูกกระตุ้นจนลืมความอายไปหมดสิ้น หันศีรษะมามองชายหนุ่มด้วยสายตาที่ปรารถนาแฝงแววทรมาน
อเล็กซิสครางเมื่อความอดทนสิ้นสุดลง สะโพกแกร่งกระแทกสวนเข้าไปหาความนุ่มละมุนอย่างหักโหม
“อ๊าาา....”ร่างเจดไถลไป มือเล็กจึงคว้าหัวเตียงไว้เป็นหลัก
“ฮึก..อึ๊ก..อึ้...อื้มม.....” เมื่ออเล็กซิสขยับสะโพกเข้าออกเป็นจังหวะอย่างหนักหน่วง ชายหนุ่มครางต่ำๆ ในลำคอ สะโพกขยับบดเบียดกับช่องทางนั้น หมุนวนเสียดสีเพื่อให้และรับเอาความสุขสม ร่างบางร้องครางอย่างสิ้นอาย
“อีก อเล็กซ์ ได้โปรด ...อึ๊...อีก” สะโพกบางขยับรับเป็นจังหวะ มือแข็งแรงขยับไปข้างหน้าลูบไล้หน้าอก ขยี้ไปที่ปลายยอดแดงระเรื่อ ขณะที่สะโพกยังคงสอดแทรกอย่างรุนแรง
เจดครางสะอื้น เมื่อร่างใหญ่กระทำกับเขาเหมือนไม่ปราณี แต่ความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นมีมากกว่า จนกระทั่งร่างบางเกร็งกระตุกเมื่อจุดสุดยอดมาถึงฉีดพุ่งน้ำสีขาวขุ่นออกมา กล้ามเนื้อช่องทางคับแคบรัดรึงเอาความแข็งแกร่งของชายหนุ่มไว้ จนทนไม่ไหว
“อา ผม ไม่ไหว..แล้ว..” อเล็กซิสครางแล้วกระตุกหลั่งความอบอุ่นร้อนผ่าวมากมายเข้าสู่ตัวเจดจนไหลเอ่อนองที่ต้นขาเรียวของเจด ร่างสูงใหญ่ฟุบลงทาบทับร่างบาง ทั้งคู่หอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนก่อนที่อเล็กซิสจะถอนกายออกมาพลิกตัวนอนข้างเจด มือของชายหนุ่มเลื่อนไปประสานมือกับร่างบางไว้แน่น จุมพิตนิ้วเล็กเรียวนั้นแล้วกระซิบ
“ผมรักคุณ เจด ”
“ผมก็รักคุณครับ อเล็กซิส”
“อยู่กับผมนะ เจด ให้โอกาสผมได้ดูแลคุณ ผมจะไม่ทำให้คุณเสียใจอีก ผมสัญญา”
เจดยิ้มตอบอย่างอ่อนหวาน กระซิบเสียงแผ่วเบาแต่ดังก้องไปในความรู้สึกของชายหนุ่ม
“ครับ”

----------------------------------

บทส่งท้าย
หลังจากการพิจารณาคดีที่อาจเรียกว่าดังที่สุดในรอบปี ได้สิ้นสุดลง นักข่าวและฝูงชนก็แยกย้ายกันไปจนบางตา ร่างสูงค่อยๆก้าวลงจากรถคันยาวยืนพิงประตูรถและรอคอย
เจดก้าวออกจากศาล ขนาบข้างด้วยเจย์และมาร์คัส ร่างบางกวาดสายตามองหาแล้วยิ้มอย่างยินดีเมื่อเห็นร่างสูงนั้น ร่างบอบบางวิ่งซอยเท้าเข้าหาอ้อมแขนเปิดกว้างนั้น เขาโถมเข้าใส่อเล็กซิส
“มันจบลงแล้วครับ อเล็กซ์ มันจบลงแล้ว” เจดพูดด้วยความยินดี อเล็กซิสยิ้มก้มหน้าแนบริมฝีปากลงจุมพิตร่างบางอย่างดูดดื่ม มาร์คัสกับเจย์กระแอมทันที อเล็กซิสเงยหน้าขึ้น
“พวกนายออกมาช้ามาก”
“ก็ต้องรอให้นักข่าวออกไปให้หมดก่อน ไม่อยากให้เจดถูกสัมภาษณ์น่ะแค่รู้ว่าเป็นพยานในศาลนี่ก็ดังพอแล้ว แล้วก็ขอบใจสำหรับทุกอย่างนะอเล็กซ์” เจย์ตบไหล่เพื่อนสนิท
“ไม่ต้องเจย์ นายก็รู้ว่าส่วนหนึ่งชั้นทำเพื่อตนเองด้วย”
“ยังไงก็ขอบใจ อเล็กซ์” อเล็กซิสผงกศีรษะรับ
“ไปก่อนนะเจย์ ไว้เจอกันทีหลัง”
“o.k.” เจย์โบกมือให้
มาร์คัสเปิดประตูรถให้เจดกับอเล็กซิส ชายหนุ่มโอบร่างบางไว้จุมพิตที่หน้าผาก
"กลับบ้านนะเจด”
“ครับ” ร่างบางกระซิบตอบพิงศีรษะกับไหล่ของชายหนุ่ม

END

jade4

By SF

“เจด อาหารเย็นครับ” อเล็กซิสเคาะประตูห้องเจด เมื่อเห็นเขาเก็บตัวอยู่ห้องตลอดวัน เจดเปิดประตูออกมา อเล็กซิสจึงพูดด้วยน้ำเสียงแกมขอร้อง
“ลงไปกินข้างล่างกันนะครับ” แล้วหันหลังเดินนำหน้าออกไป เจดยืนนิ่งเมื่อเห็นท่าทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นของอเล็กซิสหลังจากที่ได้คุยกันในตอนเช้า
ใช่ตอนนี้คงไม่มีอะไรที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้แล้ว เวลามันผ่านมาตั้งเนิ่นนาน เขาควรจะให้มันผ่านไปซะ ความสัมพันธ์ตอนนี้คงเป็นเพียงแค่ การที่เขาต้องอยู่ในความดูแลของอเล็กซิสในฐานะพยานกับบอดี้การ์ดเท่านั้น เจดคิดในใจแล้วเดินตามไปช้าๆ
ทั้งคู่นั่งกินอาหารกันเงียบๆ เพียงสองคน อเล็กซิสพยายามชวนคุยด้วยเสียงเรื่อยๆ อ่อนโยน ทำให้ไม่อึดอัดนัก เมื่อเจดถามถึงมาร์คัส อเล็กซิสก็บอกแต่เพียงว่ามาร์คัสต้องออกไปทำงานบ้างเป็นบางวัน ในระหว่างนั้นในบ้านจะมีพวกเขาเพียงสองคนเท่านั้น ทำให้เจดเงียบไป เมื่อกินเสร็จเจดก็ลุกขึ้นจะกลับห้องแต่อเล็กซิสฉวยข้อมือบางไว้
“ดื่มกาแฟกับผมก่อนได้ไหม” เจดมองอเล็กซิสแล้วถอนใจ แต่ก็ยอมเอื้อมมือไปรับแก้วกาแฟแล้วลุกจากเก้าอี้ไปที่หน้าเตาผิง เขานั่งลงกับพรมหนานุ่มหยิบหมอนมากอด ก่อนจะมองไปที่เปลวไฟแล้วยกกาแฟขึ้นจิบ
อเล็กซิสทรุดตัวลงนั่งในระยะห่างพอควร ทั้งคู่นั่งอยู่เงียบๆ ครู่ใหญ่ก่อนที่อเล็กซิสจะเอ่ยก่อน
“หลังจากนั้นคุณทำอะไรบ้าง เจด” เจดหันมามองวางแก้วกาแฟลง มองชายหนุ่มด้วยสายตาเย็นชา
“คุณจะรู้ไปทำไม” ก่อนที่เขาจะทันลุกขึ้น อเล็กซิสจับข้อมือเล็กนั้นไว้อีกครั้ง แล้วมองด้วยแววตาขอร้องและจริงใจ
“ผมเพียงอยากรู้เลยถามเท่านั้น ไม่ได้มีความหมายอื่น เล่าไม่ได้หรือครับ” เจดสบตาจริงใจอเล็กซิส แล้วก็ถอนใจ เบี่ยงตัวหันข้างให้ก่อนจะเริ่มเล่า
“ผมยังตั้งหลักไม่ถูก จึงกลับไปที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แล้วช่วยซิสเตอร์ดูแลเด็กที่นั่นอยู่พักหนึ่งก่อนจะได้งานทำในเมืองนั้น ชีวิตที่นั่นเรียบง่าย แม้จะไม่มีอะไรสมบูรณ์พร้อม แต่ชีวิตคนก็เลือกมากไม่ได้” เจดถอนใจ
“ผมคิดว่าจะอยู่ที่นั่นตลอดไป ถึงแม้ซิสเตอร์จะบอกให้ผมหางานดีๆ ทำและให้คิดถึงอนาคตของตนบ้างแต่ผมก็ยังอยากอยู่ที่นั่นมากกว่า" เจดเงียบไปชั่วครู่ดวงตาคู่สวยหม่นลงเมื่อเล่าต่อด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ
"ในปีต่อมาฤดูหนาวหนาวจัดและยาวนานมาก ทำให้เด็กๆ ไม่สบายกันหลายคน ผมกับซิสเตอร์ต้องช่วยกันดูแลเด็กๆ แต่พอพวกเขาดีขึ้น ซิสเตอร์กลับล้มป่วยลง คงเป็นเพราะผมไม่เคยสังเกตเลยว่าท่านทำงานหนักแค่ไหน ไม่นานท่านก็เสียชีวิตลง” เจดสูดลมหายใจลึกๆ เขาโทษตัวเองตลอดมาในเรื่องนี้
“หลังจากนั้นผมก็ออกจากงาน พยายามดูแลเด็กๆ แทนท่าน แต่ผมก็อายุน้อยเกินไปทางการก็เลยสั่งปิดสถานเลี้ยงเด็กนั่น เด็กๆ ถูกส่งต่อไปอยู่ที่อื่น ผมไม่สามารถดูแลทุกคนได้ ทุกคนจากไปจนหมด ทิ้งไว้แต่ตึกเก่าๆ ที่รอเวลาจะถูกทุบทิ้ง”
เสียงเจดขาดหายไป เมื่อนึกถึงเด็กๆ แต่ละคนที่จากไป ทุกคนมองเขาด้วยแววตาเสียใจ เขาได้หวังว่าที่ที่เด็กไปอยู่จะมีคนที่รักและเป็นห่วงพวกเขาอย่างจริงใจ
“แล้วหลังจากนั้นล่ะ”
“ผมก็จากมาเช่นกัน ไม่มีใครอยู่แล้ว ผมไม่จำเป็นต้องทุ่มเทอะไรให้ใครอีกแล้ว” อเล็กซิสซ่อนแววตาไว้ มือเกร็งจับถ้วยกาแฟแน่น เจด ตอนนี้คุณมีผมแล้วนะ เขาคิดในใจ เขาอยากอยู่ที่นั่นเพื่อดูแลเจด แต่เขาก็ย้อนอดีตไปไม่ได้
“หลังจากนั้นผมก็ออกจากเมืองนั้นมา แล้วก็ได้งานที่ Silver tower เหตุการณ์หลังจากนั้นคุณก็น่าจะรู้หมดแล้วนี่ ผมเห็นคนวางระเบิด เมื่อเจย์อยากให้ผมเป็นพยานให้ ผมก็รับปากมันก็แค่นั้น” เจดนั่งกอดเข่าเงียบไป เขารู้สึกว้าเหว่เหลือเกิน เหตุการณ์แต่ละอย่างย้อนกลับมาจนเหมือนนั่งดูหนังม้วนเก่า เขาพึมพำออกมาว่า
“ทุกคนมักจะจากผมไปเสมอ บางทีการอยู่คนเดียวก็ดีกว่า ไม่ต้องกังวลหรือเป็นห่วงใคร” อเล็กซิสมองเงาร่างโดดเดี่ยวนั้น แล้วผมล่ะเจด เขาคิดในใจ แต่ไม่กล้าถามออกไป ร่างตรงหน้าเขาบอบบางแต่เพียงกายเท่านั้น แต่ใจของเจดแข็งแกร่งนัก เจดต่อสู้กับเหตุการณ์ร้ายๆ มามากกว่าจะผ่านพ้นมาได้อย่างงดงาม อเล็กซิสคิดอย่างเสียใจเมื่อตระหนักว่าเขาก็เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ร้ายนั้นสำหรับเจด เจดจะสามารถยกโทษให้เขาได้หรือไม่นะ
“ดึกแล้ว ไปนอนเถอะ” อเล็กซิสกล่าวชวนก่อนที่จะเดินมาส่งเจดที่ประตูห้อง แล้วกล่าวราตรีสวัสดิ์ เจดปิดประตูห้องไปนานแล้วแต่อเล็กซิสยังยืนมองที่หน้าห้องอีกเนิ่นนาน เขายังไม่ยอมแพ้ เจดเคยรักเขามาแล้ว ทำไมเขาจะทำให้เจดรักเขาอีกครั้งหนึ่งไม่ได้ อเล็กซิสมองไปที่ประตูห้องอย่างหมายมาด เขาจะไม่มีวันปล่อยเจดให้หลุดมือไปอีกครั้งแน่

--------------------------------------

อีกสองอาทิตย์ต่อมา เจดนั่งอยู่ในห้องพักผ่อน เขาพลิกหนังสือไปมาคนเดียวอย่างหงุดหงิด อเล็กซิสหายเข้าไปในห้องสมุดทั้งวันเพราะต้องไปดูเอกสารสำคัญกองใหญ่ที่มาร์คัสหอบกลับมาจากบริษัท อาหารเที่ยงชายหนุ่มก็ขอผ่าน ปล่อยให้เขากินกับมาร์คัสแค่สองคน เจดถอนหายใจอีกครั้งขณะมองไปที่ประตูห้อง
มาร์คัสมองร่างบางตรงหน้าแล้วก็ปลอบ “อีกไม่นานก็คงเสร็จครับ”
“อะไรนะ” เจดหันมาถามอย่างงงๆ กับประโยคที่พูดขึ้นมาลอยๆของมาร์คัส
“คุณอเล็กซิสไงครับ ถ้าไม่ใช่งานด่วน เจ้านายคงไม่ปล่อยให้คุณกินอาหารเที่ยงกับผมแค่สองคนหรอก” มาร์คัสพูดจบก็อมยิ้มแล้วเดินออกไปโดยไม่รอดูผลงาน เจดหน้าแดงเมื่อมาร์คัสพูดเหมือนตอบคำถามในใจของเขา
นี่เขาแสดงออกชัดอย่างนั้นเชียว เจดตกใจเมื่อรู้ตัวว่าเขากำลังคอยอเล็กซิสจริงๆ คงเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมานี้อเล็กซิสอยู่เป็นเพื่อนเขาแทบตลอดเวลา ทำให้เจดรู้สึกว่ากำลังรู้จักอเล็กซิสในแง่มุมใหม่ๆ อย่างเช่นตอนที่โมโหหรืออารมณ์เสียเวลาลูกน้องไม่ได้อย่างใจ ทำให้เขารู้ว่าอเล็กซิสเองก็อารมณ์ร้อนเหมือนกัน แต่บางครั้งเขาก็ดูอ่อนโยนเวลาที่ดูแลสัตว์ตัวเล็กๆที่บาดเจ็บหรือพลัดหลงเข้ามาในเขตบ้าน

เจดถอนใจผ่านมา 2 อาทิตย์เขาคงเริ่มชินกับอเล็กซิสล่ะมั้ง เจดพบว่าอเล็กซิสเป็นเพื่อนคุยที่สนุก แต่ก็มีขัดแย้งกันบ้างทำให้ถึงกับโต้เถียง เพราะต่างคนต่างไม่ยอมแพ้กัน นอกจากนี้เจดยังเป็นนักอ่านตัวยงขณะที่ตัวอเล็กซิสก็อ่านได้ทุกเรื่อง ทำให้พวกเขาผลัดกันจนด้วยเหตุผลของอีกฝ่ายหนึ่งเป็นประจำ
อันที่จริงแล้ว เมื่อก่อนเขากับอเล็กซิสมีเวลาอยู่ด้วยกันเพียงแค่ระยะสั้น ไม่มีเวลาทำความรู้จักและเรียนรู้กันมากนักจนกระทั่งต้องจากกัน คราวนี้อเล็กซิสทำเหมือนกับคนเริ่มทำความรู้จักใหม่ ให้เขาได้เห็นสิ่งต่างๆ ที่ไม่เคยรู้เมื่อ 5 ปีก่อน ชายหนุ่มทำตัวเป็นเพื่อนที่น่ารัก
“น่ารัก” เจดสะดุ้งอีกครั้ง บ้าจริงเขาคิดอะไรนะ จะหาเรื่องเจ็บปวดอีกหรือไง เจดพยายามคิดถึงความโกรธแค้น ความเสียใจในอดีตเพื่อมาปกป้องตนเองแต่กลับพบว่ามันจางลงไปมาก เขาเริ่มทบทวนอีกครั้ง
‘จริงสินะ ไม่ใช่เขาเพียงฝ่ายเดียวที่สูญเสีย อเล็กซิสก็เช่นกัน เมื่อ 5 ปีก่อนแม้เขาจะไม่ไว้ใจเราแต่เขาก็พยายามช่วยเหลือในแบบของเขา จนบาดเจ็บ’
เจดวูบลึกลงไปในอก เมื่อเขารู้ตัวว่าทำเหมือนคนใจดำ ที่ไม่เคยถามอเล็กซิสเลยว่าตอนนั้นเขาบาดเจ็บแค่ไหน แล้วอเล็กซิสคิดยังไงตอนที่นอนรักษาตัวรอเขาไปเยี่ยม แต่เขาก็ไม่ได้ไป ร่างบางจมอยู่ในภวังค์จนไม่ทันรับรู้ถึงสายตาอ่อนโยนที่มองตรงมา
อเล็กซิสยืนมองเจดจากประตู เจดกำลังคิดอะไรอยู่นะ เขาอยากรู้เหลือเกินว่าเจดจะมีเขาอยู่ในความคิดบ้างหรือเปล่า อเล็กซิสรู้ว่าแม้เจดจะเริ่มอ่อนลง แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขายังเปราะบางนัก เขาต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เจดตั้งกำแพงขึ้นมาอีกครั้ง
“เจด” อเล็กซิสเรียก เจดค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง อเล็กซิสกระพริบตาอย่างไม่แน่ใจนักเมื่อมองเห็นแววตาหวั่นไหวคู่นั้น แล้วกลับเรียบเฉยเช่นเดิม เขาถอนใจ
“มีอะไรหรือครับ อเล็กซ์” เจดเผลอเรียกชื่อชายหนุ่มอย่างที่เคยเรียก ทำให้อเล็กซิสตาเป็นประกายวูบ
“ผมต้องไปทำธุระสัก 2-3 วันนะครับ ช่วงที่ผมไม่อยู่มาร์คัสจะคอยดูแลคุณเอง”
“มีอะไรสำคัญเรื่องคดีหรือเปล่าครับ” เจดกังวล
“ไม่เกี่ยวกันหรอก ธุระส่วนตัวน่ะ”
แววตาของเจดอ่อนไหววูบหนึ่งเมื่อได้ยินคำว่าส่วนตัว เขาใช้เวลาอยู่กับอเล็กซิสตามลำพังมาหลายวัน จนลืมไปว่าเวลาที่ผ่านมาตั้งนานแล้วอเล็กซิสอาจมีใครสักคนในชีวิตเขาแล้วก็ได้
“อืมม์ เดินทางโดยปลอดภัยนะครับ” เจดพูดด้วยน้ำเสียงเหงาๆ แล้วมองเหม่อออกไปที่หน้าต่างบานกว้าง อเล็กซิสมองร่างบางที่นั่งโดดเดี่ยวกลางห้อง แล้วอยากรู้เหลือเกินว่าในหัวใจของร่างบางนั้นคิดอะไรอยู่ แต่แล้วก็ตัดใจปิดประตูตามหลัง

