jade

นิยายเรื่องแรกที่ทดลองเขียน ผู้เขียนเพียงมีประสบการณ์จากการอ่านเรื่องแปลจำนวนมากเท่านั้น บางครั้งสำนวนหรือแนวเรื่องอาจมีเรื่องแปลหลายๆ เรื่องที่ถูกจับมายำรวมๆ กัน สำหรับนิยายเรื่องนี้ผ่านการปรับมา 2-3 ครั้งแล้ว และเป็นเรื่องความสัมพันธ์ของชายกับชาย (NC-17) ผู้ที่ไม่สนใจผ่านไปเลยนะคะ

Monday, December 27, 2004

jade2

By SF

อเล็กซิสยืนพิงหน้าต่างห้องเอกสารก่อนใช้กล้องส่องดูรอบๆ บริเวณสนามกีฬา เขาถอนใจเมื่อยังไม่พบเป้าหมายที่ต้องการ เมื่อตอนเช้าเขาติดต่อไปที่ตำรวจเจ้าของคดีที่เขามาช่วยงานอยู่ และได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากสายสืบว่าการส่งมอบเฮโรอีนจะทำกันในตอนเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่มีการซ้อมและมีคนใช้สนามกีฬามากๆ แต่ไม่สามารคาดเดาได้ว่าเป็นวันไหน เวลากับสถานที่นะรู้ แต่วันนี่สิ ทำให้เขาต้องมาเฝ้าอย่างนี้ทุกเย็น

อเล็กซิสนึกถึงงานของเขา ความจริงแล้วนายตำรวจระดับเขาไม่จำเป็นต้องมาทำงานในลักษณะสายสืบอย่างนี้ แต่ภายหลังจากที่ทำงานหนักมาหลายคดีทำให้เขาอยากเปลี่ยนลักษณะงานบ้าง เมื่อที่นี่ส่งเรื่องไปขอยืมตัวตำรวจเพื่อช่วยงานราชการเขาก็อาสามาที่นี่เลย ประกอบกับต้องการหลบหน้าแมกซ์ซักพัก
อเล็กซิสยิ้มเมื่อคิดถึง แมกซิมิเลียน พี่ชายที่แสนจะเงียบขรึม ทั้งที่อายุแค่ 29 ปีห่างจากเขาแค่ 5 ปีเท่านั้น อาจเป็นเพราะต้องรับภาระดูแลงานแทนพ่อกับแม่ของเขาที่เสียชีวิตเพราะเครื่องบินตกเมื่อ 2 ปีก่อน ตระกูลเดเวอโร มีกิจการมากมายที่มีสาขาทั่วประเทศการเข้ารับภาระตั้งแต่อายุยังน้อยนี่เองที่เป็นสาเหตุให้แมกซ์ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าอายุมาก ตัวเขาเองก็แบ่งเบาภาระแมกซ์ได้เพียงเล็กน้อยด้วยการดูแลเครือข่ายของบริษัทสาขาเท่านั้น และไหนอาชีพตำรวจของเขาอีก
อเล็กซิสดึงดันที่จะเป็นตำรวจเพราะใจรัก ในช่วงแรกก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ภายหลังจากที่เขาบาดเจ็บสองสามครั้ง พ่อกับแม่ก็อยากให้เขาลาออก แต่ทั้งคู่ก็เสียชีวิตเสียก่อน อเล็กซิสจำความรู้สึกเสียใจตอนนั้นได้ เขามุทำงานหนักเป็นบ้าเป็นหลัง เสี่ยงตายทุกอย่าง จนกระทั่งแมกซ์เข้ามาเตือนสติเขาถึงรู้ตัว อเล็กซิสจึงได้มองเห็นความเสียใจของแมกซ์และความกลัวว่าจะสูญเสียเขาไปอีกคน เขาจึงขอเวลาแมกซ์คิดสักระยะ และผ่อนปรนด้วยการเข้ามารับงานจากแมกซ์ในเรื่องการดูแลบริษัทสาขาบ้าง และตอนนี้แมกซ์ก็เริ่มเคี่ยวเข็ญเขาทุกวันจนต้องหนีหน้าสักพัก กลับไปนี่คงถูกโวยอีก

แต่ตอนนี้เขามีเจดแล้ว คงต้องคิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง อเล็กซิสคิดถึงเหตุการณ์ในห้องน้ำเมื่อเช้าแล้วยิ้มอีกครั้ง ถ้าเขากับเจดจะเป็นหวัดก็คงไม่แปลก ก่อนที่เขาจะออกมาเจดยังหน้าแดงไม่เลิก ไม่กล้าสบตาเขาแม้กระทั่งตอนจูบลา และวันนี้คงระบมจนไปไหนไม่ได้ โชคดีที่วิชาส่วนใหญ่ปิดคอร์สไปแล้วเพื่อปล่อยให้นักศึกษาอ่านหนังสือและเตรียมตัวสอบ

อเลกซิสหันไปเมื่อจับการเคลื่อนไหวที่สนามกีฬาได้ เขายกกล้องขึ้นดูแล้วก็ยิ้มอย่างยินดี หลังจากซุ่มดูมาอาทิตย์เต็มๆ เป้าหมายก็โผล่จนได้
“มาจนได้นะ ฉันนึกว่าแกจะไม่โผล่แล้ว โคลแมน” อเล็กซิสจำหน้าที่อยู่ในบัญชีดำของตำรวจได้ ‘โคลแมน’ เจ้าพ่อของนักเลงหัวไม้ในเมืองนี้เลยก็ว่าได้ เมื่อสายสืบรายงานว่าจะมีการส่งมอบเฮโรอีนในมหาวิทยาลัย ทางตำรวจก็เพ่งเล็งไปที่มันก่อนใครอื่น จนกระทั่งสามารถวางตาข่ายเพื่อจับกุมได้ ขาดแต่ตัวผู้ซื้อเท่านั้น ดังนั้นทางตำรวจจึงต้องรอให้คนซื้อโผล่ออกมาก่อนเข้าจับกุม และต้องรวบตัวให้หมดพร้อมกัน นี่เองที่ทำให้อเล็กซิสต้องมาทำหน้าที่นี้ เพราะตำรวจในเมืองนี้เป็นที่คุ้นหน้าตากันอยู่แล้วไม่สามารถแฝงตัวเข้าสืบในนี้ได้
อเล็กซิสลดกล้องลงเมื่อโคลแมนกับลูกน้องอีกสองคนลับหายไป อาจมาดูทางหนีไล่ก่อนก็ได้ มันเองก็อาจสงสัยเพราะรู้ว่าตำรวจต้องตามอย่างไม่ให้คลาดสายตา เพราะการส่งมอบของแต่ละครั้งตำรวจสามารถได้กลิ่นไวมาก และครั้งนี้เป็นการส่งมอบของจำนวนมาก การส่งมอบของคงต้องทำวันที่คนพลุกพล่าน อเล็กซิสกำลังคิดถึงวันแข่งกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์หลังสอบไฟนอล มีโอกาสเป็นไปได้สูงเนื่องจากนักศึกษาจำนวนมาก ไหนจะคนจากภายนอกที่เข้ามาเพื่อดูกีฬา การตรวจการเข้าออกมหาวิทยาลัยย่อมทำได้ยาก

