jade4
By SF
“เจด อาหารเย็นครับ” อเล็กซิสเคาะประตูห้องเจด เมื่อเห็นเขาเก็บตัวอยู่ห้องตลอดวัน เจดเปิดประตูออกมา อเล็กซิสจึงพูดด้วยน้ำเสียงแกมขอร้อง
“เจด อาหารเย็นครับ” อเล็กซิสเคาะประตูห้องเจด เมื่อเห็นเขาเก็บตัวอยู่ห้องตลอดวัน เจดเปิดประตูออกมา อเล็กซิสจึงพูดด้วยน้ำเสียงแกมขอร้อง
“ลงไปกินข้างล่างกันนะครับ” แล้วหันหลังเดินนำหน้าออกไป เจดยืนนิ่งเมื่อเห็นท่าทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นของอเล็กซิสหลังจากที่ได้คุยกันในตอนเช้า
ใช่ตอนนี้คงไม่มีอะไรที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้แล้ว เวลามันผ่านมาตั้งเนิ่นนาน เขาควรจะให้มันผ่านไปซะ ความสัมพันธ์ตอนนี้คงเป็นเพียงแค่ การที่เขาต้องอยู่ในความดูแลของอเล็กซิสในฐานะพยานกับบอดี้การ์ดเท่านั้น เจดคิดในใจแล้วเดินตามไปช้าๆ
ทั้งคู่นั่งกินอาหารกันเงียบๆ เพียงสองคน อเล็กซิสพยายามชวนคุยด้วยเสียงเรื่อยๆ อ่อนโยน ทำให้ไม่อึดอัดนัก เมื่อเจดถามถึงมาร์คัส อเล็กซิสก็บอกแต่เพียงว่ามาร์คัสต้องออกไปทำงานบ้างเป็นบางวัน ในระหว่างนั้นในบ้านจะมีพวกเขาเพียงสองคนเท่านั้น ทำให้เจดเงียบไป เมื่อกินเสร็จเจดก็ลุกขึ้นจะกลับห้องแต่อเล็กซิสฉวยข้อมือบางไว้
“ดื่มกาแฟกับผมก่อนได้ไหม” เจดมองอเล็กซิสแล้วถอนใจ แต่ก็ยอมเอื้อมมือไปรับแก้วกาแฟแล้วลุกจากเก้าอี้ไปที่หน้าเตาผิง เขานั่งลงกับพรมหนานุ่มหยิบหมอนมากอด ก่อนจะมองไปที่เปลวไฟแล้วยกกาแฟขึ้นจิบ
อเล็กซิสทรุดตัวลงนั่งในระยะห่างพอควร ทั้งคู่นั่งอยู่เงียบๆ ครู่ใหญ่ก่อนที่อเล็กซิสจะเอ่ยก่อน
“หลังจากนั้นคุณทำอะไรบ้าง เจด” เจดหันมามองวางแก้วกาแฟลง มองชายหนุ่มด้วยสายตาเย็นชา
“คุณจะรู้ไปทำไม” ก่อนที่เขาจะทันลุกขึ้น อเล็กซิสจับข้อมือเล็กนั้นไว้อีกครั้ง แล้วมองด้วยแววตาขอร้องและจริงใจ
“ผมเพียงอยากรู้เลยถามเท่านั้น ไม่ได้มีความหมายอื่น เล่าไม่ได้หรือครับ” เจดสบตาจริงใจอเล็กซิส แล้วก็ถอนใจ เบี่ยงตัวหันข้างให้ก่อนจะเริ่มเล่า
“ผมยังตั้งหลักไม่ถูก จึงกลับไปที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แล้วช่วยซิสเตอร์ดูแลเด็กที่นั่นอยู่พักหนึ่งก่อนจะได้งานทำในเมืองนั้น ชีวิตที่นั่นเรียบง่าย แม้จะไม่มีอะไรสมบูรณ์พร้อม แต่ชีวิตคนก็เลือกมากไม่ได้” เจดถอนใจ
“ผมคิดว่าจะอยู่ที่นั่นตลอดไป ถึงแม้ซิสเตอร์จะบอกให้ผมหางานดีๆ ทำและให้คิดถึงอนาคตของตนบ้างแต่ผมก็ยังอยากอยู่ที่นั่นมากกว่า" เจดเงียบไปชั่วครู่ดวงตาคู่สวยหม่นลงเมื่อเล่าต่อด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ
"ในปีต่อมาฤดูหนาวหนาวจัดและยาวนานมาก ทำให้เด็กๆ ไม่สบายกันหลายคน ผมกับซิสเตอร์ต้องช่วยกันดูแลเด็กๆ แต่พอพวกเขาดีขึ้น ซิสเตอร์กลับล้มป่วยลง คงเป็นเพราะผมไม่เคยสังเกตเลยว่าท่านทำงานหนักแค่ไหน ไม่นานท่านก็เสียชีวิตลง” เจดสูดลมหายใจลึกๆ เขาโทษตัวเองตลอดมาในเรื่องนี้
“หลังจากนั้นผมก็ออกจากงาน พยายามดูแลเด็กๆ แทนท่าน แต่ผมก็อายุน้อยเกินไปทางการก็เลยสั่งปิดสถานเลี้ยงเด็กนั่น เด็กๆ ถูกส่งต่อไปอยู่ที่อื่น ผมไม่สามารถดูแลทุกคนได้ ทุกคนจากไปจนหมด ทิ้งไว้แต่ตึกเก่าๆ ที่รอเวลาจะถูกทุบทิ้ง”