------------------------------------

2 วันผ่านไปอย่างเงียบเหงา เจดนั่งอยู่ที่ห้องพักผ่อนมองออกไปที่ถนนที่ทอดมาสู่ตัวบ้าน เขาไม่รู้ตัวว่ามองออกไปนับครั้งไม่ถ้วน อเล็กซิสบอกจะกลับมาวันนี้แต่นี่ก็เย็นมากแล้วทำไมยังมาไม่ถึง มาร์คัสมองกริยาของชายหนุ่มแล้วก็อมยิ้ม ‘เหมือนเด็กรอพ่อแม่กลับบ้าน อืมม์.....เขาใช้คำพูดผิด กรณีนี้ต้องบอกว่าเหมือนกำลังรอคนรักกลับบ้านมากกว่า’
“คุณเจด รับอาหารเย็นเลยมั้ยครับ”
“ผมยังไม่หิว”
“ไม่ต้องรอคุณอเล็กซิสหรอกครับ อาจติดธุระสำคัญเลยกลับช้า” เจดหน้าแดง มาร์คัสนี่เป็นหมอดูหรือไงนะ
“ผมไม่ได้รอ กินเลยก็ได้” เจดพูดแก้ตัว
“วันนี้อาหารจีนนะครับ ผมได้ตำราใหม่มารับรองฝีมือได้ กินที่ห้องนี่ก็ได้ครับ ไม่ต้องไปที่ห้องอาหารหรอกครับ”
เจดกวาดสายตามองอาหาร แล้วรู้สึกถึงความจำที่หลั่งไหลเข้ามา เมื่อนึกถึงค่ำคืนอันแสนหวานหลังจากที่เขาและอเล็กซิสกินอาหารจีนด้วยกัน
“ผมกินด้วยคนได้มั้ย” เสียงนุ่มๆถามมาจากประตู
“อเล็กซิส” เจดอุทาน โดยที่ไม่ทันข่มความรู้สึกของตนเองได้ทัน ตาเขียวใสงดงามทอประกายอย่างยินดี เมื่อการรอคอยได้สิ้นสุดลง อเล็กซิสเองก็รับรู้ ชายหนุ่มยิ้มเมื่อรู้สึกถึงความยินดีที่ผุดพลุ่งขึ้นมา เขาเริ่มมีความหวังมากขึ้น
“อืมม์ ท่าทางน่าอร่อยลงมือกันเลยดีมั้ย” อเล็กซิสถามก่อนส่งเสื้อนอกให้กับมาร์คัสให้เอาไปเก็บ สายตากำชับเป็นเชิงให้ออกไปเลย แล้วก็ไม่ต้องเข้ามาอีก มาร์คัสอ่านสายตานั้นแล้วก็อมยิ้มทำไม่รู้ไม่ชี้ก่อนเดินออกไป
“คุณทำธุระเสร็จแล้วหรือครับ” เจดถามระหว่างนั่งกินอาหาร
“เรียบร้อยไม่งั้นแมกซ์ไม่ปล่อยผมหลุดออกมาหรอก” เขาไม่ได้เอ่ยถึงส่วนหนึ่งที่แมกซ์เคี่ยวเข็ญถามเขาเรื่องเจด เพราะได้ยินเรื่องแปลกๆของน้องชายจากหมอและมาร์คัส เขาเห็นเจดทำหน้าสงสัยจึงอธิบาย
“แมกซ์เป็นพี่ชายของผมครับ” เจดรู้สึกโล่งใจอย่างประหลาดเมื่อรู้ว่าบุคคลที่มีธุระสำคัญของอเล็กซิสเป็นพี่ชาย ไม่ใช่คนอื่น
“ความจริงที่นี่ก็ดูปลอดภัยดี ถ้าคุณต้องการพักผ่อนหรือไปเที่ยวกับใครบ้างก็ได้นะครับ ไม่จำเป็นต้องคอยเฝ้าผมตลอดเวลาก็ได้ ผมอยู่กับมาร์คัสได้”
“ที่ที่ผมต้องการอยู่ก็คือที่นี่ครับ เจด ครั้งนี้ถ้าไม่ใช่งานด่วนกับแมกซ์ผมคงไม่ไปหรอก” อเล็กซิสวางช้อน ตัดสินใจพูดต่อ
“ผมเต็มใจกับหน้าที่นี้ เจด ผมอยากดูแลคุณตลอดไป” เจดชะงักเมื่อสมองค่อยๆ แปลความหมายสิ่งที่ชายหนุ่มพูด ดวงตาคู่สวยสบตาคมกริบแฝงความมั่นคงนั้นแล้วก็ค่อยๆ วางช้อนลง เบนสายตาลงมาจับจ้องพื้นโต๊ะกระพริบตาถี่ๆ เพื่อซ่อนหยาดน้ำที่รื้นออกมา
“อย่า...คุณเคยพูดอย่างนั้นมาก่อน แต่...” เจดพูดเสียงสั่นแล้วเสียงก็ขาดหายไป อเล็กซิสลุกขึ้นทันที เขาคุกเข่าลงข้างเก้าอี้เจด ตัดสินใจว่าเขาต้องคุยกับเจดให้รู้เรื่อง เขาจับข้อมือเล็กไว้เมื่อร่างนั้นทำท่าจะลุกหนี
“เจด เรื่องที่ผ่านมาคุณไม่สามารถยกโทษให้ผมได้เลยหรือ” อเล็กซิส วอนถาม
“อเล็กซิส เรื่องนั้น ผม...เอ่อ...”เจดส่ายหน้าเขาจะพูดอะไรดี
“แค่บอกผมว่าคุณยกโทษให้ผม คุณจะให้โอกาสกับผมอีกครั้ง นะครับ”
เจดนิ่งไปนานมาก อเล็กซิสกลั้นใจรอ ก่อนความหวังจะค่อยๆ ลดลง ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างผิดหวัง ขณะที่เขากำลังจะปล่อยมือบางแล้วลุกขึ้น เจดก็เกี่ยวปลายนิ้วเรียวเล็กเข้ากับนิ้วแข็งแรงของชายหนุ่ม อเล็กซิสหันมามองทันทีเขาเห็นเจดยังคงก้มหน้าอยู่ แต่ก็หลุดคำพูดออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา
“...ครับ” เสียงนั้นไพเราะที่สุด อเล็กซิสคิดอย่างยินดีสุดซึ้ง เขาลุกขึ้นโอบเจดไว้แนบอก ร่างบางนั้นยังคงก้มหน้าอยู่กับอกกว้างนั้น
“ผมดีใจ เจด ผม...” เขาสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ก้มหน้าลงจุมพิตหน้าผากมน แต่พอเขาเชยคางเล็กขึ้น เจดก็เบือนหน้าหนี
“อเล็กซิส ผมไม่โกรธคุณแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปล่อยให้มันผ่านไปได้ เพราะผมไม่อยากจมอยู่กับเรื่องเก่าๆ แต่เรื่องของเราผมยังไม่แน่ใจ” อเล็กซิสมองแววตาสับสน และไม่แน่ใจของเจดแล้วก็เข้าใจ เจดกลัวที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
“ผมเข้าใจ ผมจะพยายามทำให้คุณเชื่อใจผมอีกครั้ง รักผมอีกครั้ง ผมจะไม่ยอมให้มีอะไรผิดพลาดอีก”
อเล็กซิสหมายความตามที่พูด เขาเข้าใจเมื่อ 5 ปีก่อนเจดสูญเสียอะไรไปบ้าง ความรู้สึกนั้นคงไม่จางหายไปง่ายๆ แต่เมื่อเจดให้โอกาสกับเขาอีกครั้งเขาจะพยายามชดเชยด้วยความรักทั้งหมด อเล็กซิสรู้สึกถึงการยอมรับของเจดเมื่อเรียวแขนนั้นเลื่อนมาพันรอบเอวของเขาและซบศีรษะลงแม้จะยังลังเลอยู่เล็กน้อย
เจดเองก็รู้สึกเหมือนปลดบ่วงที่พันธนาการตนเองออกมาได้ เมื่อตัดสินใจเช่นนั้นลึกลงไปในใจเจดรู้ว่าตนเองพยายามลงโทษอเล็กซิสสำหรับเหตุการณ์ทั้งหมด แต่เขาไม่อยากหยิ่งกับความรักอีกแล้ว ยังมีเวลาอีกยาวนานที่จะมีความสุข
“ฮะแอ้ม ผมมาเก็บจานครับ” เสียงมาร์คัสแทรกเข้ามา สายตาทำเป็นมองไปที่หน้าต่าง เจดคลายแขนแล้วถอยหนีอย่างรวดเร็ว หน้าแดงจัดยืนอึ้งอย่างทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะพึมพำขอตัวกลับห้อง แล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็วไม่มองหน้าใคร
อเล็กซิสมองหน้ามาร์คัสอย่างโมโห เมื่อสบสายตาล้อเลียนระคนรู้ทันของคนสนิทแล้ว เขาจึงยกนิ้วชี้หน้าอย่างคาดโทษก่อนจะเดินออกไปอย่างฉุนๆ

------------------------------


เจดกับอเล็กซิสกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวตัวใหญ่ เมื่อโทรศัพท์ดังขึ้น ร่างบางมองอเล็กซิสคุยโทรศัพท์ที่มาร์คัสโอนเข้ามาในห้องสมุด คงเป็นเรื่องสำคัญเพราะดูสีหน้าอเล็กซิสขรึมลง เมื่อวางหูโทรศัพท์ เจดจึงถามขึ้น
“มีอะไรหรือเปล่าครับ อเล็กซ์”
“นิดหน่อย แต่เราคงต้องออกจากที่นี่แล้ว คนของผมรายงานว่ามีคนเข้ามาป้วนเปี้ยนแถวนี้อย่างผิดสังเกต ที่นี่เข้ามายากก็จริง แต่ก็ถูกปิดล้อมได้ง่ายเหมือนกัน ผมไม่อยากเสี่ยง” อเล็กซิสมองเจดด้วยความเป็นห่วง
“ที่ผมเลือกที่นี่ตอนแรก เพราะคิดว่าคงไม่มีใครสืบมาถึงที่นี่ได้ง่ายๆ แต่นี่พวกมันเริ่มเข้ามาใกล้ ไม่น่าจะเป็นการสะกดรอยตามคนของผมเข้ามาเพราะไม่งั้นคงมาถึงที่นี่ตั้งแต่แรกแล้ว โทรศัพท์ของเจย์ต้องถูกดักฟังแน่ๆแสดงว่าพวกมันมีเครือข่ายที่ไม่เลวทีเดียว” อเล็กซิสพูดชมฝ่ายตรงข้าม นั่งคิดสักครู่ก็คว้าหูโทรศัพท์ใหม่

“ฮัลโหล”
“เจย์ นี่อเล็กซ์นะ”
“ว่าไง มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” เจย์กังวล
“ไม่มีอะไร เพียงแต่ใกล้เวลาขึ้นศาลแล้ว ชั้นจะพาเจดออกไปจากที่นี่พรุ่งนี้นะ”
“ยังอีกหลายวันนะ นายจะรีบร้อนทำไม” เจย์โวยวาย
“ก็ไม่มีอะไร ชั้นอยากพาเจดไปที่บ้านน่ะ”
“อืมม์ถ้าเป็นที่นั่น ก็คงไม่เป็นไรมั้ง” เจย์พูด เมื่อนึกถึงบ้านใหญ่ของอเล็กซิสกับแมกซ์ ที่นั่นรักษาความปลอดภัยยังกับที่ฟอร์ดน็อคซ์ แน่ะ
“เจย์ นายอย่าลืมที่ชั้นเคยบอกนายก่อนมาที่นี่ล่ะ นายคงจำได้” อเล็กซิสทิ้งท้ายก่อนวางหู แล้วหันมายิ้มกับเจดที่กำลังสงสัย
“ไหนคุณคิดว่า โทรศัพท์ถูกดักฟัง แล้วทำไมยังใช้โทรศัพท์อยู่ล่ะครับ” อเล็กซิสไม่ตอบแต่ยิ้มให้เจดอย่างลึกลับ เจดได้แต่นั่งงง

เจย์วางหูแล้วสบถในใจ เมื่อฟังคำพูดตอนท้ายของอเล็กซิส แสดงว่าโทรศัพท์ถูกดักฟังล่ะสิ เจย์คำรามเบาๆ รู้สึกเหมือนถูกกระตุกหนวดเสือ
ในที่ทำงานของเขาเนี่ยนะ แล้วไอ้บ้าอเล็กซิสยังใช้โทรศัพท์มาบอกเขาอีก หยั่งงี้พวกมันก็รู้หมดแล้วสิ มันจะต้องวางแผนกำจัดเจดพรุ่งนี้ตอนเดินทางแน่ๆ ในเมื่อพวกมันรู้จักอเล็กซิสแล้ว คงไม่ยอมให้ไปถึงบ้านของชายหนุ่มหรอก เพราะถ้าถึงที่นั่นพวกมันคงหมดโอกาส
เจย์คิด
อเล็กซิสคิดจะใช้ตัวเขากับเจดเป็นเหยื่อล่องั้นหรือ ไม่สิ อเล็กซิสคงต้องการจัดการกับพวกนั้นเองเลยก็ได้ เขาต้องรีบจัดการก่อนไม่งั้นขืนปล่อยหมอนั่นมีหวังเขาอาจจะได้แต่ศพคนร้ายก็ได้ แถมคงต้องทำคดีอีกหลายคดีเพิ่มขึ้นแน่ๆ

----------------------------------------

เจดมองอเล็กซิสเมื่อหายงง ความกลัวค่อยทวีขึ้น คงไม่ใช่ตอนนี้นะ! ขณะที่เขากำลังเริ่มมีความสุข ในตอนแรกที่รับปากเป็นพยาน เจดไม่รู้สึกกลัว แม้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะมีอิทธิพลมากแค่ไหน ก็เขาไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงแล้วนี่
แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เขามองไปที่อเล็กซิส แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับร่างสูงนี้ด้วยล่ะ
เจดแนบตัวเข้าหาอเล็กซิสอย่างไม่รู้ตัว โอบแขนตนเองรอบแขนของชายหนุ่มไว้แน่น ทำให้อเล็กซิสก้มลงมองอย่างแปลกใจระคนยินดี เพราะแม้ว่าระยะนี้เจดจะยอมให้เขาฉวยโอกาสเล็กๆน้อยได้ แต่ก็ยังระวังตัวกับเขาตลอดเวลา และก็ไม่เคยเข้าใกล้เขาถึงขนาดนี้
เมื่อสบตาคู่นั้นอเล็กซิสก็เข้าใจ เจดกำลังกลัว
“ไม่ต้องกลัว เจด ผมจะไม่ยอมให้อะไรเกิดขึ้นกับคุณได้”
แล้วตัวคุณล่ะ เจดคิดในใจแต่ก็ไม่พูดออกมา อเล็กซิสหรุบสายตาลงดูริมฝีปากบางก่อนจะก้มหน้าลงช้าๆ เพื่อให้โอกาสเจดได้ปฏิเสธ แต่เจดก็ไม่ถอยหนี เมื่อริมฝีปากชายหนุ่มสัมผัสกับริมฝีปากเจด อเล็กซิสถึงกับครางออกมาอย่างพอใจ เมื่อริมฝีปากบางคู่นั้นแย้มออกยอมให้ปลายลิ้นอุ่นร้อนของชายหนุ่มเข้าไปควานหาความหวานชื่นนั้น มือบางวางทาบบนแผ่นอกกว้าง
มือของอเล็กซิสเริ่มลูบไล้ไปทั่วร่างบางอย่างนุ่มนวลไม่ให้รู้ตัว แต่พอชายหนุ่มสอดมือเข้าไปใต้เสื้อสเวตเตอร์เพื่อสัมผัสเอวบางนั้น เจดก็สะดุ้งแล้วรีบถอยห่างทันควันจนเกือบตกเก้าอี้
“เอ่อ...ผม..” เจดอึกอัก
“ผมขอโทษเจด ผมลืมตัวไป” อเล็กซิสจัดเสื้อผ้าให้เจด แล้วรวบร่างบางเข้ามากอดไว้ พยายามควบคุมลมหายใจของตนเอง ยัง! เจดยังไม่ไว้ใจเขา ชายหนุ่มคิด แต่ก็ก้าวหน้าขึ้นล่ะ เมื่อนึกถึงจุมพิตที่โต้ตอบมาอย่างอ่อนหวานนั้น อเล็กซิสก็ยิ้มที่มุมปากชนิดที่ถ้าเจดเงยหน้ามาเห็น อาจจะกระโดดถอยห่างไปเป็น 10 หลาเลยก็ได้
“เก็บของนะ พรุ่งนี้ผมจะพาคุณกลับบ้าน”
“บ้านที่ไหนครับ”
“บ้านผมกับแมกซ์น่ะ รับรองคราวนี้พวกนั้นไม่กล้ายุ่มย่ามแน่”
“อืมม์” เจดรับคำ
“ไปนอนเถอะ พรุ่งนี้จะได้ออกเช้าหน่อย คงเดินทางสัก 3 ชั่วโมงนะ” อเล็กซิสเดินไปส่งเจดที่หน้าห้องกล่าวราตรีสวัสดิ์ตามปกติ แล้วก็ยืนรีรออยู่จนทำให้เจดเงยหน้ามองอย่างสงสัย ก่อนที่จะหน้าแดงเมื่อสบตาชายหนุ่มรีบพึมพำราตรีสวัสดิ์ แล้วปิดประตูทันที
อเล็กซิสถอนใจหนักๆ ก่อนจะเดินกลับห้อง ชักจะแย่แล้วจริงๆ คืนนี้ต้องอาบน้ำเย็นแน่ๆ เขาจะอดทนไปได้อีกสักกี่น้ำนะ เดี๋ยวเผลอปล้ำเจดขึ้นมาจะทำยังไง สถานการณ์ต้องแย่ยิ่งกว่าเดิมอีกแน่