“อืมม์ ได้ ตกลงผมจะรอดูถึงวันนั้น”
อเล็กซิสวางโทรศัพท์ที่ติดต่อไปยังตำรวจเจ้าของคดี รายงานถึงการมาดูลาดเลาของโคลแมน ซึ่งทางนั้นก็คาดเดาเช่นเดียวกัน แต่ก็ยังไม่แน่ใจนัก ดังนั้นเขาก็ต้องเฝ้าต่อไปก่อน

------------------------------

เมื่ออเล็กซิสเปิดประตูห้องเจดเข้าไป เขามีความรู้สึกเหมือนกลับถึงบ้านแม้จะเป็นเพียงห้องพักเล็กๆของนักศึกษาเทียบไม่ได้กับห้องพักของเขา ที่แม้จะเพียบพร้อมทุกอย่างแต่ขาดความรู้สึกอบอุ่นไป นี่คงเป็นเพราะเจดล่ะมั้ง อเล็กซิสคิด ดีนะ! ที่หอเกรย์นี่เป็นของนักศึกษาชั้นปีสุดท้ายดังนั้นไม่มีกฏระเบียบอะไรมากมายนัก แขกที่มาเยี่ยมสามารถเข้าออกได้อย่างอิสระ และนักศึกษามีอิสระอย่างเต็มที่ในห้องพักของตน ไม่มีใครสนใจกันและกันมากนัก ไม่เช่นนั้นทุกคนต้องมองเขาแปลกๆ แน่ เมื่อเห็นชายหนุ่มเดินหอบดอกลิลลี่สีขาวช่อใหญ่เดินเข้ามาในหอชาย
อเล็กซิสเดินเข้าไปข้างเตียง มองดูใบหน้างดงามของเจดที่กำลังหลับสนิท มุมปากมีรอยยิ้มเหมือนกำลังฝันดี อเล็กซิสหยิบหนังสือเรียนหล่นอยู่ข้างตัวมาวางไว้บนโต๊ะ เขาลืมไปว่าอีกอาทิตย์หนึ่งเจดก็จะสอบแล้ว เขาคงต้องพยายามระงับอารมณ์ตัวเองให้อยู่ หลังจากนั้นคงต้องมีเรื่องคุยกันยาวเขาหวังว่าเจดจะไม่โกรธมากนักเมื่อรู้ความจริงเรื่องงานของเขา
อเล็กซิสวางช่อดอกลิลลี่ไว้ข้างๆ หมอน เมื่อเห็นเจดยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นความจริงเขาตั้งใจมาชวนเจดไปกินอาหารข้างนอก แต่อย่างนี้คงต้องออกไปซื้อมาแล้วล่ะมั้ง อเล็กซิสคิดแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องและปิดประตูตามหลังอย่างแผ่วเบา
เจดค่อยๆลืมตาตื่น จมูกได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จึงหันหน้ามาพบช่อดอกลิลลี่ช่อใหญ่ เจดดึงตัวเองลุกนั่งอย่างงงๆ จับช่อดอกไม้พลิกดู การ์ดสีขาวหล่นลงบนตัก เจดหยิบมาพลิกดู ตัวอักษรสีเขียวเข้มตวัดเล่นหางอย่างงดงามว่า ‘For my lover’ เจดยกช่อดอกไม้ขึ้นกอดแนบอกตาทอประกายระยิบ เงยหน้าขึ้นมองเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิด อเล็กซิสยืนมองภาพงดงามตรงหน้าแล้วเดินเข้ามาเขาหยุดวางของบนโต๊ะ คุกเข่าบนเตียงมือช้อนต้นคอเล็กให้เงยขึ้นจุมพิตริมฝีปากบางเบา ก่อนจะย้ำลงไปอีกครั้งซอกซอนชิมรสชาติที่อ่อนหวาน ยาวนานจนเจดต้องส่งเสียงประท้วงในคอ อเล็กซิสถอนริมฝีปากออกช้าๆ เมื่อนึกถึงความตั้งใจที่จะอดทนของตนเอง แกะมือเล็กที่เจ้าตัวเผลอเอามากอดรอบคอเขาโดยไม่รู้ตัวออก เจดก้มหน้าด้วยความอาย เมื่ออเล็กซิสกระซิบข้างหู
“เห็นว่าใกล้สอบหรอกนะ ไม่อย่างนั้นไม่ปล่อยลงจากเตียงแน่ๆ” เจดพึมพำอะไรบางอย่างในลำคอ แล้วรีบเลื่อนตัวลงจากเตียงทันที เมือสบสายตาคมคู่นั้น
“หิวไหม ผมซื้ออาหารจีนมาท่าทางน่าอร่อย” อเล็กซิสเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นเจดหน้าแดงด้วยความอาย มือใหญ่หยิบอาหารออกมาวางและจัดเรียงอย่างคล่องแคล่ว
“หิวมากเลยครับ” เจดตอบ แล้วก็เริ่มกินอาหาร แต่กว่าจะกินเสร็จเล่นเอาเจดเกือบสำลักอาหารตาย เมื่ออเล็กซิสนั่งจ้องเขาไปกินไปยังกับเขาเป็นอาหารด้วยอีกจานหนึ่งนั่นแหละ แถมยังบังคับป้อนเขาอีก
“ต้องกินมากๆ หน่อยจะได้กอดแบบเต็มไม้เต็มมือหน่อย” อเล็กซิส บอกหน้าตาเฉยแล้วก็รีบลูบหลังให้เจด เมื่อเห็นเด็กหนุ่มทำท่าจะสำลักพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง

-----------------------------

เจดเงยหน้าจากหนังสือที่กำลังอ่านอยู่อย่างอึดอัด มองไปที่อเล็กซิสที่นอนเอกเขนกยึดเตียงของเขาอยู่ขณะที่กำลังพลิกดูเอกสารในมือ เจดรู้สึกไม่มั่นใจในตนเองถึงแม้จะเป็นคนรักกันแล้ว และยังมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง แต่มันเร็วเกินไปพวกเขาพึ่งรู้จักกันมาแค่ไม่กี่อาทิตย์เท่านั้น เจดต้องการเวลา
เจดพูดอย่างอึดอัด “เอ่อ คุณอเลกซิส....” ชายหนุ่มส่งเสียงรับในลำคอแล้วพึมพำตอบ
“เรียกผม อเล็กซ์ ซิเจด” อเล็กซิสเงยหน้าขึ้นเมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบ ร่างบางแกล้งถอนหายใจ
“ก็ได้ครับ แต่อเล็กซ์ นี่มันดึกแล้วนะครับ” เจดพูดแล้วก็หน้าแดงเมื่ออเล็กตาพราวระยับ รู้สึกว่าอเล็กซิสจะตีความหมายผิดจึงรีบพูดต่ออย่างรวดเร็วจนลิ้นแทบพันกัน
“ไม่ใช่ ผมหมายถึงว่าคุณน่าจะกลับได้แล้ว ผมง่วงแล้วด้วย” เจดสรุปในตอนท้าย”
“ง่วงก็นอนสิ” อเล็กซิสทำหน้าเฉยแล้วแอบยิ้มในใจ เมื่อทำท่าสนใจกับเอกสารในมือต่อ
“อเล็กซ์” เจดลุกขึ้นทันทีเขาเดินไปที่เตียงดึงกระดาษออกจากมือชายหนุ่มด้วยความโมโห
“งั้นคุณก็กลับสิ มันดึกแล้วนะ”
“ไม่”
“อเล็กซ์”
“ไม่กลับ” อเล็กซิสเน้นเสียงก่อนเหนี่ยวร่างบางลงมาบนตียงทันทีกอดร่างเจดแล้วกระซิบถามที่ข้างใบหูเล็ก
“กังวลอะไร? เจด พวกเราเป็นคนรักกันแล้วนะ” เจดนิ่งไปชั่งครู่ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มอย่างขอความมั่นใจ
“จริงหรือครับ ผมแน่ใจได้ใช่มั้ย?”
“ทำไมถามอย่างนี้ล่ะ? ผมไม่ยอมให้คุณเปลี่ยนใจนะเจด คุณเป็นของผม และผมเป็นของคุณ” อเล็กซิสพูดเสียงหนักแน่นย้ำให้เด็กหนุ่มรับรู้
“หลังจากคุณสอบเสร็จ พาผมไปหาพ่อกับแม่ของคุณนะ ผมคิดว่าความจริงใจของผมจะทำให้พวกท่านเข้าใจ” เจดยิ้มริมฝีปากสั่นระริก น้ำตาคลอตาเป็นประกาย
“อเล็กซ์ อย่าหลอกผมนะ ผมกลัว ผมรักคุณมากจนกลัวว่าเรื่องนี้มันจะเป็นแค่ความฝัน คุณจะเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น ผมไม่เคยมีอะไรที่สำคัญแล้วเป็นของผมมาก่อน”
“ผมเป็นของจริงนะเจด” อเล็กซิสพูดแล้วก็อึ้งไปนิดหนึ่งเมื่อเมื่อนึกถึงงานที่ทำอยู่ แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่าเป็นเหตุการณ์ที่แก้ไขไม่ได้ ต่อไปเขาต้องบอกความจริงกับเจดแน่
“สอบเสร็จแล้ว รอผม2-3วันนะแล้วผมจะพาคุณกลับบ้าน” เจดเงียบไปครู่หนึ่งเงยหน้ามองอเล็กซิส
“อเล็กซ์ ผมโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ผมไม่มีบ้านหรอกครับ ผมได้เรียนที่นี่ด้วยทุนของมหาวิทยาลัย นั่นทำให้ผมต้องทำงานพิเศษที่ห้องสมุดไงครับ” เจดพูดเสร็จก็ก้มหน้า
“คุณรังเกียจหรือเปล่า?” เจดถามต่อเสียงสั่นเมื่อเห็นชายหนุ่มนิ่งเงียบไป อเล็กซิสโอบกอดร่างบางไว้แน่น
“เจด ฟังผมให้ชัดนะ ผมรักคุณ ผมไม่สนใจหรอกเรื่องคุณจะเป็นใคร คุณเห็นความรักของผมเป็นอะไรไป?” หัวใจของชายหนุ่มเต็มตื้นไปด้วยความสงสาร จุมพิตที่เปลือกตาบางใส
“ดีเสียอีกที่คุณไม่มีใคร คุณจะได้เป็นของผมคนเดียวเท่านั้น”
เจดยิ้มอย่างมีความสุข เงยหน้าขึ้น “ผมรักคุณ อเล็กซ์” เจดยืดตัวขึ้นแตะริมฝีปากกับปลายคางของชายหนุ่ม เบียดร่างลงไป มือเล็กบางเอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อของชายหนุ่มอย่างใจกล้า แล้วสอดมือเข้าไป อเล็กซิสจับมือเจดไว้ทันที
“เจด อย่า...” เขาห้ามเสียงพร่า เจดชะงักอย่างไม่แน่ใจ
“ทำไมล่ะ? หรือคุณไม่ต้องการผม..” เสียงเจดขาดหายไป
“ไม่ใช่อย่างนั้นเจด แต่ช่วงนี้คุณต้องเตรียมตัวสอบนะ” อเล็กซิสรีบพูดขณะพยายามระงับอารมณ์รักที่เริ่มปะทุขึ้นมาอีก เจดค่อยๆดึงมือออกจากการยึดของอเล็กซิส ไล้มือกลับไปที่หน้าอกของชายหนุ่ม ขยับสะโพกเสียดสีไปกับหน้าตักของชายหนุ่ม เจดสบตาอเล็กซิสแววตาของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความรัก
“ผมไม่เป็นไร อเล็กซ์ ผมต้องการคุณ” อเล็กซิสครางอย่างยอมแพ้ ความตั้งใจดีปลิวหายไป เขาเอื้อมมือขึ้นแล้วก็ชะงัก
“ไม่ อเล็กซ์ อย่าขยับ” เจดห้ามก่อนลุกขึ้นถอดเสื้อผ้าของตนเองออกอย่างช้าๆ ปล่อยให้สายตาปรารถนาของชายหนุ่มลูบไล้ร่างเปลือยของเขา เพียงแค่นั้นก็ทำให้อารมณ์ของเจดร้อนรุ่ม สายตาของอเล็กซิสทวีความปรารถนามองร่างงดงามเบื้องหน้าพลางหายใจแรง เจดกลับขึ้นเตียงค่อยๆแนบร่างเปลือยเข้าหาชายหนุ่ม พรมจูบแล้วกัดเม้มไปที่ลำคอแข็งแรง ระหว่างที่ปลดกระดุมเสื้อของอเล็กซิสต่อ มือเรียวแยกสาปเสื้อออกแล้วแนบริมฝีปากไปที่ยอดอก เลียนแบบการกระทำของชายหนุ่มด้วยการไล้ลิ้นเล็กไปรอบๆ แล้วก็กัดเม้มด้วยฟันซี่เล็กๆ อเล็กซิสคราง
“เจด..คุณเป็น...นักเรียนที่เรียนรู้...เร็วมาก” เจดอมยิ้มอย่างลึกลับ ก่อนที่จะเลื่อนริมฝีปากลงลงมาที่หน้าท้องแข็งแรงของชายหนุ่ม มือเล็กๆ เริ่มปลดเข็มขัดออกอย่างงุ่มง่าม อเล็กซิสระงับความรู้สึกที่อยากเข้าช่วยกระตุกออก เมื่อเจดรูดซิปกางเกงลงเขาก็ช่วยยกสะโพกให้มือเล็กนั้นรูดกางเกงของเขาลงให้พ้นไป ทันทีที่เสื้อผ้าที่พันธนาการหลุดไป ความเป็นชายของเขาก็ดีดตัวขึ้นมา อเล็กซิสแยกต้นขาแข็งแรงออก เจดขยับเข้ามาคุกเข่าระหว่างต้นขาเขา ใช้สองมือประคองความแข็งแกร่งนั้นก้มหน้าลงไปลมหายใจร้อนผ่าวกระทบถูกส่วนสำคัญนั้น อเล็กซิสร้องครางด้วยความคาดหวัง
“อืมม์...” เจดแตะปลายลิ้นไปที่ส่วนยอด ลิ้นเล็กๆ ตวัดไล้วน ทำให้อเล็กซิสครางเสียงแผ่วทุ้มกำหมัดแน่นร่างเกร็งกระตุก เขาชันแขนยกตัวมองเห็นเจดอ้าปากดูดกลืนความเป็นชายของเขาเข้าไป แต่ความใหญ่โตของมันทำให้เจดกลืนไปได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น อเล็กซิสมองความเป็นชายเขาหายไปในปากของเจด ภาพนั้นทำให้เขาครางออกมา รู้สึกถึงปลายลิ้นสีชมพูที่กำลังไล้เลียอยู่
แม้จะด้อยประสบการณ์แต่เจดก็พยายามให้ความสุขแก่ชายหนุ่ม มือเล็กลูบไล้แผ่วเบาที่ความแข็งแกร่ง แล้วถอนริมฝีปากมาไล้ลิ้นเลียไปรอบปลายยอด อเล็กซิสครางจับศีรษะของเจดไว้
“เจดผมไม่ไหวแล้ว” เขาดึงส่วนสำคัญออกจากปากของเจดก่อนที่ตัวเองจะหมดความอดทน เจดนั่งมองชายหนุ่มพร้อมกับไล้ลิ้นน้อยๆเลียที่ริมฝีปาก แล้วก็ตาลายไปวูบหนึ่งเมื่ออเล็กซิสตวัดร่างเขาลงไปเบื้องล่างทันที อเล็กซิสยกสองขาเรียวของเด็กหนุ่มขึ้นใช้หมอนนุ่มๆ รองไปที่สะโพกบางนั้น ชายหนุ่มแยกต้นขาเจดออกคุกเข่าระหว่างต้นขาคู่นั้น เขาเลื่อนมือมาจับที่สะโพกบางไว้แน่นสบตาเจดที่รอคอยอย่างคาดหวัง แล้วแทรกกายเข้าไปอย่างรวดเร็ว

“อึ๊ก...อึ้....อา...” ชายหนุ่มโหมกระแทกเข้าไปอย่างหนักแน่นทุกจังหวะ ถอยกายออกมารุกเข้าไป อีกครั้งและอีกครั้ง ทวีจังหวะเร็วขึ้น

“อือ...อะ...อา...” เจดอ้าปากคราง ศีรษะสะบัดไปมาบนหมอน มือจับผ้าปูที่นอนเกร็งแน่น ต้นขาแยกออกกว้าง สะโพกบางสั่นไหวตามจังหวะรุนแรงของชายหนุ่ม และเจดกรีดร้องเมื่อจุดสุดยอดมาถึงหลั่งรินความปรารถนาออกมา แต่ชายหนุ่มยังแทรกกายเข้าออกอย่างต่อเนื่อง จนทำให้อารมณ์ของเจดเริ่มร้อนขึ้นอีกครั้ง อเล็กซิสหลงลืมตนไปกับความสุขจนแทบขยี้ร่างละมุนตรงหน้าให้ยับเยิน จนกระทั่งเวลาผ่านไปเนิ่นนาน เจดถึงจุดสุดยอดไปหลายครั้งจนทนไม่ไหว ช่องทางถูกเสียดสีจนระบม เขาครางออกมา

“อา... อเล็ก...อเล็กซ์ ...ผม..ผม..ไม่ไหว..แล..แล้ว”

เสียงหอบหายใจของอเล็กซิสหนักหน่วงขึ้น ความสุขทวีขึ้นจนทนไหว แล้วเขาก็แทรกกายเข้ามาเป็นครั้งสุดท้าย

“อ๊าาา......”
เจดเองก็กรีดเสียงร้องออกมาอีกครั้ง เมื่อสะโพกของอเล็กซิสกระแทกเข้ามาอย่างหักโหมเป็นครั้งสุดท้าย ฝังกายแนบแน่นลงไปหลั่งรินความร้อนผ่าวออกมามากมาย

“อึ้...อืม...เจ...เจด” อเล็กซิสอุทานออกมาก่อนจะทรุดกายลงอย่างหมดแรง หอบหายใจหนักเหมือนผ่านการวิ่งมาสัก 10 ไมล์ เจดเองก็รู้สึกเหมือนเดินทางผ่านห้วงอวกาศที่มีประกายระยิบระยับของดาวพร่าพรายเต็มไปหมด ความสุขเกิดขึ้นอย่างรุนแรงจนเด็กหนุ่มหมดสติไป

-----------------------------------

เจดเดินออกจากห้องสอบด้วยความรู้สึกมั่นใจ เขาเรียนจบแล้วเด็กหนุ่มคิดอย่างภาคภูมิใจ วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้าย พรุ่งนี้ก็เป็นวันแข่งกีฬาแล้ว งานนี้เป็นเหมือนการฉลองการสอบเสร็จเพื่อให้นักศึกษาได้ผ่อนคลายและจะจัดเพียงหนึ่งวันเท่านั้น หลังจากนั้นก็เป็นปิดเทอม ทุกๆปีจะมีคนภายนอกเข้ามาชมการแข่งขันมากมาย การแข่งเป็นเหมือนกับการเชื่อมความสัมพันธ์มากกว่าจะเป็นการแพ้ชนะ นักศึกษาแทบทุกคนจะมีส่วนร่วมในงานนี้