------------------------------------

เจดเปิดประตูบ้านออกมา แล้วก็มองไปที่รถยนต์คันยาวหลายวานั้นอย่างงงๆ หันไปที่อเล็กซิสทันเห็นเขารับปืนจากมาร์คัสมาตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนจะสอดใส่ซองสะพายไหล่ นิ้วของชายหนุ่มเกี่ยวเสื้อนอกไว้ในมือ สำหรับมาร์คัสเองก็อยู่ในชุดรัดกุมเรียบร้อย มือถือกล่องยาวสีดำ ก่อนนำไปไว้ที่ที่นั่งตอนหน้าคู่กับคนขับ มาร์คัสหันไปเห็นเจดก็ยิ้มรับ ทำให้อเล็กซิสหันมามองตาม
เจดเดินตรงเข้าไปหาอย่างไม่สบายใจ เมื่อเห็นชายทั้งคู่ในบุคลิกที่ต่างออกไปจากเดิม และดูอันตรายยังไงชอบกล
“ไม่ต้องกลัวเจด แค่เตรียมพร้อมเท่านั้นเอง”เจดปล่อยให้อเล็กซิสกอดเขาอยู่ครู่หนึ่งก็ดันตัวออกเมื่อคิดถึงสายตาของมาร์คัส เขายิ้มอย่างเขินๆ เมื่อมาร์คัสเปิดประตูรถให้ อเล็กซิสดันเจดให้ขึ้นรถ ก่อนจะก้าวตามพาดเสื้อไว้กับพนักพิง มาร์คัสปิดประตูรถให้ก่อนขึ้นไปนั่งคู่กับคนขับ
อเล็กซิสเคาะกระจกที่กั้นระหว่างคนขับกับผู้โดยสารเป็นสัญญาณให้ไปได้ ระหว่างนั้นเจดก็มองไปรอบๆ ห้องผู้โดยสารที่กว้างขวางนั้น เก้าอี้ยาวตัวใหญ่เบาะหนังหนานุ่ม ขนาดนอนได้สบายทีเดียว มีกระทั่งบาร์เครื่องดื่มเล็กๆ อยู่ด้านข้าง
อเล็กซิสเลื่อนตัวมานั่งข้างๆ เจดโอบไหล่บางนั้นไว้เมื่อเห็นท่าทางเจดดูวิตกกังวล แนบริมฝีปากจุมพิตที่ขมับอย่างปลอบโยน เจดเบียดร่างเข้าหาอ้อมแขนนั้น ตอนนี้เจดกลัวเหตุการณ์ภายนอกมากเกินกว่าที่จะมาระวังตัวกับอเล็กซิส
อเล็กซิสกดโทรศัพท์ในรถ “เจย์ชั้นออกมาแล้วนะ นายพร้อมหรือยัง”
“ไม่ต้องห่วงอเล็กซิส” เจดได้ยินเสียงเจย์ตอบมาแว่วๆ
เมื่อเข้าสู่ถนนใหญ่ประมาณครึ่งชั่วโมง มาร์คัสก็พูดผ่านลำโพงเข้ามา “มันโผล่ออกมาแล้ว เจ้านาย”
อเล็กซิสกดปุ่มก่อนพูดตอบ “ทำตามแผน ระวังคนอื่นโดนลูกหลงล่ะ แล้วก็ตำรวจท้องที่ด้วย” แล้วอเล็กซิสก็เปิดม่านดูเล็กน้อย เจดกวาดสายตามองตามก็เห็นรถยนต์ 2 คันติดฟิล์มดำมืดขับตีคู่เข้ามาอย่างรวดเร็ว ขณะที่รถคันใหญ่ก็เร่งความเร็วขึ้นทันที ด้วยกำลังเครื่องยนต์ที่มากกว่าทำให้สามารถทิ้งระยะห่างไปอีกช่วงหนึ่ง
อเล็กซิสกดโทรศัพท์อีกครั้งแล้วพูดลงไปอย่างใจเย็น “เจย์มันโผล่มาแล้ว เป็นหน้าที่ของนายแล้วนะ จัดการให้เรียบร้อยด้วยถ้านายอยากได้พยานเพิ่มอีกสักคนสองคน ถ้าปล่อยให้หลุดไปถึงลูกน้องชั้นนายอาจจะไม่ได้อะไรเลย” อเล็กซิสวางหู มองมาที่เจด แล้วโอบไหล่บางไว้
“เจด อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ บอกว่าไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไร”
ขณะนั้นรถคันใหญ่ก็ลดความเร็วลงเล็กน้อย เนื่องจากมีรถข้างหน้าแซงสวนขึ้นมา ทำให้รถสีดำ 2 คัน ขึ้นมาตีคู่ได้ ทั้งคู่เลื่อนกระจกลงก่อนยื่นปากกระบอกปืนกลมือออกมาแล้วรัวใส่รถคันใหญ่เสียงดังสนั่น เจดสะดุ้งเฮือกร่างผวาเข้าหาอเล็กซิสทันทีที่ได้ยินเสียงดังรัวรอบๆ ตัว จนสักครู่หนึ่งก็เงียบเสียงไป แต่สำหรับเจดแล้วมันเหมือนกับนานเป็นชั่วโมง ร่างบางยังคงกอดอเล็กซิสไว้แน่นตัวสั่นด้วยความตกใจ
“ไม่เป็นไรแล้วเจด เราพ้นมาแล้วล่ะ”
อเล็กซิสกอดร่างบางที่เกยอยู่บนตักเขาทั้งตัว ชายหนุ่มขยับตัวแต่มือเล็กนั้นยังเหนี่ยวคอเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เขาก้มดูเห็นเจดหลับตา เม้มริมฝีปากแน่น อเล็กซิสรับรู้ถึงร่างละมุนที่กำลังสั่นด้วยความตกใจกลัวบนตักเขา ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากร่างตรงหน้า ก่อนจะถอนใจดังเฮือก เมื่อรู้สึกถึงสถานการณ์ที่คับขันของตนเองยิ่งกว่าเมื่อครู่เสียอีก
ร่างบางบนตักอเล็กซิสยังไม่ยอมรับรู้เหตุการณ์ใดๆ ขณะที่อเล็กซิสเงยหน้าพิงเบาะอย่างควบคุมอารมณ์ ร่างกายของชายหนุ่มเริ่มตื่นตัวขึ้นเมื่อส่วนสำคัญถูกเสียดสีจากสะโพกบางนั้น มือใหญ่ที่ลูบไหล่บางอย่างปลอบประโลมในทีแรกเริ่มลูบไล้หนักมือขึ้น จนร่างบางเริ่มรู้ตัวแต่ด้วยความตกใจจากเหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เจดยังควบคุมร่างกายไม่ได้ อเล็กซิสฉวยโอกาสเชยคางเจดขึ้นพร้อมกับก้มลงจุมพิตที่ริมฝีปากบางนั้น
“เจ้านายครับ” เสียงมาร์คัสแทรกเข้ามา อเล็กซิสควานมือไปกดปุ่มขณะที่ถอนริมฝีปากเพียงเล็กน้อยตอบเสียงพร่าว่า
“กลับบ้านได้” มาร์คัสเงียบไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงแปลกๆ ก่อนตอบรับมาด้วยน้ำเสียงหัวเราะแกมรู้ทัน
“ครับ” มาร์คัสส่ายหัวพึมพำในคอ “เฮ้อ เจ้านายเรา ไม่เคยเป็นอย่างนี้เลยนี่นา”

ริมฝีปากของอเล็กซิสวกกลับลงมาที่ใบหูเล็กๆ เรื่อยมาลำคอระหงนั้น ระหว่างที่เจดไม่ทันตั้งตัวมือแข็งแรงคู่นั้นก็ปลดตะขอ รูดซิปกางเกงของเจดลงยกสะโพกเล็กขึ้นรูดกางเกงพ้นปลายเท้าไปย่างรวดเร็ว จับต้นขางดงามคู่นั้นให้แยกกว้างคร่อมสะโพกเขาไว้ ริมฝีปากวกกลับไปปิดเสียงประท้วงทันที เมื่อเห็นร่างบางเริ่มรู้ตัว ซอกซอนชิมความหอมหวานนั้นอีกครั้งขณะที่มืออีกข้างลูบไล้ไปที่หว่างขาเจด
สติเจดปลิวหายไปอีกครั้ง เมื่อมือของชายหนุ่มกระตุ้นอารมณ์ด้วยการลูบไล้ที่ส่วนสำคัญนั้น ยอมให้อเล็กซิสปลดกระดุมเสื้อและรูดให้พ้นไหล่บางก่อนโยนทิ้งไปอย่างไม่แยแส อเล็กซิสมองร่างเปลือยงดงามตรงหน้า
พระเจ้าช่วย..ช่างงดงามนัก ปลายนิ้วของชายหนุ่มสั่นระริกเมื่อแตะต้องไปทั่วร่างบางนั้น ริมฝีปากขบเม้มผิวเนื้ออ่อนบางบริเวณลำคอจนเป็นรอยระเรื่อ เรื่อยลงมาที่ยอดอกปลายลิ้นตวัดไล้อย่างชำนาญ เจดถูกกระตุ้นจนอารมณ์กระเจิดกระเจิง ตาสีเขียวขุ่นมัวไปด้วยอารมณ์พิศวาสที่ต้องการปลดปล่อย ริมฝีปากแดงระเรื่ออ้าปากหอบหายใจ ความตกใจกลัวของเจดได้เปลี่ยนไปเป็นอีกอารมณ์อย่างรุนแรงไม่แพ้กัน
อเล็กซิสไถลตัวลงกับเก้าอี้ พร้อมกับปรับเบาะให้เลื่อนลง เขายกศีรษะขึ้นเล็กน้อยให้พอเหมาะกับสะโพกบางตรงหน้า ก่อนจะรั้งลงมาจุมพิตที่ส่วนสำคัญระหว่างต้นขาของเจด อ้าปากครอบครองด้วยความกระหายหิว ดูดดื่มอย่างรุนแรง
“อ๊ะ....อ๊า....” เจดร้องครางเอื้อมมือไปจับพนักเก้าอี้เหนือศีรษะของอเล็กซิส หอบหายใจหนักหน่วงขณะที่อเล็กซิสใช้ลิ้นลูบไล้ส่วนสำคัญนั้นอย่างไม่ปราณี และเมื่อทนไม่ไหวเจดก็กรีดเสียงร้องพร้อมกับหลั่งรินความร้อนผ่าวเข้าสู่ปากของชายหนุ่ม
ร่างบางพับลงอย่างอ่อนแรง ขณะที่อเล็กซิสค่อยถอนริมฝีปากออกมาใช้ปลายลิ้นลูบไล้ทำความสะอาดให้อย่างอ้อยอิ่ง แล้วรั้งร่างบางลงบนตักอีกครั้งหนึ่ง
เจดหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เมื่อสติเริ่มกลับมาเขาลืมตามองเห็น อเล็กซิสหลับตาแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เจดขยับตัวเล็กน้อยก็ได้ยินเสียงแหบพร่าจากปากอเล็กซิส
“เจด อย่าเพิ่งขยับ” แล้วอเล็กซิสก็ลืมตาขึ้น เจดมองเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความทรมานของชายหนุ่ม แล้วก็ตระหนักว่าชายหนุ่มยังไม่ได้ปลดปล่อยความต้องการของตนเอง เพราะส่วนสำคัญนั้นยังแข็งแกร่งเสียดสีกับบั้นท้ายของเขาอยู่ เจดรู้สึกได้แม้จะมีผ้าหนาๆของกางเกงเขาขวางอยู่ เจดมองสีหน้าทรมานที่กำลังสะกดกลั้นความปรารถนาของอเล็กซิสแล้วจิตใจของเจดก็อ่อนยวบลง
“อเล็กซ์” เจดคราง เอื้อมมือประคองหน้าชายหนุ่ม อเล็กซิสลืมตา และเมื่อสบตาที่เต็มไปด้วยความยินยอมพร้อมใจของเจด เขาก็ครางออกมาถามอย่างไม่แน่ใจ
“เจด คุณแน่ใจนะ ผมอยากให้คุณแน่ใจ” เจดไม่อยากเห็นอเล็กซิสทรมานอย่างนี้ เขาพยักหน้าอย่างลังเลเล็กน้อย รู้ว่าตนเองถอยหลังไม่ได้อีก ถ้าตัดสินใจแล้ว แค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับอเล็กซิส
“เจด” เขากระซิบอย่างเต็มตื้น
เจดหน้าแดงเมื่อสบสายตาที่เต็มไปด้วยความรักนั้น แล้วเขาก็รู้ตัวเมื่อเห็นสภาพของตนเองกับอเล็กซิส ร่างเปลือยเปล่าของเขาคร่อมอยู่บนตักของชายหนุ่ม ซึ่งยังอยู่ในชุดเต็มยศไม่มีอะไรหลุดลุ่ยแม้แต่น้อย แล้วยังอยู่ในรถอีก ในรถ เจดยกมือปิดปากตนเองอย่างตกใจ แล้วอุทาน
“พระช่วย เราอยู่ในรถนี่” อเล็กซิสหัวเราะเสียงพร่า โน้มร่างเจดลงมาจุมพิตที่ริมฝีปากเบาๆ
“ไม่เป็นไรหรอกเจด พวกเขาไม่ได้ยินเสียงเราหรอก” แล้วกระซิบที่ใบหูเล็กๆ
“นานมากเหลือเกินเจด ผมต้องการคุณจนเจ็บปวดไปหมด” เขาไล้ลิ้นที่ใบหูเล็ก แล้ววกกลับมาที่ลำคอ เลยมาถึงยอดอก ดูดเม้มปลายยอดสีชมพูนั่น ลมหายใจเขาร้อนผ่าวไปหมด อเล็กซิสเอื้อมไปรูดซิปกางเกงของเขาอย่างรวดเร็วปลดปล่อยความแข็งแกร่งออกมา
“เจดช่วยผมนะ ได้โปรด” แล้วจับมือเจดไปที่ส่วนสำคัญของเขา เจดขยับมือลูบไล้ชายหนุ่ม อเล็กซิสครางเมื่อมือนุ่มๆ สัมผัสเขาอย่างไร้ประสบการณ์ เจดเองก็หน้าร้อนผ่าวในขณะที่อเล็กซิสใช้นิ้วเรียวของเขาสอดแทรกไปยังปากทางคับแคบของตน เจดสะดุ้งเมื่อนิ้วนั้นเพิ่มจำนวนขึ้นและขยับเข้าออกเป็นจังหวะเสียดสีกับผนังอ่อนบางด้านใน
“อะ..อ๊ะ..อเล็กซ์” เจดขมวดคิ้วเมื่อเริ่มรู้สึกแปลกๆ แล้วปล่อยมือจากส่วนสำคัญของอเล็กซิสขึ้นไปจับไหล่กว้างไว้ อเล็กซิสถอนนิ้วออกมายกสะโพกเจดขึ้น แล้วใช้มือข้างหนึ่งจับที่ความร้อนผ่าวของตนเองจ่อไปที่ปากทางของเจด ก่อนที่จะกดสะโพกเล็กๆลง
“อึ๊....อื้อ....อืมม์...” เจดครางขณะที่รับเอาความแข็งแกร่งเหมือนแท่งเหล็กอุ่นร้อนเข้าไป ชายหนุ่มจับต้นขาเรียวแยกออกกว้าง ร่างบางหายใจลึกเมื่อรับชายหนุ่มจนสุดความยาว เจ็บแปลบแต่ก็รู้สึกเต็มตื้นไปหมด
“อา...เจด....” อเล็กซิสก็ครางออกมาเมื่อจ่อมจมในความคับแน่นร้อนผ่าวที่รัดรอบความเป็นชายของเขาราวกับถุงมือ อเล็กซิสจับสะโพกนั้นเริ่มขยับขึ้นลงเป็นจังหวะ และเร็วขึ้น เข่าสองข้างของเจดกดแน่นข้างสะโพกแข็งแรงของชายหนุ่ม ดื่มด่ำกับความรู้สึกเสียวซ่านที่ทวีขึ้น ขณะที่เหงื่อซึมทั่วร่างเจด ผมหลุดลุ่ยกระจายทั่วแผ่นหลัง ร่างบางอดทนกับความรู้สึกเจ็บปวดในตอนแรกเพราะร่างกายห่างเหินกับกิจกรรมนี้มาเนิ่นนาน แต่ไม่นานการเสียดสีที่หนักหน่วงก็เริ่มก่อให้เกิดความรู้สึกสุขสม ประหลาดล้ำ ร่างบางเริ่มขยับรับเป็นจังหวะ เสียงหอบหายใจและเสียงครางผะแผ่วยิ่งกระตุ้นเร้าอเล็กซิสมากขึ้น
อเล็กซิสตาลายไปหมดกับความสุขที่ทวีขึ้นจนถึงจุดสูงสุด เขาแอ่นสะโพกแข็งแรงขึ้น ขณะจับเอวเจดกระแทกลงเข้ากับความแกร่งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะกระตุกหลั่งรินความร้อนผ่าวออกไปอย่างมากมาย โน้มต้นคอเล็กลงมาปิดเรียวปากนั้น เพื่อดูดซับเสียงกรีดร้องของเจดให้เหลือเพียงเสียงแผ่วเบาที่หลุดรอดออกมา ร่างเจดกระตุกฉีดพุ่งน้ำขาวขุ่นออกมา เลอะบริเวณอกเสื้อของอเล็กซิส มือเล็กจิกเกร็งที่ต้นแขนของร่างสูงไว้แน่น ก่อนจะทิ้งร่างพับลงไปกับอกกว้างอย่างหมดแรง หอบหายใจจนตัวโยน
“อเล็กซ์...”
อเล็กซิสเองก็หอบหายใจหนักๆ เช่นกัน มือใหญ่ลูบไล้ร่างที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ ชายหนุ่มรู้สึกเต็มตื้นที่ได้ร่างนี้กลับมาอยู่ในอ้อมอก เขาช่างโชคดีที่มีโอกาสครั้งที่สอง เจดเริ่มขยับเมื่อมือใหญ่นั้นลูบไล้ผิวเนียนหนักมือขึ้น เปล่งเสียงประท้วงในคออย่างอ่อนแรง แต่มือใหญ่นั้นกลับสอดแทรกมาระหว่างทั้งคู่ลูบไล้เขาอีกรอบ เจดขยับตัวทันทีแต่กลับเหมือนเป็นการไปกระตุ้นอเล็กซิส
“อ๊ะ..” เจดอุทานเมื่อความอ่อนนุ่มในตัวเขาที่ยังไม่ถอดถอนออก กลับขยายตัวแข็งแกร่งขึ้นอีกครั้ง เขาเงยหน้าทำตาโตมองหน้าอเล็กซิส
อเล็กซิสยิ้ม “ผมต้องการคุณมากเกินไป มันยังไม่เพียงพอ” เจดขยับถอยหนีอย่างรวดเร็วจนรู้สึกถึงความเจ็บแปลบ เมื่อความแข็งแกร่งหลุดออกมาพ้นร่าง แต่ไม่ทันเมื่ออเล็กซิสจับร่างเขาไว้พลิกตัวเจดให้อยู่ในท่าคุกเข่า เจดอุทานเมื่ออยู่ในท่าที่ไม่เคยคุ้น หันศีรษะกลับมา
“อย่านะ อเล็กซ์......อึ้ก.....อื้อ....” เจดร้องอย่างตกใจ ก่อนเสียงจะขาดหายไป เมื่ออเล็กซิสแทรกความแข็งแกร่งที่ยังคงชุ่มชื้นอยู่เข้ามาอีกครั้ง ทำให้คราวนี้มันเข้าไปอย่างสะดวกกว่าครั้งแรกมากนัก เนื่องจากช่องทางของเจดยังคงชุ่มชื้นจากของเหลวที่คงค้างอยู่
อเล็กซิสโน้มตัวไปขบกัด ไล้เลียแผ่นหลังขาวนวลของเจด ก่อนจะใช้มือจับเอวบางบังคับให้รับเอาความแข็งแกร่งเข้าไปจนลึกสุดๆ เขาโหมกระแทกเข้าออกเป็นจังหวะอย่างหนักหน่วง เจดหมดแรงถึงกับฟุบหน้าลงไปกับเบาะเมื่อทนแรงสอดแทรกไม่ไหว ทำให้สะโพกของเจดเปิดกว้างมากขึ้น อเล็กซิสจับต้นขาเรียวของเจดแยกออกขณะเติมเต็มเข้าไปในร่างของเจด มือเอื้อมไปสัมผัสส่วนหน้าของเจดลูบไล้และบีบปลายยอดเป็นจังหวะ
“อือ...อึ้...อื้อ.อเล็กซ์...” เจดคราง สลับกับหอบหายใจ เมื่อการสอดแทรกดำเนินไปอย่างยาวนาน ในที่สุดเจดก็ทนไม่ไหว ร่างบางแอ่นเกร็ง อุทานและหลั่งความปรารถนาฉีดพุ่งกระจายเต็มเบาะหนัง กระตุกเป็นจังหวะในมืออเล็กซิส
“อา....เจด” อเล็กซิสถอนกายออกมาจนเกือบสุดและสอดแทรกเข้าไปอย่างหนักๆอีก 2-3 ครั้ง ร่างของชายหนุ่มก็เกร็งแนบสะโพกกับบั้นท้ายนุ่มมือใหญ่จิกที่สะโพกขาวนวลไว้แน่น ขณะหลั่งรินความร้อนผ่าวเข้าสู่ร่างเจดอย่างมากมายจนล้นเอ่อนองออกมาตามต้นขาขาวนวล
ทั้งคู่ฟุบลงไปกับเบาะ อเล็กซิสหอบหายใจหนักๆ ก่อนถอนตัวออกจากร่างเจดพลิกตัวนอนตะแคงรั้งร่างบางเข้ามาแนบอก เจดใจหวิวเหมือนกำลังจะเป็นลม ทั้งคู่นอนนิ่งเงียบไปชั่วครู่ เมื่ออเล็กซิสระงับลมหายใจของตนเองได้จึงถามเจด
“เจดไม่เป็นไรนะ” มือใหญ่นั้นประคองศีรษะเล็กไว้ เจดอ้าปากแต่ไม่มีแรงแม้แต่จะพูดหรือแม้กระทั่งหันหน้ามามองจึงเพียงสั่นศีรษะนิดเดียว

เวลาผ่านไปชั่วครู่
อเล็กซิสทรงตัวลุกนั่ง เปิดลิ้นชักที่ตู้เล็กด้านข้าง หยิบผ้าขนหนูออกมาซับตัวเจดให้อย่างอ่อนโยน ร่างบางหลับตาอย่างเขินอายปล่อยให้มือใหญ่ทำความสะอาดทุกซอกมุมแม้กระทั่งระหว่างเรียวขา เพราะเขาไม่มีแรงแม้แต่จะยกมือด้วยซ้ำ อเล็กซิสลูบไล้ไปที่รอยแดงช้ำที่เกิดเพราะน้ำมือตนเองเหมือนวอนขอโทษ เขาก้มลงจูบที่หน้าท้องเรียบเนียนนั้นก่อนจะสวมเสื้อผ้าให้กลัดกระดุมเสื้อจนถึงคอเพื่อปิดรอยจูบที่ตนเองฝากไว้ตามลำคอและหน้าอก