“เจด” เจดหันไปตามเสียงเรียก เขากำลังจะไปห้องสมุดเพื่อบอกลาอลิเซีย

“โจ” เจดทักแล้วมองโจอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นร่างใหญ่ข้างหน้าดูผอมลงไปมาก

“ไม่สบายหรือเปล่า? แล้วสอบเป็นไงบ้าง?” โจมองเห็นความเป็นห่วงจากเจดแล้วฝืนยิ้ม เจดดีกับเขามาตลอด ทำให้ระยะหลังเขาไม่ค่อยกล้าสู้หน้าเจดนัก เขาไม่อยากเห็นแววตานี้เปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริง

“ไม่เป็นไรหรอก แต่มีเรื่องขอร้องหน่อยนะ”

“ได้ซิ”

“พอดีมีของอยากฝากไว้หน่อย เป็นพวกอุปกรณ์กีฬาที่ใช้แล้วของชมรมนะ จะเอาไปบริจาคให้เด็ก แต่พอดีฉันต้องออกจากห้องพักพรุ่งนี้เลย ตอนนั้นแจ้งย้ายออกไว้ เลยไม่มีที่เก็บขอฝากไว้2-3วันแล้วจะมาเอานะ พอดีถามแอล คนดูแลหอพักเขายืดเวลาให้อีกไม่ได้นะ”

“อืมม์ ไม่เป็นไรฉันแจ้งย้ายออกไว้อีกอาทิตย์นึง นายอย่ามาเอาเกินเวลานั้นแล้วกันนะ”

“ได้ ขอบใจนะเจด ถ้าฉันไม่ต้องไปทำธุระก่อน ฉันคงจะหอบไปเลย คงไม่ต้องรบกวนนาย”

“โจ พูดอะไรอย่างนั้น แค่นี้ไม่ถือว่าเป็นเรื่องรบกวนหรอก ของอยู่ไหนล่ะ?”

“พรุ่งนี้ถึงจะเอาไปฝากไว้ที่ห้อง หลังงานแข่งกีฬานะ อ้อพรุ่งนี้ฉันเป็นตัวสำรองของทีมนะ อาจจะไม่ได้ลงก็ได้”

“อุตส่าห์ตั้งใจจะไปเชียร์” เจดหัวเราะ เขารู้ว่าโจเล่นกีฬาได้ดีโดยเฉพาะอเมริกันฟุตบอล ตำแหน่งของโจเป็นตัววิ่งเพราะเขาวิ่งได้เร็วทั้งที่ตัวใหญ่ ทำให้มีแรงปะทะมากต้องใช้ฝ่ายตรงข้ามไม่น้อยกว่า2-3คนถึงจะหยุดเขาได้

“พอดีข้อเท้าเจ็บนะ แต่ไปสิ เดี๋ยวฉันจะได้เอาของไปฝากนายตอนนั้นเลย” โจชวน

“ก็ได้ งั้นเจอกันพรุ่งนี้ที่สนามนะ”

“O.K. เจดแล้วเจอกัน” โจมองตามร่างบางนั้นไป แล้วพึมพำกับตนเอง ‘ขอโทษนะเจดฉันไม่อยากให้นายมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรอก แต่ฉันจำเป็น แค่ครั้งเดียวนะเจด’ โจรู้ว่าเจดดีกับเขามาตลอด ระยะหลังเมื่อเขาเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้เขาจึงห่างออกมา เขาไม่อยากให้เจดรู้ ถ้าเจดรู้คงจะเกลียดเขา เขาไม่อยากให้สายตานั้นเปลี่ยนไป เจดเป็นคนเดียวที่เขาแคร์และระวังที่จะไม่ให้เข้ามาข้องเกี่ยว เพียงครั้งนี้เท่านั้น!

---------------------------------------------

“อลิเซีย” เจดร้องทักเมื่อเข้าไปในห้องสมุด

“เจด ดีใจจริงที่มากำลังคิดถึงอยู่เชียว สอบเป็นไงบ้างจ๊ะ?”

“สบายมากครับ ผมมาลาครับอลิเซีย พรุ่งนี้วันแข่งกีฬาผมอาจไม่ได้แวะมา ผมไม่แน่ใจว่าคุณจะอยู่หรือเปล่า”

“อยู่จ๊ะ แต่หลังจากนั้นอาทิตย์นึงห้องสมุดจะปิดซ่อมบำรุงน่ะ เฮ้อ ! คงคิดถึงเธอแย่เลยนะจ๊ะนี่ หลังจากจบไปแล้วอย่าลืมแวะมาเยี่ยมบ้างนะจ๊ะ”

“ครับ ขอบคุณนะครับอลิเซีย สำหรับที่คอยช่วยผมมาตลอด” เจด กอดอลิเซียแน่น

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะพาเจดมาเยี่ยมคุณบ่อยๆ” เสียงดังมาจากด้านหลัง

“อเล็กซ์” เจดหันไปพบร่างสูงยืนอยู่ข้างหลัง แล้วก็เขินเมื่ออลิเซียทำตาโตมองทั้งคู่สลับไปมาก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อเข้าใจเรื่องทั้งหมด

“ดีจริง” เธออุทาน “ฝากเจดด้วยนะคะ”

“ครับผม” อเล็กซิส รับคำเสียงหนักแน่น ขณะที่เจดอายจนหน้าแดง

“อเล็กซ์ งานเสร็จแล้วหรือครับ” เจดหันมาทางชายหนุ่ม พลางเปลี่ยนเรื่องพูด

“เหลืออีกนิดหน่อยนะ พรุ่งนี้ก็คงเสร็จ”

“งั้นพรุ่งนี้ผมมาช่วยนะครับ”

“ไม่ต้องหรอก เจด พรุ่งนี้ผมจะมาที่ห้องสมุดแล้วคงอยู่นี่ทั้งวัน งานจะได้เสร็จ คุณมาเดี๋ยวผมวอกแวก เสียสมาธิหมด”

“อเล็กซ์” เจดอุทาน เมื่อคำพูดของอเล็กซิสทำให้เจดนึกถึงครั้งหนึ่งที่เขามาช่วยที่ห้องสมุด แล้วชายหนุ่มก็จุมพิตขอบคุณอย่างร้อนแรงจนทำให้อะไรอะไรเกือบเลยเถิดไป จนเกือบหาข้อแก้ตัวไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงอลิเซียร้องเตือนถึงเวลาปิดห้องสมุด

อเล็กซิสอมยิ้มอย่างไม่สนใจว่าคนได้ยินจะคิดยังไง หันกลับไปบอกลาอลิเซีย

“ไปก่อนนะครับ พรุ่งนี้คงต้องรบกวนอีกวัน” แล้วดึงร่างบางออกมา ทำให้อลิเซียมองตามอย่างขำๆ

“วันนี้ไปกินข้าวข้างนอกมั้ย? หรือจะไปที่คราวส์” อเล็กซิสถามร่างที่เดินมาข้างๆ เจดนิ่งคิด คราวส์ จุดชมวิวของเมืองหรือ ไม่เอาดีกว่าคราวก่อนอเล็กซิสพาเขาไปปิคนิคตอนเย็นที่นั่น เขาเกือบถูกปล้ำบนนั้นถ้าไม่มีคนอื่นเข้ามาเสียก่อน ที่ร้านอาหารน่าจะปลอดภัยกว่า เจดเลือก

“ร้านอาหาร” อเล็กซิสมองเจดอย่างรู้ทัน คิดในใจปล่อยไปก่อนแล้วกันเดี๋ยวพรุ่งนี้งานเสียหมด ชายหนุ่มคิดในใจก่อนจะตามใจร่างบางนั้น เจดยิ้มแล้วเงยหน้ามองอเล็กซิสช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาอเล็กซิสอยู่ข้างเขาตลอดเวลา คอยดูแลเขาทำให้เขามีความสุขมาก เจดกอดแขนของชายหนุ่มไว้แน่นถ้าเขาต้องสูญเสียอเล็กซิสไป เขาจะทำยังไง

อเล็กซิสก้มหน้าลงมอง แล้วแกล้งถอนใจก่อนถามเจด “กลับห้องดีกว่ามั้ง อย่างนี้นะ” เจดเงยหน้ามองอย่างงงๆ ก่อนจะเข้าใจเมื่อเริ่มเห็นแววปราถนาที่เริ่มจะคุ้นเคย รีบคลายแขนออกทันที แล้วบอกเสียงเข้ม

“ร้านอาหาร” ก่อนเดินนำหน้าไป ทิ้งให้อเล็กซิสหัวเราะตามหลัง

--------------------------

วันแข่งกีฬา

อเล็กซิสใช้กล้องส่องดูสภาพของสนามกีฬาโดยรอบจากห้องเอกสารฯ เขาสบถในลำคอเมื่อเห็นคนจำนวนมาก อย่างนี้ถ้าหาไม่เจอจะทำยังไง ตำรวจที่เฝ้าดูทางเข้าออกก็ยังไม่เห็นโคลแมนเข้ามาเลย อเล็กซิสคิด แต่เกมฟุตบอลเริ่มแล้วมันต้องเข้ามาแล้วแน่ๆ เพราะเกมดึงคนเข้ามาดูที่สนามจำนวนมาก คนที่เมืองนี้ก็บ้าอเมริกันฟุตบอลไม่แพ้เมืองไหนๆ เหมือนกัน ทำให้ตอนนี้อเล็กซิสต้องกวาดสายตาไปรอบๆ อย่างระมัดระวังมากขึ้น ด้วยความกลัวว่าจะเผลอละเลยจุดเล็กๆน้อยๆไป เขาต้องการเพียงรูปถ่ายการส่งมอบของ เพื่อเป็นหลักฐานเท่านั้น การจับกุมเป็นหน้าที่ของตำรวจท้องที่ ซึ่งคงต้องระมัดระวังเพราะคนมากเหลือเกิน
อเล็กซิสหยุดกล้องไว้ ในที่สุดก็โผล่หัวออกมา เขาเห็นโคลแมนแล้ว เขาหยิบวิทยุรายงาน

‘ผมเห็นเขาแล้ว เป้าหมาย 1 แล้วคนคุ้มกันอีก 2 มีกระเป๋าใบใหญ่มา 2 ใบ สีดำเหมือนกระเป๋านักกีฬา สินค้าน่าจะอยู่ในนั้น ’

‘บอกตำแหน่ง’

‘กำลังเดินไปที่อัฒจรรย์ด้านซ้าย’

‘เห็นผู้ติดต่อหรือยัง’

‘ยัง เขาเดินไปนั่งบนอัฒจรรย์แล้ว ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง แล้วจะติดต่อใหม่’

อเล็กซิสรอสักครู่เห็นนักกีฬาคนหนึ่งเสื้อสีขาว-น้ำเงิน เบอร์ 88 ถือกระเป๋าใบหนึ่งไปด้วย แล้วทรุดตัวนั่งข้าง เขาสบถในใจนักศึกษาจะไปเอาเงินที่ไหนมาซื้อสินค้าต้องมีคนอยู่เบื้องหลังอีกแน่ เขารายงานความเคลื่อนไหวเข้าไปอีกรอบ คราวนี้ทางนั้นเงียบไปชั่วครู่ ก่อนตอบกลับมา

‘เปลี่ยนแผน เราต้องการตัวคนซื้อตัวจริง ปล่อยให้แลกเปลี่ยนสินค้าไปก่อน ทางผมจะรวบตัวโคลแมนตอนออกมาจะได้ไม่ต้องระวังลูกหลงไปถูกผู้คนด้วย คุณตามคนซื้อไปดูว่าเขามอบของให้ใคร’

‘ตกลง เตรียมตัวได้ มันลุกขึ้นแล้วไปทางซ้าย ผ่านสวนดอกไม้ กำลังเดินออกประตูหลังมหาวิทยาลัยไป ทางคุณพอดี’

‘O.K. เราเห็นเป้าหมายแล้ว เลิกกัน’
อเล็กซิส วกกล้องกลับมาที่คนซื้อ ยังอยู่ที่เดิมเหมือนกำลังรอใคร เขาจ้องไม่วางตาหรือจะเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังอีกที อเล็กซิสเฝ้าดูอย่างระวัง

“เจด ฉันอยู่นี่” เจดเงยหน้าขึ้นไปแล้วก้าวขึ้นไปบนอัฒจรรย์

“นายไม่ได้ลงจริงๆด้วย เจ็บข้อเท้ามากเลยหรือ”

“ไม่มากหรอก ถึงยังได้นั่งเป็นตัวสำรองใส่เสื้อเบอร์ 88 นี่ไง” เจดยิ้มแล้วนั่งดูฟุตบอลต่อ จนจบควอเตอร์ที่สองและเป็นการพักครึ่งเวลาพอดี ทีมของโจยังตามคู่แข่งอยู่ 14-7 กลางสนามเริ่มมีการแสดงโชว์ของบรรดาปอม ปอม เกิร์ล