เมื่อเริ่มมีเรี่ยวแรงเจดขยับตัวอย่างขัดๆ ตวัดสายตาไปที่อเล็กซิสอย่างอายๆ แกมขุ่นเคือง คนบ้า! เขาระบมไปหมดทั้งตัวเลย อเล็กซิสเล่นทำอย่างหักโหม จนทำให้เจดที่ห่างเหินจากกิจกรรมนี้มาหลายปีถึงกับทรงตัวไม่อยู่ อเล็กซิสมองกริยานั้นก่อนจะยิ้มอย่างขอโทษแต่ก็แฝงด้วยความสุขสม ก็อดทนมาตั้งนานนี่นาจะให้เขาอดใจได้ยังไง
อเล็กซิสเริ่มทำความสะอาดตัวเองก่อนที่จะจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แต่พอมองสภาพเสื้อเชิ้ตตนเองแล้วก็ต้องถอนใจ เจดหันมามองแล้วก็หน้าแดงจัดเมื่อเห็นคราบขาวขุ่นของตนเองที่เปื้อนที่อกเสื้อนั้น ชายหนุ่มอมยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าของเจด ก่อนจะโยนผ้าขนหนูลงไปแล้วทำท่าไม่สนใจ
“คุณจะลงรถไปทั้งแบบนั้นไม่ได้นะ” เจดอุทาน
“ไม่เห็นเป็นไร ผมไม่เห็นอายเลย”
“แต่ผมอายนี่ มาร์คัสกับคนอื่นๆจะคิดยังไง” อเล็กซิสยักไหล่
“ผมไม่มีเสื้อเปลี่ยนนี่ ไม่เคยคิดจะทำอะไรในรถสักที ยกเว้นคราวนี้ล่ะ เอ ไม่แน่นะต่อไปเตรียมไว้หน่อยก็ดี”
“บ้า” เจดอุทานมองซ้ายมองขวาแล้วคว้าผ้าขนหนูที่พื้นจุ่มลงไปในแก้วน้ำ ก่อนจะคุกเข่าข้างอเล็กซิสแล้วเช็ดไปที่เสื้อเชิ้ตของชายหนุ่ม จนเปียกโชกไปหมด
“เจด นี่คิดจะอาบน้ำให้ผมหรือไง” อเล็กซ์แกล้งโวยวาย
“บ้าจริง เป็นเพราะคุณทีเดียว” เจดโยนผ้าขนหนูเข้าใส่อเล็กซิส ชายหนุ่มรีบคว้าผ้าขนหนูที่โยนใส่หน้าไว้ได้ทัน แกล้งอุทานแล้วพึมพำอย่างจงใจให้ได้ยิน
“อ้าว ไม่ใช่ของผมซักหน่อย”
“อเล็กซ์” เจดอุทานอย่างอายแกมโมโห
“o.k. ครับ o.k. ไม่เห็นแล้วล่ะ แต่พวกเขาคงสงสัยว่าทำไมเสื้อถึงเปียก”
เจดหน้าแดงอีกครั้ง แล้วเมินหน้าออกไปที่หน้าต่างรถ อเล็กซิสดึงร่างบางเข้ามากอด เจดขัดขืนเล็กน้อย แต่ก็สู้แรงชายหนุ่มไม่ได้ ยอมให้เขาลากตัวไปกอดจนชิด อเล็กซิสเกยคางลงกับศีรษะเล็กๆนั้นถอนหายใจแล้วกระซิบเบาๆ
“ผมดีใจที่คุณยอมรับผมอีกครั้งนะ เจด” เจดนิ่งเงียบไปนานก่อนจะพูดเสียงแผ่วเบาแต่ดังเข้าไปในจิตใจของอเล็กซิส
“ผมกำลังเสี่ยงอีกครั้ง หวังว่าจะไม่ผิดพลาดอีก อย่าทำให้ผมผิดหวังนะครับ อเล็กซิส”

TBC

Thursday, December 30, 2004

jade3

By SF

5 ปีต่อมา
กรี๊งงงงงง.....
ร่างสูงนอนเหยียดยาวบนเตียงกว้าง ดึงหมอนมาปิดหูพยายามไม่สนใจกับเสียงรบกวนนั้น แต่ก็ไม่สำเร็จเมื่อเสียงนั้นดังต่อเนื่องบ่งบอกถึงนิสัยคนต่อว่าไม่ยอมแพ้แน่ๆ จนอเล็กซิสต้อง ลืมตาขึ้นขมวดคิ้วพลางถอนหายใจ ก่อนยกมือขึ้นคว้าหูโทรศัพท์ ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงอย่างไม่สบอารมณ์ พูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆ
“ว่าไง”
“อเล็กซ์ นี่เจย์นะ”
“ เจย์ ต้องเป็นเรื่องสำคัญมากนะที่โทรมาที่นี่ ไม่งั้นนายตายแน่ ตอนนี้ฉันหยุดพักนะ”
“รู้แล้ว โทรไปที่ไหนก็หานายไม่เจอ จนต้องโทรไปถามแมกซ์ ถึงรู้ว่านายอยู่นี่”
“ว่ามา เรื่องอะไร?”
“เรื่องยาว สำคัญ มาหาที่กรมหน่อย” อเล็กซิสขมวดคิ้วเมื่อจับได้ถึงน้ำเสียงเคร่งเครียดของผู้เป็นเพื่อน แต่ยังพยายามต่อรอง
“พรุ่งนี้นะ”
“วันนี้โว้ย! และนายออกมาเดี๋ยวนี้เลย บอกว่าเรื่องสำคัญ” เจย์ตะโกนใส่หูโทรศัพท์ก่อนจะรีบวางหู
อเล็กซิสถอนหายใจอีกครั้งพึมพำด่าเพื่อนสนิท ก่อนร่างสูงจะลุกขึ้นบิดตัว 2-3 ครั้ง แล้วเดินเข้าห้องน้ำ เขาตั้งใจหยุดพักสักเดือนหลังจากโหมงานหนักมาเป็นปี ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หลังจากลาออกจากตำรวจเขาได้เข้าไปรับงานจากแมกซ์อย่างเต็มตัว พองานดำเนินไปอย่างเรียบร้อยมีคนดูแลที่ไว้ใจได้ แมกซ์จึงยอมให้เขาทำงานที่เขาถนัด อเล็กซิสเข้าเทคโอเวอร์บริษัทรักษาความปลอดภัยแล้วหันมาดูแลอย่างเต็มตัว จนมีชื่อเสียงระดับแนวหน้า ด้วยเครือข่ายงานที่กว้างขวาง เทคโนโลยีที่ทันสมัย และการคัดเลือกคนที่มีฝีมือเยี่ยมเท่านั้น และหลังจากนั้นชายหนุ่มก็ได้เข้ามารับผิดชอบรักษาความปลอดภัยของบริษัทในเครือข่ายของเดเวอโรทั้งหมด
หลังจากการทำงานหนักติดต่อกันมาเป็นเวลานาน เขาจึงหาโอกาสพักโดยมอบหมายงานให้มาร์คัส มือขวาของเขารับผิดชอบ แต่นี่เป็นการขอร้องของเจย์ เขาเลื่อนเวลาพักออกไปอีกหน่อยก็ได้
-------------------------------

“คุณอเล็กซิส” แครอล เลขาหน้าหวานของเจย์ เงยหน้ามองร่างสูง ก่อนจะยิ้มหวานให้

“เชิญเลยค่ะ พายุกำลังรออยู่ อารมณ์เสียแต่เช้า” เธอกระซิบบอกเพื่อนสนิทของเจ้านายที่คุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่

ชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไปโดยไม่เคาะประตู ทำให้นายตำรวจหนุ่มที่นั่งหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่เงยหน้ามองอย่างฉุนเฉียว และพอเห็นหน้าอเล็กซิส ก็อ้าปากว่าทันที
“ช้ามาก ฝีมือขับรถนายตกไปนะ อเล็กซ์” อเล็กซิสไม่สนใจ ทรุดตัวลงนั่งอย่างสบายที่เก้าอี้รับแขก วางเท้าบนโต๊ะเล็ก เสยผมสีดำสนิทก่อนสั่งเพื่อนสั้นๆ

“กาแฟ”
เจย์มองหน้าอเล็กซิสอย่างฉุนๆ พึมพำด่า “ไอ้บ้า เห็นที่ทำงานชั้นเป็นร้านกาแฟ” ขณะจะเอื้อมมือไปกดอินเตอร์คอม ประตูห้องก็เปิดออก พร้อมกับเลขาสาวหอบถาดกาแฟเข้ามาอย่างรู้ใจ
“นี่ค่ะ กาแฟคุณอเล็กซิส ไม่เติมครีม น้ำตาล อย่างเดิมนะคะแครอลจำได้ ส่วนของเจ้านายนี่เติมเองก็แล้วกันค่ะ”
“นี่แครอล ทีของไอ้บ้านี่นานๆ มาทีทำไมจำได้ แต่ของผมจำไม่ได้สักที” เจย์บ่น
แครอลยิ้มรับคำบ่น แล้วก็หันหลังเดินออกไป อเล็กซิสหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบยิ้มมุมปาก แล้วชมว่า “สวยนะ”
“หา อะไร” เจย์งง เมื่อมองเห็นสายตาเพื่อนแล้วก็คำรามในคอ
“โน นายอย่ามายุ่งกับลูกน้องชั้น ไปหว่านเสน่ห์ที่อื่น”
“หึ หึ หวงรึ”
“ไอ้บ้า ชั้นไม่ทำอย่างนั้นหรอกเสียการปกครองหมด”
หลังจากกาแฟหมดแก้ว อเล็กซิสจึงพูด
“O.K. ว่าธุระนายมา มีอะไรด่วน?”
“ขอยืมมือนายคุ้มครองพยานหน่อยว่ะ”
อเล็กซิสขมวดคิ้ว “อะไร คนของนายก็มีตั้งมาก คุ้มครองพยานคนเดียวทำไม่ได้หรือไง คดีอะไร”
“วางระเบิด Silver tower เมื่อเดือนที่แล้วที่ทำให้เจ้าของบริษัทตายไงล่ะ”
“ทำไมมีปัญหาอะไร?”
“สงสัยมีเรื่องผลประโยชน์อื่นมาเกี่ยวข้อง เพราะเขากำลังจะสมัครเป็นวุฒิสมาชิกสมัยหน้า แล้วระเบิดน่ะถึงจะพยายามทำให้เหมือนเป็นผู้ก่อการร้ายแบบมือสมัครเล่นก็จริง แต่จุดที่วางกลับเป็นเขตที่ต้องเป็นคนที่เกี่ยวข้องหรือคนสำคัญถึงผ่านเข้าไปได้ มันไม่เหมือนพวกก่อความไม่สงบธรรมดา แล้วตอนนี้ฉันมีพยานที่จะชี้ตัวคนถือระเบิดเข้าไปวาง”

“อือม์ ลองว่าพยานเห็นหน้าคนถือแล้วจำได้ทันทีแถมนายต้องคุ้มครองอย่างนี้ แสดงว่าเป็นคนนั้นก็ดังเหมือนกันสินะ”
“นายคิดว่าเทอร์รี่ อดัมส์วุฒิสมาชิกคนปัจจุบันนี้ ดังไหมล่ะ?”
“อะไรนะ วุฒิสมาชิก โง่หรือบ้าที่ถือระเบิดเข้าไปเอง”
“ก็ไม่โง่หรอกนะ วางแผนดีเชียวล่ะ พยานชั้นบอกว่าระเบิดถูกส่งมาอีกที ไม่มีคนสงสัยเลย และถ้าพยานของฉันเขาไม่เผอิญอยู่ตรงนั้นแล้วเห็นล่ะก็ คดีคงปิดไปด้วยเรื่องก่อการร้ายธรรมดาไปแล้ว”
“แต่นายดันโชคร้ายที่ได้มาทำคดีนี้ งั้นสิ”
“ใช่ เพราะที่แน่ใจได้ก็คือเซฟเฮาส์ของฉันถูกถล่มไป 2 ที่แล้ว ดีที่คนของฉันพาพยานหนีออกมาได้ แสดงว่ามีคนในรู้ ฉันถึงต้องพึ่งมือคนนอกไงล่ะ”
“นานแค่ไหน กว่าจะขึ้นศาลสอบพยาน?”
“หนึ่งเดือน”

“อะไรนะตั้งหนึ่งเดือน เวลาพักฉันหมดพอดี” “ไม่รู้โว้ย เป็นว่าฉันยกเขาให้นายไปเลยแล้วกัน พอวันขึ้นศาลจะบอกอีกที” เจย์พูดพลางโยนแฟ้มมาให้
อเล็กซิสเปิดแฟ้มออก เมื่อมองลงไปสบตากับคนในรูปตรงหน้าชายหนุ่มก็นิ่งขึงไป ใบหน้าคมเข้มนั้นเปลี่ยนวูบ ขบกรามแน่นอุทานในใจ ‘เจด’ ไม่ผิดแน่ อเล็กซิสพิจารณาโดยละเอียด เจดคนที่เขาไม่มีวันลืม เขาตะลึงมองดูใบหน้างดงาม ตาสีเขียว ผมสีน้ำตาลที่ยาวขึ้น เจดดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย จริงสิผ่านมา 5 ปีแล้ว ตอนนี้เขา 29 เจดก็คงอายุประมาณ 24 ปีแล้ว
อเล็กซิสระลึกถึงความหลังที่เขาพยายามฝังไว้ แต่เพียงแค่เห็นรูปเจดเท่านั้น เรื่องราวก็วิ่งผ่านเข้ามาในความทรงจำจนราวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
อเล็กซิสรู้ตัวเมื่อเจย์ถามขึ้นมา “จะให้ชั้นพาเขาไปส่งให้นายที่ไหน?”
“กรีนเฮาส์”
“กรีนเฮาส์นะ?” เจย์ย้อนถามอย่างแปลกใจ ก็ที่นั่นเป็นเหมือนที่ส่วนตัวที่อเล็กซิสไม่เคยให้ใครเข้าไปยุ่ง เมื่อเขาต้องการพักจริงๆ เขาจะไปที่นั่น เจย์เองก็รู้
“ใช่ กรีนเฮาส์ นายให้คนของนายไปส่งเขาที่นั่น แล้วก็กลับได้ ที่เหลือชั้นจัดการเอง อ้อ บอกลูกน้องนายระวังตอนไปส่งหน่อยนะ อย่าให้ใครสะกดรอยตามได้ล่ะ” อเล็กซิสพูดจบก็เดินออกไปพร้อมกับแฟ้มในมือ

--------------------------------

“คุณเจดครับ ถึงแล้ว” นายตำรวจนอกเครื่องแบบคนหนึ่งหันมาปลุกเจด ภายหลังจากการเดินทางอันยาวนาน ความเครียดที่จู่โจมเขามาเป็นเวลานานถึงกับทำให้เจดเผลอหลับไป
เจดค่อยๆ ลืมตาอย่างงัวเงียก่อนจะทรงตัวขึ้นนั่ง นายตำรวจหนุ่มมองใบหน้าหวานขณะเปิดประตูรถให้เจดค่อยๆก้าวลงมา พร้อมกับนึกในใจว่า สวยอย่างนี้ไม่น่าเป็นผู้ชายเลย แถมยังสวยกว่าผู้หญิงทุกคนที่เขารู้จักเสียอีก
เจดมองไปรอบๆ อย่างชื่นชม บ้านหลังนี้ช่างงดงาม หลังใหญ่แต่ดูกลมกลืนกับธรรมชาติได้อย่างเหมาะเจาะด้วยสวนป่าและพืชพรรณธรรมชาติ เขาได้ยินเสียงน้ำไหลคงมีธารน้ำอยู่ใกล้บ้านแน่ แต่ตรงนี้เขามองไม่เห็น ระหว่างที่เจดชื่นชมตัวบ้านอยู่ นายตำรวจก็ไปเคาะประตู
เจดรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองจากที่ใดที่หนึ่ง เขาไปดูรอบๆ ก็ไม่เห็นอะไร พอดีกับประตูหน้าที่เปิดออก ชายร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ที่หน้าประตู เขามองตรงมาที่เจด ก่อนจะยิ้มอย่างสุภาพ
“สวัสดีครับ คุณเจด”
“สวัสดีครับ” เจดตอบรับอย่างแปลกใจ เขาถูกส่งมาที่นี่โดยไม่รู้รายละเอียดอะไรมากนัก ทราบแต่ว่าเขาถูกเปลี่ยนมือจากตำรวจ มาเป็นบริษัทเอกชนแล้ว แต่เจดก็วางใจในการตัดสินใจของเจย์ เมื่อเขาบอกเจดว่า เพื่อนเขาจะดูแลเจดอย่างดีที่สุด
“ผมมาร์คัสครับ เชิญข้างในบ้านเลย เจ้านายผมกำลังรออยู่” แล้วหันไปบอกตำรวจที่มาส่ง
“ขอบคุณครับ เดินทางกลับปลอดภัยนะครับ” แล้วปิดประตูใส่หน้านายตำรวจหนุ่ม ทำให้นายตำรวจนั้นต้องหมุนตัวกลับไปขึ้นรถแต่โดยดี เนื่องจากรู้ว่าหน้าที่ของตนหมดลงแล้ว
เจดเดินตามหลังมาร์คัสไปแล้วอดถามไม่ได้ “ทำไมบ้านเงียบจังเลยครับ?”
“ในบ้านมีแค่ผมกับเจ้านายน่ะครับ คนอื่นๆที่คอยรักษาความปลอดภัยอยู่รอบนอก ไม่ต้องห่วงหรอกครับบ้านหลังนี้มีทางมาได้ทางเดียว คือข้างหน้า ใครก็ผ่านเข้ามาลำบาก ผมดูเรื่องทั่วไปในบ้าน และเรื่องอาหารด้วย ไม่ต้องห่วงผมทำอาหารเก่งนะครับ”
เจดมองชายร่างสูงใหญ่ตรงหน้าที่ท่าทางน่าจะเป็นทหารเก่า แต่กลับอวดตัวเรื่องทำอาหาร ด้วยสายตาแปลกใจพร้อมกับหัวเราะคิก คิก ทำให้มาร์คัสหันมายิ้มอย่างเขินๆ เขาเคาะประตูห้องสมุด
“เจ้านายครับ คุณเจดมาถึงแล้ว” มาร์คัสเปิดประตูก่อนหันมาบอกเจด
“เชิญในห้องสมุดนะครับ เดี๋ยวพอถึงเวลาอาหารคุณจะได้รู้ว่าผมพูดจริง”
เจดเดินเข้าห้องไปแล้วก็อุทาน “โอ้โห” ห้องสมุดนั้นมีขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยหนังสือจำนวนมาก เจดยิ้มอย่างยินดี เขาคงไม่เบื่อที่จะอยู่ที่นี่
“สวัสดี เจด” เสียงทุ้มดังมาจากข้างหลัง เจดหันขวับไปแล้วยืนนิ่งขึง
“อเล็กซ์” เสียงหวานใสหลุดคำพูดออกไป กาลเวลาราวกับไหลย้อนกลับไปสู่อดีต อเล็กซิสยืนมอง ร่างโปร่งบางข้างหน้ายิ่งงดงามขึ้น ดูสูงขึ้นเล็กน้อย สวมเสื้อไหมพรมคอตลบสีขาว กางเกงสีน้ำตาลยิ่งทำให้ร่างนั้นดูบอบบางมากขึ้น ดวงตางดงามที่แฝงแววเศร้าอยู่ลึกๆ จมูกโด่งเล็กและริมฝีปากเล็กบางแดงระเรื่อ
อเล็กซิสสูดลมหายใจเข้าลึกซ่อนแววคนึงหาไว้อย่างมิดชิด ก่อนพูดเสียงเรียบ
“เชิญนั่ง” เจดเดินไปที่เก้าอี้อย่างอัตโนมัติ ภาวนาในใจอย่าให้ล้มพับไปตอนนี้ เขาจะต้องเข้มแข็ง เจดค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งก่อนที่เข่าสั่นระริกจะทำให้เขาอับอาย เจดนั่งเงียบอารมณ์สับสนไปหมด ตกใจ? รัก? เกลียด? สุดท้ายก็เป็นความเจ็บปวด
เวลาอันยาวนานที่เขาคิดว่ามันทำให้ความเจ็บปวดเบาบางไปแล้ว แต่ตอนนี้กลับปะทุขึ้นมาอีก เหมือนกับพึ่งเป็นเมื่อวาน รูปลักษณ์ของอเล็กซิสยังไม่เปลี่ยนไปสักนิด ร่างสูงแข็งแกร่งยังเหมือนเดิม ตาสีเทายังคมกริบ แต่เจดรู้ว่าเขาเปลี่ยนไป แววเฉยชาในดวงตา ริมฝีปากที่เคยจุมพิตเขาอย่างอ่อนโยน ตอนนี้กลับยิ้มให้เขาอย่างเย็นชา เจดเชิดหน้าขึ้น ใช่ พวกเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว มันจบลงไปแล้วตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน เวลาที่ผ่านมาเขาได้เก็บเศษเสี้ยวที่แตกสลายมาปะติดปะต่อกัน และดำรงชีวิตอยู่รอดมาได้ ครั้งนี้หวังว่าเขาคงจะรอดไปได้เช่นกัน
“ผมจะเป็นคนดูแลคุณตลอดเวลาหนึ่งเดือนข้างหน้า คุณคงไม่มีปัญหาอะไร?” อเล็กซิส กล่าว เจดเงยหน้าทันที
อะไรนะ ! เจดคิดตั้งหนึ่งเดือน ไม่ไหวหรอก เขาคิดก่อนกล่าวออกไปทันที
“ไม่มีทาง ผมจะไม่อยู่ที่นี่” เจดลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเดินไปที่ประตู ทันทีที่มือแตะไปที่บานประตูยังไม่ทันดึงเปิดออก ก็ถูกมือใหญ่ดันไว้ เจดหันกลับไปชนกับอกกว้างที่ยืนซ้อนหลังอยู่ เขายกมือผลักออกไปเต็มแรง อเล็กซิสยอมถอยตามแรงผลักไปก้าวหนึ่ง
“ผมจะไม่อยู่ ถึงแม้จะต้องออกไปอยู่ข้างนอกคนเดียว ไม่มีคนคุ้มครองก็ตาม ยังดีกว่าที่จะอยู่ใกล้คุณ” เจดพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“คุณออกไปไม่ได้เจด ถ้าผมไม่อนุญาต ที่นี่เป็นที่ส่วนตัวไม่มีใครเข้ามาได้ และคุณก็ออกไปไม่ได้เช่นกัน คุณทนที่นี่ไปอีกหนึ่งเดือนเท่านั้น แล้วถ้าคุณอยากไปผมก็จะให้คุณไป” เจดมองหน้าอเล็กซิสอย่างไม่เชื่อสายตา กำหมัดแน่น อารมณ์โกรธระเบิดขึ้นทันที
“ผมเกลียดคุณ เราไม่น่าจะเจอกันอีกเลย” เจดตะโกนออกมาก่อนเปิดประตูห้องสมุดออกไป ปล่อยให้อเล็กซิสยืนนิ่งขึงอยู่หน้าประตู