“ถ้านายลงได้ก็ดีสิ สถานการณ์คงเปลี่ยน” เจดพูด

“นายเชื่อฝีมือฉันขนาดนั้นเชียว” โจพูด

“เชื่อสิ นายอาจจะทำอะไรไม่ได้หลายอย่าง แต่ไม่ใช่กับอเมริกันฟุตบอล ฉันรู้ว่านายเก่ง”

“ขอบใจ แต่ไม่เป็นไร พอเริ่มครึ่งหลัง ควอเตอร์ที่สาม คราวนี้ทีมฉันเป็นฝ่ายบุกก่อนนะ แค่ทัชดาวน์เดียวก็ตามทันแล้ว” แล้วโจก็เปลี่ยนเรื่อง

“เอ่อ ตอนนี้พักครึ่งอยู่ฉันเอาของไปไว้ที่ห้องนายก่อนได้มั้ย พอเลิกอาจต้องไปกับเพื่อนต่อ”

“ได้สิ ไปเลยก็ได้ ของอยู่ไหนล่ะ” เจดตอบพลางลุกขึ้น

“อยู่นี่ไง” ชี้ไปที่กระเป๋าใบใหญ่ 2 ใบข้างๆ แล้วลุกขึ้นถือ

“ชั้นช่วยใบหนึ่ง” เจดเอื้อมมือออกไป

“ไม่ต้อง นายตัวแค่นี้ถือไม่ไหวหรอก มันหนักเดี๋ยวหล่นลงไปไม่ถึงมือเด็กๆ กันพอดี” เจดหัวเราะพลางบ่น

“ดูถูกกัน ฉันไม่ได้ตัวเล็กมากอย่างนั้นสักหน่อย” แล้วเดินลงจากอัฒจรรย์

อเล็กซิสวางกล้องในมืออย่างอ่อนแรง เจดหรือ เจดเข้ามาเกี่ยวข้องอะไรด้วยหรือเปล่า นี่ต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดแน่ๆ เขาสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงวิทยุ

‘เป้าหมายที่นี่ถูกจับแล้ว ทางคุณล่ะ’

‘เขาออกจากสนามกีฬาแล้ว ตรงไปที่หอพักนักศึกษา ผมจะรอดูสักพัก’ อเล็กซิสตอบ

‘ตกลง ระวังสินค้าเปลี่ยนมือด้วย’

‘เขาออกมาแล้ว ไม่มีของออกมาด้วยคงอยู่ข้างใน ผมจะเข้าไปดู’ อเล็กซิสเก็บกล้อง เมื่อมองเห็นเจดกับโจเดินออกมาด้วยกันอีกครั้ง

‘ตกลง’

หลังจากรอให้เจด และโจเดินออกจากหอพัก อเล็กซิสก็ออกจากห้องสมุด เขาสอบถามคนดูแลหอพักเพียงเล็กน้อยก็รู้ว่าโจก็พักที่หอเกรย์ เพียงแต่คนละชั้นกับเจดเท่านั้น และโจไม่ได้กลับมาที่หอพักมาหลายวัน ทำให้อเล็กซิสไม่เคยพบหน้าโจเลย นอกจากนี้พรุ่งนี้โจก็ต้องย้ายออกแล้ว แสดงว่าจะต้องมีการส่งมอบของต่อภายในวันสองวันนี้แน่ อเล็กซิสใช้กุญแจผี เปิดเข้าไปในห้องโจอย่างระวัง กวาดสายตาไปรอบๆ เริ่มค้นหา เขาไม่พบอะไรที่ผิดปกติ และก็ไม่พบกระเป๋า 2 ใบนั่นด้วย อเล็กซิสรู้สึกวูบในใจอย่างประหลาดก่อนออกจากห้องโจ เขาเดินกลับไปที่ห้องเจดพร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้ง

เขาเปิดประตูเข้าไป กวาดสายตาค้นหากระเป๋าแล้วก็พบมันถูกวางไว้ที่ใต้เตียงทั้ง 2 ใบ เขาเปิดออกดู แล้วก็เม้มริมฝีปากแน่นอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ เมื่อพบเฮโรอีนบริสุทธ์จำนวนหลายสิบกิโลกรัมถูกซุกซ่อนอยู่ภายใต้เครื่องกีฬาเก่าๆ ทั้งสองกระเป๋า เขารูดซิบเก็บกระเป๋าไว้ที่เดิม แล้วรอ

ค่ำแล้ว เจดคิดถึงอเล็กซิสงานเสร็จหรือยังนะ เขาแวะไปหาที่ห้องสมุดกลับพบว่าเขาออกมาตั้งแต่บ่าย คงไปหาโปรเฟสเซอร์ทิลล์ล่ะมั้ง เขาเปิดประตูห้องเข้าไปแล้วเปิดไฟ หันกลับมาก็ต้องสะดุ้ง แล้วยิ้มอย่างดีใจ

“อเล็กซ์ ทำไมนั่งอยู่มืดๆล่ะครับ?” เขาทักโดยไม่ทันสังเกตสีหน้าของชายหนุ่ม

“เจด คุณไปไหนมา?” อเล็กซิสถามเสียงเย็นชา

“ผมไปดูกีฬากับเพื่อนมา แล้วไปหาคุณที่ห้องสมุด แต่อลิเซียบอกว่าคุณออกมาตั้งแต่บ่าย งานเสร็จแล้วหรือครับ”

“ยัง มีเรื่องต้องทำต่อ” เจดมองอย่างสงสัยเมื่อเห็นทีท่าของอเล็กซิสแปลกไป

“อเล็กซ์ เป็นอะไรไป?” เจดสบสายตาเขาแล้วก็ใจหายเมื่อเห็นความเย็นชา ที่มองมาที่เขาเหมือนเป็นคนแปลกหน้า

“อเล็กซ์ เกิดอะไรขึ้น?” ชายหนุ่มยังนั่งนิ่งอยู่ก่อนถาม

“เจดคุณมีเรื่องที่ปิดบังผมอยู่หรือเปล่า?”