------------------------------

เจดยืนมองธารน้ำที่ไหลผ่านโตรกหิน ร่างบางอยู่ในอยู่ในเสื้อไหมพรมและกางเกงสีขาว มีผ้าพันคอพาดไว้อย่างหลวมๆ อากาศข้างนอกนี้ค่อนข้างเย็นมากอาจเพราะอยู่ใกล้ป่า และน้ำก็ได้ เขาถอนใจเมื่อนึกถึงบรรยากาศของอาหารมื้อค่ำเมื่อวานนี้ เขานั่งร่วมโต๊ะกับอเล็กซิส และมาร์คัส อเล็กซิสนั่งกินเงียบๆ ขณะที่เจดเองก็ไม่ต้องการจะพูดคุยกับใคร มีเพียงมาร์คัสที่พยายามทำบรรยากาศให้ดีขึ้น ด้วยการชวนเจดคุย ถามโน่น ถามนี่ เมื่อกินเสร็จ เจดก็ขอตัวเข้านอนทันที เขาตั้งใจจะอยู่ให้ห่างอเล็กซิสให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เมื่อคืนเขายอมให้ตนเองร้องให้ ยอมแพ้ให้กับความโศกเศร้า มันจะเป็นครั้งสุดท้ายเขาบอกกับตัวเอง เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าเพียงแค่พบหน้าอเล็กซิสเท่านั้นกลับสะกิดความเจ็บปวด ความทรมานขึ้นมาได้เพียงนี้ ครั้งนี้เขาจะผ่านพ้นไปอย่างที่คิดได้หรือไม่
เจดมองไปที่ธารน้ำตกข้างหน้าแล้วก้าวลงไป แต่แล้วด้วยความลื่นของตระไคร่น้ำทำให้เจดทรงตัวไว้ไม่อยู่ เขาอุทานอย่างตกใจก่อนจะลื่นถลาตกลงไป
“ตูม”
“บ้าจริง” เจดอุทานเสียงดังขณะนั่งแช่อยู่ในน้ำ มองไปทางที่เดินลงมาอย่างท้อใจและนั่งอยู่อย่างทำอะไรไม่ถูกไปครู่ใหญ่ พอจะพยายามลุกขึ้นก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเท้า
“คุณเจด” เสียงมาร์คัสอุทานอย่างตกใจเบื้องหลัง เจดเงยหน้าขึ้นอย่างดีใจขณะที่ตัวยังแช่อยู่ในน้ำตื้นๆ นั้น ครึ่งตัว เขาเปื้อนและเปียกโชกไปทั้งตัว และตอนนี้กำลังหนาวสั่นเพราะอากาศเย็น มาร์คัสไถลตัวก้าวลงมาตามทางลาดอย่างรวดเร็ว พอเขาประคองเจดลุกขึ้น เจดก็อุทานด้วยความเจ็บ
“ข้อเท้าผม” มาร์คัสช้อนร่างบางขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะเดินตรงไปยังตัวบ้าน
“มาร์คัส ปล่อยผมลงได้แล้ว ผมเดินเองได้แล้ว” เจดบอกเมื่อออกพ้นโขดหิน
“ไม่ได้หรอกครับ ยังไม่รู้ว่าข้อเท้าเป็นอะไรอย่าพึ่งลงน้ำหนักจะดีกว่า”

“มาร์คัส เกิดอะไรขึ้น?” อเล็กซิสถามด้วยน้ำเสียงตวัดห้วน เมื่อเขาเดินออกมาพบ
“คุณเจดตกน้ำครับ ไม่รู้ว่าข้อเท้าเป็นอะไรมากหรือเปล่า?” อเล็กซิสมองเจด ที่ตอนนี้เปียกไปทั้งตัว ตัวสั่นและริมฝีปากซีดเขียวด้วยความหนาว แล้วก็สบถเบาๆ
“นายไปเอากล่องปฐมพยาบาล เดี๋ยวฉันจะพาเจดไปเอง”
“ไม่ต้องผมเดินได้” เจดรีบพูดขึ้นทันที
“เงียบไปเลย เจด คุณเดินไม่ไหว แล้วก็ไม่ต้องมาเถียงด้วย” อเล็กซิสรับร่างเจดจากมาร์คัส แล้วเดินไปที่ห้องของเจด เดินผ่านเข้าไปที่ห้องน้ำวางเจดลงในอ่างอาบน้ำ มือจับชายเสื้อเจดขึ้น
“ไม่” เจดอุทานเสียงแข็ง
“คุณออกไป ผมจัดการเองได้” อเล็กซิสสบตาไม่ยอมแพ้ของเจด แล้วก็ปล่อยมือ
“ตามใจ ผมให้เวลาครึ่งชั่วโมงไม่งั้นผมจะเข้ามาช่วย ผมไม่อยากให้คุณเป็นปอดบวม จนไม่ได้ไปเป็นพยานในศาลนะ”
เมื่ออเล็กซิสออกไปเจดจัดการตัวเองอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาอาบน้ำ สระผมเสร็จ เขาก็รู้สึกข้อเท้าจะบวมเขียวมากขึ้น เจดลองทรงตัวแล้วก็กลั้นเสียงอุทานเมื่อรู้สึกเจ็บแปลบ เขากัดฟันยืนขึ้นขณะผูกสายเสื้อคลุมรัดเอว ได้ยินเสียงเคาะประตูห้องน้ำแล้วอเล็กซิสก็เปิดเข้ามา เมื่อเห็นสีหน้าเจ็บปวดเจด อเล็กซิสก็สบถในลำคอ ก่อนที่จะอุ้มเจดขึ้นมาวางไว้บนเตียง เขาจับข้อเท้าเจดขึ้นมาดู
“โอ๊ย จับเบาๆสิ” เจดอุทานแล้วกระตุกข้อเท้าหนี
“ไม่หัก คงแพลงเฉยๆ” อเล็กซิสพูดแล้วจัดการทายา และนวดให้ มือแข็งแรงลูบไล้ที่ข้อเท้าบอบบางนั้น ชายหนุ่มเผลอสูดลมหายใจลึกเมื่อได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากร่างตรงหน้า ช่างเป็นกลิ่นที่คุ้นเคยทำให้หวนนึกถึงบรรยากาศเก่าๆ เขาเงยหน้าสบตากับเจดที่ก้มลงมอง เจดสบตาคมสีเทาคู่นั้นอย่างเผลอตัว เขาอยู่ใกล้มากเหลือเกิน มือของอเล็กซิสไล้ขึ้นไปที่น่องเรียว
“ขอโทษครับ” มาร์คัสเคาะบานประตูที่เปิดค้างอยู่อย่างจงใจ ทำให้ทั้งคู่สะดุ้ง เจดหน้าแดงขณะที่อเล็กซิสหันไปมองตาเขียวแล้วพูดเสียงห้วน
“เข้ามาสิ” แล้วเขาหันไปหยิบผ้ายืดมาพันที่ข้อเท้าเจด
“ผมเอาอาหารกับยาแก้ปวดมาให้ครับ” มาร์คัสบอก แล้วหันมาทางเจดก่อนทำเป็นอุทาน
“คุณเจด มีไข้หรือหรือเปล่าครับ? หน้าแดงอย่างนั้น”
“ผมไม่เป็นไร ขอบคุณครับที่เป็นห่วง” เจดรีบตอบแล้วยิ้มให้มาร์คัสอย่างอ่อนโยนจนอเล็กซิสมองอย่างขวางๆ มาร์คัสมองเจดที่อยุ่ในชุดเสื้อคลุมสีขาว รอยสาปเสื้อที่คอเปิดแยกทำให้เห็นคอระหงและหน้าอกเรียบเนียบ ชายเสื้อเปิดให้เห็นเรียวขางดงาน ผิวดูอ่อนนุ่มสีชมพูระเรื่อจากที่พึ่งอาบน้ำอุ่นมาใหม่ๆ
มาร์คัสนึกชมในใจ เจดเป็นผู้ชายที่สวยมากและดูท่าทีคงมีความหลังกับคุณอเล็กซิสมาก่อน ถึงทำให้คุณอเล็กซิสหงุดหงิดงุ่นง่านได้ขนาดนี้ เขายิ้มในใจ อเล็กซิสมองตามสายตามาร์คัสแล้วแสดงสีหน้าไม่พอใจตวัดเสียง
“นายออกไปได้แล้วมาร์คัส”
“ครับ คุณอเล็กซิส” มาร์คัสรับคำแล้วหันหลังออกไป แต่พอชายหนุ่มหันกลับมามองเจดก็ถู ร่างบางตรงหน้าก็ไล่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยด้วยประโยคเดียวกัน
“คุณก็ออกไปด้วย ผมจะกินยาแล้วก็นอนเลย” อเล็กซิสลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็เดินออกไป

----------------------------------

อเล็กซิสเปิดประตูเข้าไปในห้องเจด เมื่อดึกมากแล้ว เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าต้องการอะไร ชายหนุ่มแก้ตัวให้กับตัวเองเขาว่าเพียงแต่เข้ามาดูเท่านั้น
เขาอยากถามเจดเหลือเกินว่า เมื่อ 5 ปีก่อนทำไมเจดถึงไม่รอเขา แต่เขาก็หยิ่งเกินไปในเมื่ออีกฝ่ายแสดงท่าทีไม่แยแส แถมยังแสดงท่าทีโกรธและเกลียดเขาอีก ทั้งที่ฝ่ายที่โกรธน่าจะเป็นเขา เขาจำเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้ดี หลังจากที่เขาออกจากห้องเจดมา เขาภาวนาอย่าให้เจดเป็นคนไปส่งมอบของเอง และก็เป็นอย่างที่หวัง เมื่ออีกวันต่อมาเขาเห็นโจไปเอาของจากเจด เขาสะกดรอยตามโจไปและได้ร่วมทีมจับกุมเมื่อโจเอาของไปมอบให้กับคนที่อยู่เบื้องหลังซึ่งกลายเป็นมาเฟียอีกกลุ่มหนึ่ง ทำให้เกิดการต่อสู้อย่างรุนแรง มีคนตายหลายคนรวมทั้งโจ และตัวเขาก็ถูกยิงเข้าที่ต้นขาเสียเลือดไปมากจนช็อคหมดสติไป
เมื่อเขาฟื้นตัวก็อีกหลายวันต่อมา แต่เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ เขาฝากตำรวจเจ้าของคดีที่เขามาช่วยงานอยู่ ให้นำจดหมายไปให้เจดเพื่อบอกว่าเขาบาดเจ็บ แต่เจดก็ไม่ได้มาเยี่ยมเขา เขานอนเจ็บเดียวดายอยู่คนเดียว และกระสับกระส่ายไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งทนไม่ได้และขออนุญาตหมอ เพื่อออกจากโรงพยาบาลเมื่อพอเคลื่อนไหวได้ แล้วก็มาหาเจดที่หอพักหลังจากนั้น แต่เขาก็ไม่พบใคร ถามหาผู้ดูแลก็ไม่อยู่ อเล็กซิสจากไปอย่างผิดหวัง เจดกลัวความผิดแล้วทิ้งเขาไปโดยไม่สนใจเลยหรือว่าเขาอาจกำลังจะตายก็ได้
อเล็กซิสจำความเสียใจตอนนั้น เขาลาออกจากตำรวจเพราะเขารู้ดีว่าเขาทำงานต่อไปไม่ได้ เมื่อตำรวจทำการปกปิดและช่วยเหลือคนผิด เขาคนนั้นก็ไม่สมควรเป็นตำรวจอีก เขาจงใจปิดบังชื่อเจดในรายงาน พอดีที่โจเสียชีวิตในการจับกุมทำให้สามารถทำได้โดยไม่มีใครสงสัย ข่าวการจับกุมและการตายของโจไม่ได้เปิดเผยไปเพราะถูกขอร้องจากทางมหาวิทยาลัย
เขาอาการหนักจากการอกหักอยู่เป็นเดือนจนกระทั่งแมกซ์กังวล พยายามสอบถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่สามารถบอกแมกซ์หรือใครได้ แต่ก็พยายามหักห้ามความเสียใจไว้และพยายามลืมเจด
ตอนนี้เขารู้ตัวว่าไม่สามารถทำได้เมื่อเขาสบตาเจดอีกครั้ง เขารู้ว่าความรู้สึกต่างๆ มันยังอยู่ แต่เจดล่ะ และอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เจดโกรธเขา เขาต้องรู้ให้ได้

อเล็กซิสตื่นจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงครางแผ่วๆ จากเตียง เขาเดินไปก้มหน้าดู เห็นเจดครางแผ่วเบาในลำคอขยับไปมาอย่างกระสับกระส่าย เขาหันไปเปิดไฟหัวเตียงทันที แล้วก็ต้องอุทานอย่างตกใจเมื่อเห็นหน้าเจด เขาแตะหน้าผากเจดพบว่าตัวร้อนจัดมาก เหงื่อออกชุ่มตัวจนชุดนอนเปียกชื้นไปหมด เขาหันไปกดโทรศัพท์ภายใน
“มาร์คัส”
“ครับผม คุณอเล็กซิส” เสียงตอบกลับมาไม่มีแววงัวเงียแม้แต่น้อย
“ตามหมอ เจดไม่สบาย” อเล็กซิสหันกลับมาเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับเจดอย่างรวดเร็ว แต่อาการของเจดยังกระสับกระส่ายอยู่ เจดพึมพำเสียงแผ่ว
“ไม่...อย่าไป.....ทำไม..” เจดเพ้อ ร้องไห้สะอื้น
“เจดผมอยู่นี่” อเล็กซิสกอดเจดไว้แน่น ใจไม่ดีเมื่อเห็นเจดยังทุรนทุราย หมอทำไมช้าจริงเขาจะวางเจดลงกับเตียง แต่มือเล็กนั้นคว้าเสื้อเขาไว้แน่นทั้งๆที่ไม่รู้ตัว
“ไม่... อย่าไป...อยู่กับผม” อเล็กซิสกอดร่างบางไว้แน่นพึมพำบอกร่างในอ้อมแขน
“เจด ผมอยู่นี่ ผมจะไม่ไปไหน”

“หมอมาแล้วครับ” มาร์คัสบอกเมื่อเวลาผ่านไปอีกไม่นาน อเล็กซิสถอนหายใจมาเสียที เขานั่งเฝ้ามองหมอตรวจร่างกายเจด สลับกับลุกเดินไปเดินมา ทำให้หมอแอบสบตากับมาร์คัส และเมื่อมาร์คัสอมยิ้มให้ หมอก็นึกขำในใจ ทั้งเขาและมาร์คัสอยู่กับครอบครัวนี้มานานจนแทบจะถือว่าเป็นคนในครอบครัวนี้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่เคยคิดว่าคุณอเล็กซิสจะมีเวลาแบบนี้กับเขาด้วย แสดงว่าชายหนุ่มคนนี้มีความสำคัญกับคุณอเล็กซิสมาก หมอหันมามองร่างบอบบางตรงหน้า สวยอย่างที่มาร์คัสกระซิบให้ฟัง เขามีเรื่องเล่าให้คุณแมกซ์ฟังแล้วซิ
“ไม่เป็นไรมากหรอกครับคุณอเล็กซิส ไข้หวัด หนักมากหน่อยเท่านั้นแต่ยังไม่ถึงขั้นปอดบวม เดี๋ยวผมจะฉีดยาให้สักเข็ม อีกวันสองวันคงดีขึ้น ยังไงเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมมาดูอีกครั้งก็แล้วกัน สำหรับที่ข้อเท้าก็ไม่มีอะไรแตกหัก แค่ทายาแล้วพันผ้าไว้ก็ใช้ได้ ”
“ขอบคุณครับหมอ มาร์คัสส่งหมอด้วย”

----------------------------------------------------

เจดขยับตัวรู้สึกปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมด เขาเป็นอะไรไป หัวหนักๆ ยังไงชอบกล เขาพยายามปรือตาขึ้นมอง เช้าแล้วหรือนี่ แล้วอเล็กซิสมานั่งทำอะไรในห้องเขา เจดมองหน้าชายหนุ่มที่กำลังหลับอยู่ตรงหน้า คอเอียงพิงพนักเก้าอี้ ผมลุ่ยลงมาปิดตาข้างหนึ่งทำให้ใบหน้านั้ดูอ่อนวัยลงจนเกือบเหมือนเมื่อ 5 ปีก่อน เจดพยายามลุกขึ้นนั่ง เสียงเคลื่อนไหวบนเตียงทำให้อเล็กซิสลืมตาตื่นทันที
“เจด ตื่นแล้วหรือ เป็นไงบ้าง”
“ผมเป็นอะไรไป” เจดตอบไม่ตรงคำถาม
“ไข้หวัด อย่าพึ่งลุกนะ เป็นไงบ้าง” เจดสำรวจตัวเองแล้วบอก
“หิว” อเล็กซิสยิ้มหันกดโทรศัพท์สั่งมาร์คัส แล้วหันกลับมาบอกเจด
“ผมจะเช็ดตัวให้ แล้วค่อยกินอาหารเช้านะ”
“ไม่ต้อง ผมทำเอง” แต่อเล็กซิสไม่ฟังเสียง เขาจัดการเช็ดหน้า แขนและลำตัวก่อน พอมือใหญ่เลื่อนลงไปที่หน้าท้อง
“ไม่ต้อง” เจดเสียงแข็ง อเล็กซิสไม่อยากขัดใจเจด จึงหันหลังให้
“เอาล่ะคุณเช็ดเองก็ได้ เร็วๆด้วย” เมื่อเจดทำความสะอาดตัวเองเสร็จ ก็ถึงกับเหนื่อยหอบทีเดียว ทำให้อเล็กซิสหันกลับมามองเหมือนจะบอกว่า “บอกแล้วไม่เชื่อ” เจดต้องยอมให้อเล็กซิสป้อนอาหารอย่างขัดใจ เมื่อรู้สึกว่าตนเองไม่มีแรงยังกับลูกแมวเกิดใหม่ แถมหลังจากนั้นเขาก็เพลียจนหลับไปอีกครั้ง

--------------------------------------------------

มาร์คัสยิ้มรับเมื่อเห็นเจดเดินเข้ามาในห้องพักผ่อน
“พึ่งฟื้นไข้ได้2-3วันเองเดินไหวแล้วหรือครับ?”
“อืมม์ ข้อเท้าก็ไม่เจ็บแล้วด้วย ผมทนอุดอู้อยุ่ในห้องต่อไม่ไหวแล้ว” เจดนั่งลงที่เก้าอี้ที่มาร์คัสยกมาตั้งไว้ให้ที่ริมหน้าต่าง พลางถอนใจอย่างโมโหตัวเอง เมื่อรู้สึกเหนื่อยเพียงแค่เดินมาแค่นี้
“ดีแล้วครับที่ค่อยยังชั่วแล้ว ช่วงที่คุณไม่สบาย คุณอเล็กซิสหงุดหงิดยังกับอะไร เพราะความเป็นห่วงคุณ”
“คงเพราะไม่อยากให้ผมตายแล้วเสียชื่อบริษัทล่ะไม่ว่า” เจดว่า ทำให้มาร์คัสหัวเราะ
“นั่นสิครับ ไม่งั้นเสียชื่ออดีตนายตำรวจหมด” เจดหันขวับมามอง มาร์คัส
“หมายความว่ายังไง อเล็กซิสเคยเป็นตำรวจเหรอ?” เจดงง
“ครับ คุณอเล็กซิสเป็นตำรวจตั้งแต่เรียนจบ งานก็กำลังก้าวหน้าทีเดียวแหละครับ แต่ก็ลาออกมาได้ 5 ปีแล้ว”
“มาร์คัส พอได้แล้ว” เสียงอเล็กซิสดังมาจากประตูห้อง เมื่อมาร์คัสเดินออกไป อเล็กซิสก็หันมาทางเจดสบสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของเจด แล้วจึงหันหน้าไปทางหน้าต่าง เขาคิดจะอธิบายให้ฟังทีหลัง แต่เมื่อมาร์คัสบอกไปแล้วเขาก็เลยเล่าต่อ
“ใช่ ตอนที่พบคุณผมเป็นตำรวจแล้ว ตอนนั้นผมเจ้าไปสืบคดียาเสพติดในมหาวิทยาลัย ผมจำเป็นต้องโกหกคุณ ผมคิดว่าจะอธิบายให้คุณฟังหลังจากงานเสร็จ แต่ในวันนั้นผมกลับพบว่าคุณเกี่ยวข้องกับโจ.......แล้วก็...ยาเสพติด" อเล็กซิสได้ยินเสียงสูดลมหายใจเข้าอย่างตกใจ เขาจึงหันมามอง เห็นเจดมองมาที่เขาอย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนจะถามเขาเสียงสั่น
“คุณคิดว่าผมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด” เจดถามอย่างคาดไม่ถึง
“เจดผมรู้ ผมมีหลักฐาน”
“หลักฐานอะไร” เจดถามด้วยน้ำเสียงไม่อยากเชื่อ
“ยาเสพติดในกระเป๋า 2 ใบที่คุณรับมาจากโจนั่นไง ตอนนั้นผมโกรธมากนะเจด ผมเสียใจที่คุณเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่ผมรายงานเรื่องคุณให้ตำรวจคนอื่นรู้ไม่ได้ ผมทำไม่ได้ เจด ผมจึงรอให้โจมาเอากระเป๋าจากคุณไปส่งมอบให้เจ้านายเขาอีกที แล้วจึงเข้าจับกุม”
“แล้วโจล่ะ?” เจดถามอย่างตกใจ
“โจตายแล้วเจด ในตอนที่มีการจับกุมเขาถูกยิง และผมก็บาดเจ็บสาหัสมาหาคุณไม่ได้ ผมจึงฝากจดหมายมาให้คุณ แต่คุณก็ไม่เคยไปเยี่ยมผม และไม่ได้รอผม”
“ผมรอคุณอยู่เกือบอาทิตย์ แล้วผมก็ไม่ได้รับจดหมาย” เจดพึมพำค้าน สบตาอเล็กซิสแล้วก็เจ็บแปลบในอกเมื่อเห็นแววระแวงในดวงตาของเขา ร่างบางยืนนิ่งปล่อยให้อเล็กซิสเล่าต่อ
“หลังจากนั้นผมก็ลาออกจากตำรวจ ผมไม่สามารถทำงานต่อไปได้”
“คุณโทษผม?....ที่ทำให้คุณต้องลาออกจากตำรวจ” เจดคาดคะเนเสียงสั่น ชายหนุ่มอึ้งไปครู่หนึ่ง
“ในตอนแรกเท่านั้น ผมเพียงมองหาข้อแก้ตัวให้กับตัวเอง” อเล็กซิสยอมรับ
เจดหัวเราะเสียงพร่า เขาเงยหน้ามองอเล็กซิสด้วยสายตาที่โศกเศร้าแฝงแววเจ็บปวดทรมานก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ผมเสียใจแทนคุณ อเล็กซิส แต่ผมอยากจะบอกว่าสิ่งที่คุณทำไปมันไร้ประโยชน์ คุณไม่เชื่อใจผมมากพอทั้งๆที่ตอนนั้นคุณบอกว่ารักผม คุณเรียกร้องให้ผมเชื่อใจคุณแต่คุณทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม” น้ำตาเจดร่วงลงมา เขาถอนสะอื้นให้กับสิ่งที่ผ่านไป
“ถ้าผมเลือกได้ผมไม่อยากรู้เหตุผลของคุณ ให้ผมคิดว่าคุณหลอกลวงแล้วทิ้งผมไปเสียยังดีกว่าที่รู้ว่าคุณไม่เชื่อใจผมเลย ไม่แม้แต่จะเอ่ยปากถามสักคำ” อเล็กซิสก้าวเท้าเข้ามาหาเจดอย่างลืมตัว แต่เจดรีบถอยกรูดทันทีแล้วยกมือขึ้นกอดอกปกป้องตนเอง
“ถ้าเพียงแต่คุณถามผม คุณจะรู้ว่ากระเป๋าใบนั้นผมเพียงรับฝากโจไว้ ผมรู้แค่ว่ามันเป็นเครื่องกีฬาที่โจจะเอาไปบริจาคให้เด็กๆเท่านั้น”
อเล็กซิสนิ่งขึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น เจดเงยหน้ามองอเล็กซิสด้วยแววตาหยิ่งทะนง
“ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ถึงแม้ผมจะยากจน แต่ผมก็ไม่ลดตัวลงไปทำในสิ่งที่เลวร้ายอย่างนั้น ผมคิดว่าคุณไม่รู้จักผมดีพอนะอเล็กซิส และการลาออกจากตำรวจถึงจะเป็นเพราะผมจริงๆ ผมก็ไม่สามารถขอบคุณคุณได้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ไร้ค่าสำหรับผม”
เจดมองอเล็กซิสด้วยสายตาที่ว่างเปล่าหลังจากพูดจบ ก่อนเดินออกจากห้องไป เจดไม่รู้ตัวว่ามาถึงห้องได้อย่างไร เขาเสียใจกับความเข้าใจผิดของอเล็กซิส มันร้ายแรงมากที่อเล็กซิสคิดว่าเขาเลวพอที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
อเล็กซิสยืนนิ่งอยู่นานก่อนจะทรุดตัวลงนั่งอย่างอ่อนแรง สิ่งที่เขาทำมันผิดพลาดไปหรือ เป็นเพราะเขาไม่เชื่อใจเจดจริงใช่ไหม สายตาของเจดที่มองดูเขาก่อนออกไปเหมือนเป็นคมมีดที่ปักเข้ามาที่อกเขา ความเจ็บปวดมากมายจู่โจมเข้ามา ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเสียใจ แต่ไม่คิดจะตามหาเจดเพราะเขาคิดว่าเจดทิ้งเขาไป
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งหมด เจดเองก็คงเจ็บปวดกับความรู้สึกที่ถูกทอดทิ้งมาตลอด และยิ่งวันนี้ที่เจดทราบความจริง เจดคงผิดหวังในตัวเขา ความคิดของอเล็กซิสสับสนไปหมด
ชายหนุ่มลุกขึ้นทันทีเขาต้องหาความจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้น อเล็กซิสยกหูโทรศัพท์ 2-3 ครั้ง ก็ได้ได้คุยกับนายตำรวจที่ดูแลคดีเมื่อ 5 ปีก่อน หลังจากที่คุยเสร็จอเล็กซิสวางหูโทรศัพท์อย่างอ่อนแรง
‘ครับ คดีเรียบร้อยไม่มีปัญหาอะไร พวกมันให้การซัดทอดกันเอง ผมสามารถกวาดมันได้หมดทีเดียวทั้งกลุ่ม.... อ๋อ โจ เด็กนักศึกษาที่เข้ามาเกี่ยวข้องตามรายงานที่คุณส่งมาหรือครับ ผมเข้าไปสอบสวนแล้วเขาเป็นแค่คนเดินสารครับ ผมคิดว่าเขาคงไม่รู้อะไรมากนักหรอก.... ไม่ครับผมไม่พบว่ามีนักศึกษาคนอื่นเกี่ยวข้องอีก.... ครับผมแน่ใจ...เอ่อ..มีอีกเรื่องถ้าคุณไม่โทรมาผมคงลืมไปแล้ว เรื่องจดหมายที่คุณฝากส่ง ผมไม่ได้ไปส่งให้ในวันนั้น พอดีงานยุ่งผมเลยลืมไป กว่าจะเอาไปฝากไว้ก็อีกหลายอาทิตย์ทีเดียว ผมจะบอกคุณ คุณก็ออกจากโรงพยาบาลไปก่อนแล้วนะครับ’

อเล็กซิสนั่งจมอยู่กับความคิด ความรักของเขาจบลงภายในเวลาไม่กี่อาทิตย์เพราะความโง่ของเขา โทษที่เขาไม่เชื่อใจเจดทำให้เขาต้องสูญเสียเจดไปถึง 5 ปี แต่เจดล่ะ เจดมีความผิดอะไรนอกจากที่มารักเขา
มันสายไปแล้วหรืออเล็กซิสคิด สายตาของเจดก่อนออกจากห้อง ว่างเปล่า เฉยชา จนทำให้อเล็กซิสเย็นเฉียบไปทั้งตัว ถ้าเมื่อก่อนยังคงมีสายใยเล็กๆ ที่ผูกพันเจดไว้กับเขา ตอนนี้เจดคงตัดมันลงได้อย่างสิ้นเชิง
ไม่!
เขาไม่ยอมแพ้ เวลา 5 ปีที่ผ่านมามันเนิ่นนานก็จริง แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ ตอนนี้บาดแผลของเขาถูกเยียวยาแล้วเมื่อได้รู้ความจริง แต่สำหรับเจดบาดแผลนั้นลึกเกินไป และเขาต้องพยายามในเมื่อโชคชะตาได้ให้โอกาสเขาอีกครั้งหนึ่ง เขาจะต้องได้เจดคืนมา

TBC

Monday, December 27, 2004

jade2

By SF

อเล็กซิสยืนพิงหน้าต่างห้องเอกสารก่อนใช้กล้องส่องดูรอบๆ บริเวณสนามกีฬา เขาถอนใจเมื่อยังไม่พบเป้าหมายที่ต้องการ เมื่อตอนเช้าเขาติดต่อไปที่ตำรวจเจ้าของคดีที่เขามาช่วยงานอยู่ และได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากสายสืบว่าการส่งมอบเฮโรอีนจะทำกันในตอนเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่มีการซ้อมและมีคนใช้สนามกีฬามากๆ แต่ไม่สามารคาดเดาได้ว่าเป็นวันไหน เวลากับสถานที่นะรู้ แต่วันนี่สิ ทำให้เขาต้องมาเฝ้าอย่างนี้ทุกเย็น

อเล็กซิสนึกถึงงานของเขา ความจริงแล้วนายตำรวจระดับเขาไม่จำเป็นต้องมาทำงานในลักษณะสายสืบอย่างนี้ แต่ภายหลังจากที่ทำงานหนักมาหลายคดีทำให้เขาอยากเปลี่ยนลักษณะงานบ้าง เมื่อที่นี่ส่งเรื่องไปขอยืมตัวตำรวจเพื่อช่วยงานราชการเขาก็อาสามาที่นี่เลย ประกอบกับต้องการหลบหน้าแมกซ์ซักพัก
อเล็กซิสยิ้มเมื่อคิดถึง แมกซิมิเลียน พี่ชายที่แสนจะเงียบขรึม ทั้งที่อายุแค่ 29 ปีห่างจากเขาแค่ 5 ปีเท่านั้น อาจเป็นเพราะต้องรับภาระดูแลงานแทนพ่อกับแม่ของเขาที่เสียชีวิตเพราะเครื่องบินตกเมื่อ 2 ปีก่อน ตระกูลเดเวอโร มีกิจการมากมายที่มีสาขาทั่วประเทศการเข้ารับภาระตั้งแต่อายุยังน้อยนี่เองที่เป็นสาเหตุให้แมกซ์ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าอายุมาก ตัวเขาเองก็แบ่งเบาภาระแมกซ์ได้เพียงเล็กน้อยด้วยการดูแลเครือข่ายของบริษัทสาขาเท่านั้น และไหนอาชีพตำรวจของเขาอีก
อเล็กซิสดึงดันที่จะเป็นตำรวจเพราะใจรัก ในช่วงแรกก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ภายหลังจากที่เขาบาดเจ็บสองสามครั้ง พ่อกับแม่ก็อยากให้เขาลาออก แต่ทั้งคู่ก็เสียชีวิตเสียก่อน อเล็กซิสจำความรู้สึกเสียใจตอนนั้นได้ เขามุทำงานหนักเป็นบ้าเป็นหลัง เสี่ยงตายทุกอย่าง จนกระทั่งแมกซ์เข้ามาเตือนสติเขาถึงรู้ตัว อเล็กซิสจึงได้มองเห็นความเสียใจของแมกซ์และความกลัวว่าจะสูญเสียเขาไปอีกคน เขาจึงขอเวลาแมกซ์คิดสักระยะ และผ่อนปรนด้วยการเข้ามารับงานจากแมกซ์ในเรื่องการดูแลบริษัทสาขาบ้าง และตอนนี้แมกซ์ก็เริ่มเคี่ยวเข็ญเขาทุกวันจนต้องหนีหน้าสักพัก กลับไปนี่คงถูกโวยอีก

แต่ตอนนี้เขามีเจดแล้ว คงต้องคิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง อเล็กซิสคิดถึงเหตุการณ์ในห้องน้ำเมื่อเช้าแล้วยิ้มอีกครั้ง ถ้าเขากับเจดจะเป็นหวัดก็คงไม่แปลก ก่อนที่เขาจะออกมาเจดยังหน้าแดงไม่เลิก ไม่กล้าสบตาเขาแม้กระทั่งตอนจูบลา และวันนี้คงระบมจนไปไหนไม่ได้ โชคดีที่วิชาส่วนใหญ่ปิดคอร์สไปแล้วเพื่อปล่อยให้นักศึกษาอ่านหนังสือและเตรียมตัวสอบ

อเลกซิสหันไปเมื่อจับการเคลื่อนไหวที่สนามกีฬาได้ เขายกกล้องขึ้นดูแล้วก็ยิ้มอย่างยินดี หลังจากซุ่มดูมาอาทิตย์เต็มๆ เป้าหมายก็โผล่จนได้
“มาจนได้นะ ฉันนึกว่าแกจะไม่โผล่แล้ว โคลแมน” อเล็กซิสจำหน้าที่อยู่ในบัญชีดำของตำรวจได้ ‘โคลแมน’ เจ้าพ่อของนักเลงหัวไม้ในเมืองนี้เลยก็ว่าได้ เมื่อสายสืบรายงานว่าจะมีการส่งมอบเฮโรอีนในมหาวิทยาลัย ทางตำรวจก็เพ่งเล็งไปที่มันก่อนใครอื่น จนกระทั่งสามารถวางตาข่ายเพื่อจับกุมได้ ขาดแต่ตัวผู้ซื้อเท่านั้น ดังนั้นทางตำรวจจึงต้องรอให้คนซื้อโผล่ออกมาก่อนเข้าจับกุม และต้องรวบตัวให้หมดพร้อมกัน นี่เองที่ทำให้อเล็กซิสต้องมาทำหน้าที่นี้ เพราะตำรวจในเมืองนี้เป็นที่คุ้นหน้าตากันอยู่แล้วไม่สามารถแฝงตัวเข้าสืบในนี้ได้
อเล็กซิสลดกล้องลงเมื่อโคลแมนกับลูกน้องอีกสองคนลับหายไป อาจมาดูทางหนีไล่ก่อนก็ได้ มันเองก็อาจสงสัยเพราะรู้ว่าตำรวจต้องตามอย่างไม่ให้คลาดสายตา เพราะการส่งมอบของแต่ละครั้งตำรวจสามารถได้กลิ่นไวมาก และครั้งนี้เป็นการส่งมอบของจำนวนมาก การส่งมอบของคงต้องทำวันที่คนพลุกพล่าน อเล็กซิสกำลังคิดถึงวันแข่งกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์หลังสอบไฟนอล มีโอกาสเป็นไปได้สูงเนื่องจากนักศึกษาจำนวนมาก ไหนจะคนจากภายนอกที่เข้ามาเพื่อดูกีฬา การตรวจการเข้าออกมหาวิทยาลัยย่อมทำได้ยาก

“อืมม์ ได้ ตกลงผมจะรอดูถึงวันนั้น”
อเล็กซิสวางโทรศัพท์ที่ติดต่อไปยังตำรวจเจ้าของคดี รายงานถึงการมาดูลาดเลาของโคลแมน ซึ่งทางนั้นก็คาดเดาเช่นเดียวกัน แต่ก็ยังไม่แน่ใจนัก ดังนั้นเขาก็ต้องเฝ้าต่อไปก่อน

------------------------------

เมื่ออเล็กซิสเปิดประตูห้องเจดเข้าไป เขามีความรู้สึกเหมือนกลับถึงบ้านแม้จะเป็นเพียงห้องพักเล็กๆของนักศึกษาเทียบไม่ได้กับห้องพักของเขา ที่แม้จะเพียบพร้อมทุกอย่างแต่ขาดความรู้สึกอบอุ่นไป นี่คงเป็นเพราะเจดล่ะมั้ง อเล็กซิสคิด ดีนะ! ที่หอเกรย์นี่เป็นของนักศึกษาชั้นปีสุดท้ายดังนั้นไม่มีกฏระเบียบอะไรมากมายนัก แขกที่มาเยี่ยมสามารถเข้าออกได้อย่างอิสระ และนักศึกษามีอิสระอย่างเต็มที่ในห้องพักของตน ไม่มีใครสนใจกันและกันมากนัก ไม่เช่นนั้นทุกคนต้องมองเขาแปลกๆ แน่ เมื่อเห็นชายหนุ่มเดินหอบดอกลิลลี่สีขาวช่อใหญ่เดินเข้ามาในหอชาย
อเล็กซิสเดินเข้าไปข้างเตียง มองดูใบหน้างดงามของเจดที่กำลังหลับสนิท มุมปากมีรอยยิ้มเหมือนกำลังฝันดี อเล็กซิสหยิบหนังสือเรียนหล่นอยู่ข้างตัวมาวางไว้บนโต๊ะ เขาลืมไปว่าอีกอาทิตย์หนึ่งเจดก็จะสอบแล้ว เขาคงต้องพยายามระงับอารมณ์ตัวเองให้อยู่ หลังจากนั้นคงต้องมีเรื่องคุยกันยาวเขาหวังว่าเจดจะไม่โกรธมากนักเมื่อรู้ความจริงเรื่องงานของเขา
อเล็กซิสวางช่อดอกลิลลี่ไว้ข้างๆ หมอน เมื่อเห็นเจดยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นความจริงเขาตั้งใจมาชวนเจดไปกินอาหารข้างนอก แต่อย่างนี้คงต้องออกไปซื้อมาแล้วล่ะมั้ง อเล็กซิสคิดแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องและปิดประตูตามหลังอย่างแผ่วเบา
เจดค่อยๆลืมตาตื่น จมูกได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จึงหันหน้ามาพบช่อดอกลิลลี่ช่อใหญ่ เจดดึงตัวเองลุกนั่งอย่างงงๆ จับช่อดอกไม้พลิกดู การ์ดสีขาวหล่นลงบนตัก เจดหยิบมาพลิกดู ตัวอักษรสีเขียวเข้มตวัดเล่นหางอย่างงดงามว่า ‘For my lover’ เจดยกช่อดอกไม้ขึ้นกอดแนบอกตาทอประกายระยิบ เงยหน้าขึ้นมองเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิด อเล็กซิสยืนมองภาพงดงามตรงหน้าแล้วเดินเข้ามาเขาหยุดวางของบนโต๊ะ คุกเข่าบนเตียงมือช้อนต้นคอเล็กให้เงยขึ้นจุมพิตริมฝีปากบางเบา ก่อนจะย้ำลงไปอีกครั้งซอกซอนชิมรสชาติที่อ่อนหวาน ยาวนานจนเจดต้องส่งเสียงประท้วงในคอ อเล็กซิสถอนริมฝีปากออกช้าๆ เมื่อนึกถึงความตั้งใจที่จะอดทนของตนเอง แกะมือเล็กที่เจ้าตัวเผลอเอามากอดรอบคอเขาโดยไม่รู้ตัวออก เจดก้มหน้าด้วยความอาย เมื่ออเล็กซิสกระซิบข้างหู
“เห็นว่าใกล้สอบหรอกนะ ไม่อย่างนั้นไม่ปล่อยลงจากเตียงแน่ๆ” เจดพึมพำอะไรบางอย่างในลำคอ แล้วรีบเลื่อนตัวลงจากเตียงทันที เมือสบสายตาคมคู่นั้น
“หิวไหม ผมซื้ออาหารจีนมาท่าทางน่าอร่อย” อเล็กซิสเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นเจดหน้าแดงด้วยความอาย มือใหญ่หยิบอาหารออกมาวางและจัดเรียงอย่างคล่องแคล่ว
“หิวมากเลยครับ” เจดตอบ แล้วก็เริ่มกินอาหาร แต่กว่าจะกินเสร็จเล่นเอาเจดเกือบสำลักอาหารตาย เมื่ออเล็กซิสนั่งจ้องเขาไปกินไปยังกับเขาเป็นอาหารด้วยอีกจานหนึ่งนั่นแหละ แถมยังบังคับป้อนเขาอีก
“ต้องกินมากๆ หน่อยจะได้กอดแบบเต็มไม้เต็มมือหน่อย” อเล็กซิส บอกหน้าตาเฉยแล้วก็รีบลูบหลังให้เจด เมื่อเห็นเด็กหนุ่มทำท่าจะสำลักพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง

-----------------------------

เจดเงยหน้าจากหนังสือที่กำลังอ่านอยู่อย่างอึดอัด มองไปที่อเล็กซิสที่นอนเอกเขนกยึดเตียงของเขาอยู่ขณะที่กำลังพลิกดูเอกสารในมือ เจดรู้สึกไม่มั่นใจในตนเองถึงแม้จะเป็นคนรักกันแล้ว และยังมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง แต่มันเร็วเกินไปพวกเขาพึ่งรู้จักกันมาแค่ไม่กี่อาทิตย์เท่านั้น เจดต้องการเวลา
เจดพูดอย่างอึดอัด “เอ่อ คุณอเลกซิส....” ชายหนุ่มส่งเสียงรับในลำคอแล้วพึมพำตอบ
“เรียกผม อเล็กซ์ ซิเจด” อเล็กซิสเงยหน้าขึ้นเมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบ ร่างบางแกล้งถอนหายใจ
“ก็ได้ครับ แต่อเล็กซ์ นี่มันดึกแล้วนะครับ” เจดพูดแล้วก็หน้าแดงเมื่ออเล็กตาพราวระยับ รู้สึกว่าอเล็กซิสจะตีความหมายผิดจึงรีบพูดต่ออย่างรวดเร็วจนลิ้นแทบพันกัน
“ไม่ใช่ ผมหมายถึงว่าคุณน่าจะกลับได้แล้ว ผมง่วงแล้วด้วย” เจดสรุปในตอนท้าย”
“ง่วงก็นอนสิ” อเล็กซิสทำหน้าเฉยแล้วแอบยิ้มในใจ เมื่อทำท่าสนใจกับเอกสารในมือต่อ
“อเล็กซ์” เจดลุกขึ้นทันทีเขาเดินไปที่เตียงดึงกระดาษออกจากมือชายหนุ่มด้วยความโมโห
“งั้นคุณก็กลับสิ มันดึกแล้วนะ”
“ไม่”
“อเล็กซ์”
“ไม่กลับ” อเล็กซิสเน้นเสียงก่อนเหนี่ยวร่างบางลงมาบนตียงทันทีกอดร่างเจดแล้วกระซิบถามที่ข้างใบหูเล็ก
“กังวลอะไร? เจด พวกเราเป็นคนรักกันแล้วนะ” เจดนิ่งไปชั่งครู่ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มอย่างขอความมั่นใจ
“จริงหรือครับ ผมแน่ใจได้ใช่มั้ย?”
“ทำไมถามอย่างนี้ล่ะ? ผมไม่ยอมให้คุณเปลี่ยนใจนะเจด คุณเป็นของผม และผมเป็นของคุณ” อเล็กซิสพูดเสียงหนักแน่นย้ำให้เด็กหนุ่มรับรู้
“หลังจากคุณสอบเสร็จ พาผมไปหาพ่อกับแม่ของคุณนะ ผมคิดว่าความจริงใจของผมจะทำให้พวกท่านเข้าใจ” เจดยิ้มริมฝีปากสั่นระริก น้ำตาคลอตาเป็นประกาย
“อเล็กซ์ อย่าหลอกผมนะ ผมกลัว ผมรักคุณมากจนกลัวว่าเรื่องนี้มันจะเป็นแค่ความฝัน คุณจะเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น ผมไม่เคยมีอะไรที่สำคัญแล้วเป็นของผมมาก่อน”
“ผมเป็นของจริงนะเจด” อเล็กซิสพูดแล้วก็อึ้งไปนิดหนึ่งเมื่อเมื่อนึกถึงงานที่ทำอยู่ แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่าเป็นเหตุการณ์ที่แก้ไขไม่ได้ ต่อไปเขาต้องบอกความจริงกับเจดแน่
“สอบเสร็จแล้ว รอผม2-3วันนะแล้วผมจะพาคุณกลับบ้าน” เจดเงียบไปครู่หนึ่งเงยหน้ามองอเล็กซิส
“อเล็กซ์ ผมโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ผมไม่มีบ้านหรอกครับ ผมได้เรียนที่นี่ด้วยทุนของมหาวิทยาลัย นั่นทำให้ผมต้องทำงานพิเศษที่ห้องสมุดไงครับ” เจดพูดเสร็จก็ก้มหน้า
“คุณรังเกียจหรือเปล่า?” เจดถามต่อเสียงสั่นเมื่อเห็นชายหนุ่มนิ่งเงียบไป อเล็กซิสโอบกอดร่างบางไว้แน่น
“เจด ฟังผมให้ชัดนะ ผมรักคุณ ผมไม่สนใจหรอกเรื่องคุณจะเป็นใคร คุณเห็นความรักของผมเป็นอะไรไป?” หัวใจของชายหนุ่มเต็มตื้นไปด้วยความสงสาร จุมพิตที่เปลือกตาบางใส
“ดีเสียอีกที่คุณไม่มีใคร คุณจะได้เป็นของผมคนเดียวเท่านั้น”
เจดยิ้มอย่างมีความสุข เงยหน้าขึ้น “ผมรักคุณ อเล็กซ์” เจดยืดตัวขึ้นแตะริมฝีปากกับปลายคางของชายหนุ่ม เบียดร่างลงไป มือเล็กบางเอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อของชายหนุ่มอย่างใจกล้า แล้วสอดมือเข้าไป อเล็กซิสจับมือเจดไว้ทันที
“เจด อย่า...” เขาห้ามเสียงพร่า เจดชะงักอย่างไม่แน่ใจ
“ทำไมล่ะ? หรือคุณไม่ต้องการผม..” เสียงเจดขาดหายไป
“ไม่ใช่อย่างนั้นเจด แต่ช่วงนี้คุณต้องเตรียมตัวสอบนะ” อเล็กซิสรีบพูดขณะพยายามระงับอารมณ์รักที่เริ่มปะทุขึ้นมาอีก เจดค่อยๆดึงมือออกจากการยึดของอเล็กซิส ไล้มือกลับไปที่หน้าอกของชายหนุ่ม ขยับสะโพกเสียดสีไปกับหน้าตักของชายหนุ่ม เจดสบตาอเล็กซิสแววตาของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความรัก
“ผมไม่เป็นไร อเล็กซ์ ผมต้องการคุณ” อเล็กซิสครางอย่างยอมแพ้ ความตั้งใจดีปลิวหายไป เขาเอื้อมมือขึ้นแล้วก็ชะงัก
“ไม่ อเล็กซ์ อย่าขยับ” เจดห้ามก่อนลุกขึ้นถอดเสื้อผ้าของตนเองออกอย่างช้าๆ ปล่อยให้สายตาปรารถนาของชายหนุ่มลูบไล้ร่างเปลือยของเขา เพียงแค่นั้นก็ทำให้อารมณ์ของเจดร้อนรุ่ม สายตาของอเล็กซิสทวีความปรารถนามองร่างงดงามเบื้องหน้าพลางหายใจแรง เจดกลับขึ้นเตียงค่อยๆแนบร่างเปลือยเข้าหาชายหนุ่ม พรมจูบแล้วกัดเม้มไปที่ลำคอแข็งแรง ระหว่างที่ปลดกระดุมเสื้อของอเล็กซิสต่อ มือเรียวแยกสาปเสื้อออกแล้วแนบริมฝีปากไปที่ยอดอก เลียนแบบการกระทำของชายหนุ่มด้วยการไล้ลิ้นเล็กไปรอบๆ แล้วก็กัดเม้มด้วยฟันซี่เล็กๆ อเล็กซิสคราง
“เจด..คุณเป็น...นักเรียนที่เรียนรู้...เร็วมาก” เจดอมยิ้มอย่างลึกลับ ก่อนที่จะเลื่อนริมฝีปากลงลงมาที่หน้าท้องแข็งแรงของชายหนุ่ม มือเล็กๆ เริ่มปลดเข็มขัดออกอย่างงุ่มง่าม อเล็กซิสระงับความรู้สึกที่อยากเข้าช่วยกระตุกออก เมื่อเจดรูดซิปกางเกงลงเขาก็ช่วยยกสะโพกให้มือเล็กนั้นรูดกางเกงของเขาลงให้พ้นไป ทันทีที่เสื้อผ้าที่พันธนาการหลุดไป ความเป็นชายของเขาก็ดีดตัวขึ้นมา อเล็กซิสแยกต้นขาแข็งแรงออก เจดขยับเข้ามาคุกเข่าระหว่างต้นขาเขา ใช้สองมือประคองความแข็งแกร่งนั้นก้มหน้าลงไปลมหายใจร้อนผ่าวกระทบถูกส่วนสำคัญนั้น อเล็กซิสร้องครางด้วยความคาดหวัง
“อืมม์...” เจดแตะปลายลิ้นไปที่ส่วนยอด ลิ้นเล็กๆ ตวัดไล้วน ทำให้อเล็กซิสครางเสียงแผ่วทุ้มกำหมัดแน่นร่างเกร็งกระตุก เขาชันแขนยกตัวมองเห็นเจดอ้าปากดูดกลืนความเป็นชายของเขาเข้าไป แต่ความใหญ่โตของมันทำให้เจดกลืนไปได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น อเล็กซิสมองความเป็นชายเขาหายไปในปากของเจด ภาพนั้นทำให้เขาครางออกมา รู้สึกถึงปลายลิ้นสีชมพูที่กำลังไล้เลียอยู่
แม้จะด้อยประสบการณ์แต่เจดก็พยายามให้ความสุขแก่ชายหนุ่ม มือเล็กลูบไล้แผ่วเบาที่ความแข็งแกร่ง แล้วถอนริมฝีปากมาไล้ลิ้นเลียไปรอบปลายยอด อเล็กซิสครางจับศีรษะของเจดไว้
“เจดผมไม่ไหวแล้ว” เขาดึงส่วนสำคัญออกจากปากของเจดก่อนที่ตัวเองจะหมดความอดทน เจดนั่งมองชายหนุ่มพร้อมกับไล้ลิ้นน้อยๆเลียที่ริมฝีปาก แล้วก็ตาลายไปวูบหนึ่งเมื่ออเล็กซิสตวัดร่างเขาลงไปเบื้องล่างทันที อเล็กซิสยกสองขาเรียวของเด็กหนุ่มขึ้นใช้หมอนนุ่มๆ รองไปที่สะโพกบางนั้น ชายหนุ่มแยกต้นขาเจดออกคุกเข่าระหว่างต้นขาคู่นั้น เขาเลื่อนมือมาจับที่สะโพกบางไว้แน่นสบตาเจดที่รอคอยอย่างคาดหวัง แล้วแทรกกายเข้าไปอย่างรวดเร็ว

“อึ๊ก...อึ้....อา...” ชายหนุ่มโหมกระแทกเข้าไปอย่างหนักแน่นทุกจังหวะ ถอยกายออกมารุกเข้าไป อีกครั้งและอีกครั้ง ทวีจังหวะเร็วขึ้น

“อือ...อะ...อา...” เจดอ้าปากคราง ศีรษะสะบัดไปมาบนหมอน มือจับผ้าปูที่นอนเกร็งแน่น ต้นขาแยกออกกว้าง สะโพกบางสั่นไหวตามจังหวะรุนแรงของชายหนุ่ม และเจดกรีดร้องเมื่อจุดสุดยอดมาถึงหลั่งรินความปรารถนาออกมา แต่ชายหนุ่มยังแทรกกายเข้าออกอย่างต่อเนื่อง จนทำให้อารมณ์ของเจดเริ่มร้อนขึ้นอีกครั้ง อเล็กซิสหลงลืมตนไปกับความสุขจนแทบขยี้ร่างละมุนตรงหน้าให้ยับเยิน จนกระทั่งเวลาผ่านไปเนิ่นนาน เจดถึงจุดสุดยอดไปหลายครั้งจนทนไม่ไหว ช่องทางถูกเสียดสีจนระบม เขาครางออกมา

“อา... อเล็ก...อเล็กซ์ ...ผม..ผม..ไม่ไหว..แล..แล้ว”

เสียงหอบหายใจของอเล็กซิสหนักหน่วงขึ้น ความสุขทวีขึ้นจนทนไหว แล้วเขาก็แทรกกายเข้ามาเป็นครั้งสุดท้าย

“อ๊าาา......”
เจดเองก็กรีดเสียงร้องออกมาอีกครั้ง เมื่อสะโพกของอเล็กซิสกระแทกเข้ามาอย่างหักโหมเป็นครั้งสุดท้าย ฝังกายแนบแน่นลงไปหลั่งรินความร้อนผ่าวออกมามากมาย

“อึ้...อืม...เจ...เจด” อเล็กซิสอุทานออกมาก่อนจะทรุดกายลงอย่างหมดแรง หอบหายใจหนักเหมือนผ่านการวิ่งมาสัก 10 ไมล์ เจดเองก็รู้สึกเหมือนเดินทางผ่านห้วงอวกาศที่มีประกายระยิบระยับของดาวพร่าพรายเต็มไปหมด ความสุขเกิดขึ้นอย่างรุนแรงจนเด็กหนุ่มหมดสติไป

-----------------------------------

เจดเดินออกจากห้องสอบด้วยความรู้สึกมั่นใจ เขาเรียนจบแล้วเด็กหนุ่มคิดอย่างภาคภูมิใจ วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้าย พรุ่งนี้ก็เป็นวันแข่งกีฬาแล้ว งานนี้เป็นเหมือนการฉลองการสอบเสร็จเพื่อให้นักศึกษาได้ผ่อนคลายและจะจัดเพียงหนึ่งวันเท่านั้น หลังจากนั้นก็เป็นปิดเทอม ทุกๆปีจะมีคนภายนอกเข้ามาชมการแข่งขันมากมาย การแข่งเป็นเหมือนกับการเชื่อมความสัมพันธ์มากกว่าจะเป็นการแพ้ชนะ นักศึกษาแทบทุกคนจะมีส่วนร่วมในงานนี้

“เจด” เจดหันไปตามเสียงเรียก เขากำลังจะไปห้องสมุดเพื่อบอกลาอลิเซีย

“โจ” เจดทักแล้วมองโจอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นร่างใหญ่ข้างหน้าดูผอมลงไปมาก

“ไม่สบายหรือเปล่า? แล้วสอบเป็นไงบ้าง?” โจมองเห็นความเป็นห่วงจากเจดแล้วฝืนยิ้ม เจดดีกับเขามาตลอด ทำให้ระยะหลังเขาไม่ค่อยกล้าสู้หน้าเจดนัก เขาไม่อยากเห็นแววตานี้เปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริง

“ไม่เป็นไรหรอก แต่มีเรื่องขอร้องหน่อยนะ”

“ได้ซิ”

“พอดีมีของอยากฝากไว้หน่อย เป็นพวกอุปกรณ์กีฬาที่ใช้แล้วของชมรมนะ จะเอาไปบริจาคให้เด็ก แต่พอดีฉันต้องออกจากห้องพักพรุ่งนี้เลย ตอนนั้นแจ้งย้ายออกไว้ เลยไม่มีที่เก็บขอฝากไว้2-3วันแล้วจะมาเอานะ พอดีถามแอล คนดูแลหอพักเขายืดเวลาให้อีกไม่ได้นะ”

“อืมม์ ไม่เป็นไรฉันแจ้งย้ายออกไว้อีกอาทิตย์นึง นายอย่ามาเอาเกินเวลานั้นแล้วกันนะ”

“ได้ ขอบใจนะเจด ถ้าฉันไม่ต้องไปทำธุระก่อน ฉันคงจะหอบไปเลย คงไม่ต้องรบกวนนาย”

“โจ พูดอะไรอย่างนั้น แค่นี้ไม่ถือว่าเป็นเรื่องรบกวนหรอก ของอยู่ไหนล่ะ?”

“พรุ่งนี้ถึงจะเอาไปฝากไว้ที่ห้อง หลังงานแข่งกีฬานะ อ้อพรุ่งนี้ฉันเป็นตัวสำรองของทีมนะ อาจจะไม่ได้ลงก็ได้”

“อุตส่าห์ตั้งใจจะไปเชียร์” เจดหัวเราะ เขารู้ว่าโจเล่นกีฬาได้ดีโดยเฉพาะอเมริกันฟุตบอล ตำแหน่งของโจเป็นตัววิ่งเพราะเขาวิ่งได้เร็วทั้งที่ตัวใหญ่ ทำให้มีแรงปะทะมากต้องใช้ฝ่ายตรงข้ามไม่น้อยกว่า2-3คนถึงจะหยุดเขาได้

“พอดีข้อเท้าเจ็บนะ แต่ไปสิ เดี๋ยวฉันจะได้เอาของไปฝากนายตอนนั้นเลย” โจชวน

“ก็ได้ งั้นเจอกันพรุ่งนี้ที่สนามนะ”

“O.K. เจดแล้วเจอกัน” โจมองตามร่างบางนั้นไป แล้วพึมพำกับตนเอง ‘ขอโทษนะเจดฉันไม่อยากให้นายมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรอก แต่ฉันจำเป็น แค่ครั้งเดียวนะเจด’ โจรู้ว่าเจดดีกับเขามาตลอด ระยะหลังเมื่อเขาเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้เขาจึงห่างออกมา เขาไม่อยากให้เจดรู้ ถ้าเจดรู้คงจะเกลียดเขา เขาไม่อยากให้สายตานั้นเปลี่ยนไป เจดเป็นคนเดียวที่เขาแคร์และระวังที่จะไม่ให้เข้ามาข้องเกี่ยว เพียงครั้งนี้เท่านั้น!

---------------------------------------------

“อลิเซีย” เจดร้องทักเมื่อเข้าไปในห้องสมุด

“เจด ดีใจจริงที่มากำลังคิดถึงอยู่เชียว สอบเป็นไงบ้างจ๊ะ?”