“หมายความว่ายังไง?” เจดไม่เข้าใจความหมาย

“ผมหมายถึงเรื่องที่คุณมีความลับกับผม ผมสามารถช่วยคุณได้นะ เพียงแต่คุณพูดออกมา เราจะช่วยกันแก้ปัญหา คุณเชื่อใจผมได้”

“อเล็กซ์ คุณพูดอะไร? ผมไม่รู้เรื่อง” ถอยหลังพร้อมกับยกมือกอดอกตัวเองอย่างปกป้องเมื่อเห็นท่าทีแข็งกร้าวนั้น เกิดอะไรขึ้นกับอเล็กซิส สีหน้าและแววตาคุกคามอย่างนี้เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
อเล็กซิสยืนนิ่งขึงเมื่อได้ยินคำปฏิเสธนั้น เขามองเจดอย่างผิดหวัง

“ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่มีอะไร ผมเหนื่อยจะอาบน้ำก่อนนะ” อเลกซิสคว้าผ้าเดินเข้าห้องน้ำ เปิดฝักบัวอย่างแรงแล้วยืนสงบสติอารมณ์

‘เจด ผมจะทำยังไง? ’ เขาคิดอย่างเจ็บปวดความรักกับหน้าที่ เขาจะเลือกอะไร

อเล็กซิสเดินออกมาจากห้องน้ำ เดินผ่านเจดที่ยังยืนนิ่งอยู่กลางห้องไปเขาทิ้งตัวลงนอนหันหลังให้เจดเป็นครั้งแรก เจดถอยหลังไปนั่งที่เก้าอี้ ยกเข่าขึ้นมานั่งกอดไว้ร่างเล็กรู้สึกถึงความเหน็บหนาวจนพยายามให้ความอบอุ่นแก่ตนเอง ในใจของเจดเจ็บปวดยิ่งนัก

เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา? เกิดอะไรขึ้นกับอเล็กซิส? เขาถึงเปลี่ยนไป เจดหลับตาสะอื้นเมื่อคิดถึงแววตาที่เย็นชานั้น หรือพอสมหวังแล้วอเล็กซิสก็หมดรักเขาแล้ว เขาปิดริมฝีปากไว้แน่น เพียงแค่คิดเจ็บร้าวไปหมด เจดซบศีรษะลงกับเข่าร้องให้อย่างเงียบๆ

อเล็กซิสนอนฟังเสียงสะอื้นนั้น สะกดความรู้สึกอยากปลอบโยนไว้จนกระทั่งลมหายใจนั้นแผ่วเบาสม่ำเสมอขึ้นเขามองไปที่เด็กหนุ่ม ลุกขึ้นอุ้มร่างบางมาที่เตียงวางลงอย่างนุ่มนวล เขาจะต้องกันเจดออกจากเรื่องนี้ เขาคาดว่าเจดอาจทำเพียงเพราะต้องการเงินเท่านั้นไม่น่ามีเหตุผลอื่น แต่โทษของการค้ายาเสพติดในรัฐนี้รุนแรงนัก เขาทนเห็นเจดรับโทษไม่ได้แต่ก่อนอื่นต้องดูว่าคนซื้อที่อยู่เบื้องหลังเป็นใคร เขาคงต้องออกจากสถานการณ์นี้แล้วซุ่มดูสักพัก

เจดลืมตาตื่นขึ้นมา มองไปรอบห้องอเล็กซิสไม่อยู่แล้ว เจดใจหายวูบตั้งแต่ที่ชายหนุ่มดึงดันจะมาค้างด้วย เขาไม่เคยออกไปโดยไม่ลา แล้วเช้านี้ล่ะ เจดหันไปมองข้าวของส่วนตัวบางชิ้นของเขายังอยู่ แล้วจึงเห็นโน๊ตวางอยู่ข้างๆหมอน

‘ผมไปทำงาน รอผม 2-3 วันนะจะรีบกลับมา ผมรักคุณ’

เจดกอดโน๊ตแผ่นนั้นไว้กับอกยิ้มทั้งน้ำตา กระซิบกับความว่างเปล่า

‘ผมจะรอ ผมก็รักคุณ’

---------------------------

“เจด คุณจะต้องออกจากหอพักแล้วนะครับ เลยเวลาที่คุณแจ้งย้ายออกมา 2 อาทิตย์แล้ว” แอล คนดูหอพักบอกกับเด็กหนุ่ม เขารู้ว่าร่างบางตรงหน้ากำลังรอใครสักคน เพราะทุกวันจะไม่เคยออกจากหอพักไปไหน นอกจากจะออกไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้สายตาจับจ้องทางเข้าด้วยความหวัง แต่ใครคนนั้นก็ไม่มาสักที เจดสบตาที่มองมาอย่างเห็นใจ เขารู้วาแอล อนุโลมกับเขามากเป็นพิเศษแล้ว

“ถ้าคนที่จะเข้ามาอยู่แทนคุณไม่แจ้งเข้ามา ผมจะให้คุณอยู่ต่อไปก่อนก็ได้ครับ แต่นี่เขาแจ้งมาแล้ว” แอลบอก

“ขอบคุณครับ แอล ผมจะไปวันพรุ่งนี้” เจดตัดสินใจบอกแล้วก็แทบขาดใจ เลยเวลามานานมากแล้ว อเล็กซิสก็ยังไม่กลับมา

ทำไม? เจดถามในใจ คำพูดที่เคยกระซิบบอกเขาครั้งแล้วครั้งเล่าเป็นเพียงคำโกหกหลอกลวงงั้นหรือ ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความต้องการทางร่างกาย ไม่มีอะไรสำคัญเลยใช่ไหม หรือป่านนี้เขาคงนั่งหัวเราะอยู่กับใครคนอื่นอยู่หรือเปล่า เจดคิดอย่างเจ็บปวดใจ

เจดคิดถึงอลิเซีย เมื่ออลิเซียรู้เรื่องนี้เมื่ออาทิตย์ก่อนเธอได้ลงทุนไปถามหาอเล็กซิสกับโปรเฟลเซอร์ทิลล์ แต่แล้วกลับมาบอกอย่างเจ็บแค้นว่า อเล็กซิสลาออกไปตั้งแต่มหาวิทยาลัยปิด ทำไมอเล็กซิสถึงโกหกเขาว่าจะไปทำงาน หมายความว่าเขาตั้งใจจะไปตั้งแต่ตอนนั้นหรือ ทำไมถึงบอกให้เขารอ เจดแทบขาดใจเมื่อได้คำตอบนั้น

อลิเซียบอกให้เจดลืมเสีย มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกนะ

เจดมองไปทั่วห้อง เขาอยู่ที่นี่เพราะความทรงจำที่แสนหวานระหว่างเขากับอเล็กซิส แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไป ไม่มีอีกแล้ว ไม่มีอเล็กซิสอีกต่อไป

คืนนั้นเจดนอนร้องให้ หัวใจของเขาแตกสลาย เจดรู้มันจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีก ยามเช้าได้มาถึงพร้อมกับความหวังที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดวูบสลายไป

ตอนนี้เขาอยู่เพียงตัวคนเดียว ไม่มีใครอีกแล้ว

TBC

0 Comments:

Post a Comment

<< Home