“สบายมากครับ ผมมาลาครับอลิเซีย พรุ่งนี้วันแข่งกีฬาผมอาจไม่ได้แวะมา ผมไม่แน่ใจว่าคุณจะอยู่หรือเปล่า”

“อยู่จ๊ะ แต่หลังจากนั้นอาทิตย์นึงห้องสมุดจะปิดซ่อมบำรุงน่ะ เฮ้อ ! คงคิดถึงเธอแย่เลยนะจ๊ะนี่ หลังจากจบไปแล้วอย่าลืมแวะมาเยี่ยมบ้างนะจ๊ะ”

“ครับ ขอบคุณนะครับอลิเซีย สำหรับที่คอยช่วยผมมาตลอด” เจด กอดอลิเซียแน่น

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะพาเจดมาเยี่ยมคุณบ่อยๆ” เสียงดังมาจากด้านหลัง

“อเล็กซ์” เจดหันไปพบร่างสูงยืนอยู่ข้างหลัง แล้วก็เขินเมื่ออลิเซียทำตาโตมองทั้งคู่สลับไปมาก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อเข้าใจเรื่องทั้งหมด

“ดีจริง” เธออุทาน “ฝากเจดด้วยนะคะ”

“ครับผม” อเล็กซิส รับคำเสียงหนักแน่น ขณะที่เจดอายจนหน้าแดง

“อเล็กซ์ งานเสร็จแล้วหรือครับ” เจดหันมาทางชายหนุ่ม พลางเปลี่ยนเรื่องพูด

“เหลืออีกนิดหน่อยนะ พรุ่งนี้ก็คงเสร็จ”

“งั้นพรุ่งนี้ผมมาช่วยนะครับ”

“ไม่ต้องหรอก เจด พรุ่งนี้ผมจะมาที่ห้องสมุดแล้วคงอยู่นี่ทั้งวัน งานจะได้เสร็จ คุณมาเดี๋ยวผมวอกแวก เสียสมาธิหมด”

“อเล็กซ์” เจดอุทาน เมื่อคำพูดของอเล็กซิสทำให้เจดนึกถึงครั้งหนึ่งที่เขามาช่วยที่ห้องสมุด แล้วชายหนุ่มก็จุมพิตขอบคุณอย่างร้อนแรงจนทำให้อะไรอะไรเกือบเลยเถิดไป จนเกือบหาข้อแก้ตัวไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงอลิเซียร้องเตือนถึงเวลาปิดห้องสมุด

อเล็กซิสอมยิ้มอย่างไม่สนใจว่าคนได้ยินจะคิดยังไง หันกลับไปบอกลาอลิเซีย

“ไปก่อนนะครับ พรุ่งนี้คงต้องรบกวนอีกวัน” แล้วดึงร่างบางออกมา ทำให้อลิเซียมองตามอย่างขำๆ

“วันนี้ไปกินข้าวข้างนอกมั้ย? หรือจะไปที่คราวส์” อเล็กซิสถามร่างที่เดินมาข้างๆ เจดนิ่งคิด คราวส์ จุดชมวิวของเมืองหรือ ไม่เอาดีกว่าคราวก่อนอเล็กซิสพาเขาไปปิคนิคตอนเย็นที่นั่น เขาเกือบถูกปล้ำบนนั้นถ้าไม่มีคนอื่นเข้ามาเสียก่อน ที่ร้านอาหารน่าจะปลอดภัยกว่า เจดเลือก

“ร้านอาหาร” อเล็กซิสมองเจดอย่างรู้ทัน คิดในใจปล่อยไปก่อนแล้วกันเดี๋ยวพรุ่งนี้งานเสียหมด ชายหนุ่มคิดในใจก่อนจะตามใจร่างบางนั้น เจดยิ้มแล้วเงยหน้ามองอเล็กซิสช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาอเล็กซิสอยู่ข้างเขาตลอดเวลา คอยดูแลเขาทำให้เขามีความสุขมาก เจดกอดแขนของชายหนุ่มไว้แน่นถ้าเขาต้องสูญเสียอเล็กซิสไป เขาจะทำยังไง

อเล็กซิสก้มหน้าลงมอง แล้วแกล้งถอนใจก่อนถามเจด “กลับห้องดีกว่ามั้ง อย่างนี้นะ” เจดเงยหน้ามองอย่างงงๆ ก่อนจะเข้าใจเมื่อเริ่มเห็นแววปราถนาที่เริ่มจะคุ้นเคย รีบคลายแขนออกทันที แล้วบอกเสียงเข้ม

“ร้านอาหาร” ก่อนเดินนำหน้าไป ทิ้งให้อเล็กซิสหัวเราะตามหลัง

--------------------------

วันแข่งกีฬา

อเล็กซิสใช้กล้องส่องดูสภาพของสนามกีฬาโดยรอบจากห้องเอกสารฯ เขาสบถในลำคอเมื่อเห็นคนจำนวนมาก อย่างนี้ถ้าหาไม่เจอจะทำยังไง ตำรวจที่เฝ้าดูทางเข้าออกก็ยังไม่เห็นโคลแมนเข้ามาเลย อเล็กซิสคิด แต่เกมฟุตบอลเริ่มแล้วมันต้องเข้ามาแล้วแน่ๆ เพราะเกมดึงคนเข้ามาดูที่สนามจำนวนมาก คนที่เมืองนี้ก็บ้าอเมริกันฟุตบอลไม่แพ้เมืองไหนๆ เหมือนกัน ทำให้ตอนนี้อเล็กซิสต้องกวาดสายตาไปรอบๆ อย่างระมัดระวังมากขึ้น ด้วยความกลัวว่าจะเผลอละเลยจุดเล็กๆน้อยๆไป เขาต้องการเพียงรูปถ่ายการส่งมอบของ เพื่อเป็นหลักฐานเท่านั้น การจับกุมเป็นหน้าที่ของตำรวจท้องที่ ซึ่งคงต้องระมัดระวังเพราะคนมากเหลือเกิน
อเล็กซิสหยุดกล้องไว้ ในที่สุดก็โผล่หัวออกมา เขาเห็นโคลแมนแล้ว เขาหยิบวิทยุรายงาน

‘ผมเห็นเขาแล้ว เป้าหมาย 1 แล้วคนคุ้มกันอีก 2 มีกระเป๋าใบใหญ่มา 2 ใบ สีดำเหมือนกระเป๋านักกีฬา สินค้าน่าจะอยู่ในนั้น ’

‘บอกตำแหน่ง’

‘กำลังเดินไปที่อัฒจรรย์ด้านซ้าย’

‘เห็นผู้ติดต่อหรือยัง’

‘ยัง เขาเดินไปนั่งบนอัฒจรรย์แล้ว ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง แล้วจะติดต่อใหม่’

อเล็กซิสรอสักครู่เห็นนักกีฬาคนหนึ่งเสื้อสีขาว-น้ำเงิน เบอร์ 88 ถือกระเป๋าใบหนึ่งไปด้วย แล้วทรุดตัวนั่งข้าง เขาสบถในใจนักศึกษาจะไปเอาเงินที่ไหนมาซื้อสินค้าต้องมีคนอยู่เบื้องหลังอีกแน่ เขารายงานความเคลื่อนไหวเข้าไปอีกรอบ คราวนี้ทางนั้นเงียบไปชั่วครู่ ก่อนตอบกลับมา

‘เปลี่ยนแผน เราต้องการตัวคนซื้อตัวจริง ปล่อยให้แลกเปลี่ยนสินค้าไปก่อน ทางผมจะรวบตัวโคลแมนตอนออกมาจะได้ไม่ต้องระวังลูกหลงไปถูกผู้คนด้วย คุณตามคนซื้อไปดูว่าเขามอบของให้ใคร’

‘ตกลง เตรียมตัวได้ มันลุกขึ้นแล้วไปทางซ้าย ผ่านสวนดอกไม้ กำลังเดินออกประตูหลังมหาวิทยาลัยไป ทางคุณพอดี’

‘O.K. เราเห็นเป้าหมายแล้ว เลิกกัน’
อเล็กซิส วกกล้องกลับมาที่คนซื้อ ยังอยู่ที่เดิมเหมือนกำลังรอใคร เขาจ้องไม่วางตาหรือจะเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังอีกที อเล็กซิสเฝ้าดูอย่างระวัง

“เจด ฉันอยู่นี่” เจดเงยหน้าขึ้นไปแล้วก้าวขึ้นไปบนอัฒจรรย์

“นายไม่ได้ลงจริงๆด้วย เจ็บข้อเท้ามากเลยหรือ”

“ไม่มากหรอก ถึงยังได้นั่งเป็นตัวสำรองใส่เสื้อเบอร์ 88 นี่ไง” เจดยิ้มแล้วนั่งดูฟุตบอลต่อ จนจบควอเตอร์ที่สองและเป็นการพักครึ่งเวลาพอดี ทีมของโจยังตามคู่แข่งอยู่ 14-7 กลางสนามเริ่มมีการแสดงโชว์ของบรรดาปอม ปอม เกิร์ล

“ถ้านายลงได้ก็ดีสิ สถานการณ์คงเปลี่ยน” เจดพูด

“นายเชื่อฝีมือฉันขนาดนั้นเชียว” โจพูด

“เชื่อสิ นายอาจจะทำอะไรไม่ได้หลายอย่าง แต่ไม่ใช่กับอเมริกันฟุตบอล ฉันรู้ว่านายเก่ง”

“ขอบใจ แต่ไม่เป็นไร พอเริ่มครึ่งหลัง ควอเตอร์ที่สาม คราวนี้ทีมฉันเป็นฝ่ายบุกก่อนนะ แค่ทัชดาวน์เดียวก็ตามทันแล้ว” แล้วโจก็เปลี่ยนเรื่อง

“เอ่อ ตอนนี้พักครึ่งอยู่ฉันเอาของไปไว้ที่ห้องนายก่อนได้มั้ย พอเลิกอาจต้องไปกับเพื่อนต่อ”

“ได้สิ ไปเลยก็ได้ ของอยู่ไหนล่ะ” เจดตอบพลางลุกขึ้น

“อยู่นี่ไง” ชี้ไปที่กระเป๋าใบใหญ่ 2 ใบข้างๆ แล้วลุกขึ้นถือ

“ชั้นช่วยใบหนึ่ง” เจดเอื้อมมือออกไป

“ไม่ต้อง นายตัวแค่นี้ถือไม่ไหวหรอก มันหนักเดี๋ยวหล่นลงไปไม่ถึงมือเด็กๆ กันพอดี” เจดหัวเราะพลางบ่น

“ดูถูกกัน ฉันไม่ได้ตัวเล็กมากอย่างนั้นสักหน่อย” แล้วเดินลงจากอัฒจรรย์

อเล็กซิสวางกล้องในมืออย่างอ่อนแรง เจดหรือ เจดเข้ามาเกี่ยวข้องอะไรด้วยหรือเปล่า นี่ต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดแน่ๆ เขาสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงวิทยุ

‘เป้าหมายที่นี่ถูกจับแล้ว ทางคุณล่ะ’

‘เขาออกจากสนามกีฬาแล้ว ตรงไปที่หอพักนักศึกษา ผมจะรอดูสักพัก’ อเล็กซิสตอบ

‘ตกลง ระวังสินค้าเปลี่ยนมือด้วย’

‘เขาออกมาแล้ว ไม่มีของออกมาด้วยคงอยู่ข้างใน ผมจะเข้าไปดู’ อเล็กซิสเก็บกล้อง เมื่อมองเห็นเจดกับโจเดินออกมาด้วยกันอีกครั้ง

‘ตกลง’

หลังจากรอให้เจด และโจเดินออกจากหอพัก อเล็กซิสก็ออกจากห้องสมุด เขาสอบถามคนดูแลหอพักเพียงเล็กน้อยก็รู้ว่าโจก็พักที่หอเกรย์ เพียงแต่คนละชั้นกับเจดเท่านั้น และโจไม่ได้กลับมาที่หอพักมาหลายวัน ทำให้อเล็กซิสไม่เคยพบหน้าโจเลย นอกจากนี้พรุ่งนี้โจก็ต้องย้ายออกแล้ว แสดงว่าจะต้องมีการส่งมอบของต่อภายในวันสองวันนี้แน่ อเล็กซิสใช้กุญแจผี เปิดเข้าไปในห้องโจอย่างระวัง กวาดสายตาไปรอบๆ เริ่มค้นหา เขาไม่พบอะไรที่ผิดปกติ และก็ไม่พบกระเป๋า 2 ใบนั่นด้วย อเล็กซิสรู้สึกวูบในใจอย่างประหลาดก่อนออกจากห้องโจ เขาเดินกลับไปที่ห้องเจดพร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้ง

เขาเปิดประตูเข้าไป กวาดสายตาค้นหากระเป๋าแล้วก็พบมันถูกวางไว้ที่ใต้เตียงทั้ง 2 ใบ เขาเปิดออกดู แล้วก็เม้มริมฝีปากแน่นอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ เมื่อพบเฮโรอีนบริสุทธ์จำนวนหลายสิบกิโลกรัมถูกซุกซ่อนอยู่ภายใต้เครื่องกีฬาเก่าๆ ทั้งสองกระเป๋า เขารูดซิบเก็บกระเป๋าไว้ที่เดิม แล้วรอ

ค่ำแล้ว เจดคิดถึงอเล็กซิสงานเสร็จหรือยังนะ เขาแวะไปหาที่ห้องสมุดกลับพบว่าเขาออกมาตั้งแต่บ่าย คงไปหาโปรเฟสเซอร์ทิลล์ล่ะมั้ง เขาเปิดประตูห้องเข้าไปแล้วเปิดไฟ หันกลับมาก็ต้องสะดุ้ง แล้วยิ้มอย่างดีใจ

“อเล็กซ์ ทำไมนั่งอยู่มืดๆล่ะครับ?” เขาทักโดยไม่ทันสังเกตสีหน้าของชายหนุ่ม

“เจด คุณไปไหนมา?” อเล็กซิสถามเสียงเย็นชา

“ผมไปดูกีฬากับเพื่อนมา แล้วไปหาคุณที่ห้องสมุด แต่อลิเซียบอกว่าคุณออกมาตั้งแต่บ่าย งานเสร็จแล้วหรือครับ”

“ยัง มีเรื่องต้องทำต่อ” เจดมองอย่างสงสัยเมื่อเห็นทีท่าของอเล็กซิสแปลกไป

“อเล็กซ์ เป็นอะไรไป?” เจดสบสายตาเขาแล้วก็ใจหายเมื่อเห็นความเย็นชา ที่มองมาที่เขาเหมือนเป็นคนแปลกหน้า

“อเล็กซ์ เกิดอะไรขึ้น?” ชายหนุ่มยังนั่งนิ่งอยู่ก่อนถาม

“เจดคุณมีเรื่องที่ปิดบังผมอยู่หรือเปล่า?”

“หมายความว่ายังไง?” เจดไม่เข้าใจความหมาย

“ผมหมายถึงเรื่องที่คุณมีความลับกับผม ผมสามารถช่วยคุณได้นะ เพียงแต่คุณพูดออกมา เราจะช่วยกันแก้ปัญหา คุณเชื่อใจผมได้”

“อเล็กซ์ คุณพูดอะไร? ผมไม่รู้เรื่อง” ถอยหลังพร้อมกับยกมือกอดอกตัวเองอย่างปกป้องเมื่อเห็นท่าทีแข็งกร้าวนั้น เกิดอะไรขึ้นกับอเล็กซิส สีหน้าและแววตาคุกคามอย่างนี้เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
อเล็กซิสยืนนิ่งขึงเมื่อได้ยินคำปฏิเสธนั้น เขามองเจดอย่างผิดหวัง

“ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่มีอะไร ผมเหนื่อยจะอาบน้ำก่อนนะ” อเลกซิสคว้าผ้าเดินเข้าห้องน้ำ เปิดฝักบัวอย่างแรงแล้วยืนสงบสติอารมณ์

‘เจด ผมจะทำยังไง? ’ เขาคิดอย่างเจ็บปวดความรักกับหน้าที่ เขาจะเลือกอะไร

อเล็กซิสเดินออกมาจากห้องน้ำ เดินผ่านเจดที่ยังยืนนิ่งอยู่กลางห้องไปเขาทิ้งตัวลงนอนหันหลังให้เจดเป็นครั้งแรก เจดถอยหลังไปนั่งที่เก้าอี้ ยกเข่าขึ้นมานั่งกอดไว้ร่างเล็กรู้สึกถึงความเหน็บหนาวจนพยายามให้ความอบอุ่นแก่ตนเอง ในใจของเจดเจ็บปวดยิ่งนัก

เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา? เกิดอะไรขึ้นกับอเล็กซิส? เขาถึงเปลี่ยนไป เจดหลับตาสะอื้นเมื่อคิดถึงแววตาที่เย็นชานั้น หรือพอสมหวังแล้วอเล็กซิสก็หมดรักเขาแล้ว เขาปิดริมฝีปากไว้แน่น เพียงแค่คิดเจ็บร้าวไปหมด เจดซบศีรษะลงกับเข่าร้องให้อย่างเงียบๆ

อเล็กซิสนอนฟังเสียงสะอื้นนั้น สะกดความรู้สึกอยากปลอบโยนไว้จนกระทั่งลมหายใจนั้นแผ่วเบาสม่ำเสมอขึ้นเขามองไปที่เด็กหนุ่ม ลุกขึ้นอุ้มร่างบางมาที่เตียงวางลงอย่างนุ่มนวล เขาจะต้องกันเจดออกจากเรื่องนี้ เขาคาดว่าเจดอาจทำเพียงเพราะต้องการเงินเท่านั้นไม่น่ามีเหตุผลอื่น แต่โทษของการค้ายาเสพติดในรัฐนี้รุนแรงนัก เขาทนเห็นเจดรับโทษไม่ได้แต่ก่อนอื่นต้องดูว่าคนซื้อที่อยู่เบื้องหลังเป็นใคร เขาคงต้องออกจากสถานการณ์นี้แล้วซุ่มดูสักพัก

เจดลืมตาตื่นขึ้นมา มองไปรอบห้องอเล็กซิสไม่อยู่แล้ว เจดใจหายวูบตั้งแต่ที่ชายหนุ่มดึงดันจะมาค้างด้วย เขาไม่เคยออกไปโดยไม่ลา แล้วเช้านี้ล่ะ เจดหันไปมองข้าวของส่วนตัวบางชิ้นของเขายังอยู่ แล้วจึงเห็นโน๊ตวางอยู่ข้างๆหมอน

‘ผมไปทำงาน รอผม 2-3 วันนะจะรีบกลับมา ผมรักคุณ’

เจดกอดโน๊ตแผ่นนั้นไว้กับอกยิ้มทั้งน้ำตา กระซิบกับความว่างเปล่า

‘ผมจะรอ ผมก็รักคุณ’

---------------------------

“เจด คุณจะต้องออกจากหอพักแล้วนะครับ เลยเวลาที่คุณแจ้งย้ายออกมา 2 อาทิตย์แล้ว” แอล คนดูหอพักบอกกับเด็กหนุ่ม เขารู้ว่าร่างบางตรงหน้ากำลังรอใครสักคน เพราะทุกวันจะไม่เคยออกจากหอพักไปไหน นอกจากจะออกไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้สายตาจับจ้องทางเข้าด้วยความหวัง แต่ใครคนนั้นก็ไม่มาสักที เจดสบตาที่มองมาอย่างเห็นใจ เขารู้วาแอล อนุโลมกับเขามากเป็นพิเศษแล้ว

“ถ้าคนที่จะเข้ามาอยู่แทนคุณไม่แจ้งเข้ามา ผมจะให้คุณอยู่ต่อไปก่อนก็ได้ครับ แต่นี่เขาแจ้งมาแล้ว” แอลบอก

“ขอบคุณครับ แอล ผมจะไปวันพรุ่งนี้” เจดตัดสินใจบอกแล้วก็แทบขาดใจ เลยเวลามานานมากแล้ว อเล็กซิสก็ยังไม่กลับมา

ทำไม? เจดถามในใจ คำพูดที่เคยกระซิบบอกเขาครั้งแล้วครั้งเล่าเป็นเพียงคำโกหกหลอกลวงงั้นหรือ ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความต้องการทางร่างกาย ไม่มีอะไรสำคัญเลยใช่ไหม หรือป่านนี้เขาคงนั่งหัวเราะอยู่กับใครคนอื่นอยู่หรือเปล่า เจดคิดอย่างเจ็บปวดใจ

เจดคิดถึงอลิเซีย เมื่ออลิเซียรู้เรื่องนี้เมื่ออาทิตย์ก่อนเธอได้ลงทุนไปถามหาอเล็กซิสกับโปรเฟลเซอร์ทิลล์ แต่แล้วกลับมาบอกอย่างเจ็บแค้นว่า อเล็กซิสลาออกไปตั้งแต่มหาวิทยาลัยปิด ทำไมอเล็กซิสถึงโกหกเขาว่าจะไปทำงาน หมายความว่าเขาตั้งใจจะไปตั้งแต่ตอนนั้นหรือ ทำไมถึงบอกให้เขารอ เจดแทบขาดใจเมื่อได้คำตอบนั้น

อลิเซียบอกให้เจดลืมเสีย มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกนะ

เจดมองไปทั่วห้อง เขาอยู่ที่นี่เพราะความทรงจำที่แสนหวานระหว่างเขากับอเล็กซิส แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไป ไม่มีอีกแล้ว ไม่มีอเล็กซิสอีกต่อไป

คืนนั้นเจดนอนร้องให้ หัวใจของเขาแตกสลาย เจดรู้มันจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีก ยามเช้าได้มาถึงพร้อมกับความหวังที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดวูบสลายไป

ตอนนี้เขาอยู่เพียงตัวคนเดียว ไม่มีใครอีกแล้ว

TBC