เสียงเจดขาดหายไป เมื่อนึกถึงเด็กๆ แต่ละคนที่จากไป ทุกคนมองเขาด้วยแววตาเสียใจ เขาได้หวังว่าที่ที่เด็กไปอยู่จะมีคนที่รักและเป็นห่วงพวกเขาอย่างจริงใจ
“แล้วหลังจากนั้นล่ะ”
“ผมก็จากมาเช่นกัน ไม่มีใครอยู่แล้ว ผมไม่จำเป็นต้องทุ่มเทอะไรให้ใครอีกแล้ว” อเล็กซิสซ่อนแววตาไว้ มือเกร็งจับถ้วยกาแฟแน่น เจด ตอนนี้คุณมีผมแล้วนะ เขาคิดในใจ เขาอยากอยู่ที่นั่นเพื่อดูแลเจด แต่เขาก็ย้อนอดีตไปไม่ได้
“หลังจากนั้นผมก็ออกจากเมืองนั้นมา แล้วก็ได้งานที่ Silver tower เหตุการณ์หลังจากนั้นคุณก็น่าจะรู้หมดแล้วนี่ ผมเห็นคนวางระเบิด เมื่อเจย์อยากให้ผมเป็นพยานให้ ผมก็รับปากมันก็แค่นั้น” เจดนั่งกอดเข่าเงียบไป เขารู้สึกว้าเหว่เหลือเกิน เหตุการณ์แต่ละอย่างย้อนกลับมาจนเหมือนนั่งดูหนังม้วนเก่า เขาพึมพำออกมาว่า
“ทุกคนมักจะจากผมไปเสมอ บางทีการอยู่คนเดียวก็ดีกว่า ไม่ต้องกังวลหรือเป็นห่วงใคร” อเล็กซิสมองเงาร่างโดดเดี่ยวนั้น แล้วผมล่ะเจด เขาคิดในใจ แต่ไม่กล้าถามออกไป ร่างตรงหน้าเขาบอบบางแต่เพียงกายเท่านั้น แต่ใจของเจดแข็งแกร่งนัก เจดต่อสู้กับเหตุการณ์ร้ายๆ มามากกว่าจะผ่านพ้นมาได้อย่างงดงาม อเล็กซิสคิดอย่างเสียใจเมื่อตระหนักว่าเขาก็เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ร้ายนั้นสำหรับเจด เจดจะสามารถยกโทษให้เขาได้หรือไม่นะ
“ดึกแล้ว ไปนอนเถอะ” อเล็กซิสกล่าวชวนก่อนที่จะเดินมาส่งเจดที่ประตูห้อง แล้วกล่าวราตรีสวัสดิ์ เจดปิดประตูห้องไปนานแล้วแต่อเล็กซิสยังยืนมองที่หน้าห้องอีกเนิ่นนาน เขายังไม่ยอมแพ้ เจดเคยรักเขามาแล้ว ทำไมเขาจะทำให้เจดรักเขาอีกครั้งหนึ่งไม่ได้ อเล็กซิสมองไปที่ประตูห้องอย่างหมายมาด เขาจะไม่มีวันปล่อยเจดให้หลุดมือไปอีกครั้งแน่
--------------------------------------
อีกสองอาทิตย์ต่อมา เจดนั่งอยู่ในห้องพักผ่อน เขาพลิกหนังสือไปมาคนเดียวอย่างหงุดหงิด อเล็กซิสหายเข้าไปในห้องสมุดทั้งวันเพราะต้องไปดูเอกสารสำคัญกองใหญ่ที่มาร์คัสหอบกลับมาจากบริษัท อาหารเที่ยงชายหนุ่มก็ขอผ่าน ปล่อยให้เขากินกับมาร์คัสแค่สองคน เจดถอนหายใจอีกครั้งขณะมองไปที่ประตูห้อง
--------------------------------------
อีกสองอาทิตย์ต่อมา เจดนั่งอยู่ในห้องพักผ่อน เขาพลิกหนังสือไปมาคนเดียวอย่างหงุดหงิด อเล็กซิสหายเข้าไปในห้องสมุดทั้งวันเพราะต้องไปดูเอกสารสำคัญกองใหญ่ที่มาร์คัสหอบกลับมาจากบริษัท อาหารเที่ยงชายหนุ่มก็ขอผ่าน ปล่อยให้เขากินกับมาร์คัสแค่สองคน เจดถอนหายใจอีกครั้งขณะมองไปที่ประตูห้อง
มาร์คัสมองร่างบางตรงหน้าแล้วก็ปลอบ “อีกไม่นานก็คงเสร็จครับ”
“อะไรนะ” เจดหันมาถามอย่างงงๆ กับประโยคที่พูดขึ้นมาลอยๆของมาร์คัส
“คุณอเล็กซิสไงครับ ถ้าไม่ใช่งานด่วน เจ้านายคงไม่ปล่อยให้คุณกินอาหารเที่ยงกับผมแค่สองคนหรอก” มาร์คัสพูดจบก็อมยิ้มแล้วเดินออกไปโดยไม่รอดูผลงาน เจดหน้าแดงเมื่อมาร์คัสพูดเหมือนตอบคำถามในใจของเขา
นี่เขาแสดงออกชัดอย่างนั้นเชียว เจดตกใจเมื่อรู้ตัวว่าเขากำลังคอยอเล็กซิสจริงๆ คงเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมานี้อเล็กซิสอยู่เป็นเพื่อนเขาแทบตลอดเวลา ทำให้เจดรู้สึกว่ากำลังรู้จักอเล็กซิสในแง่มุมใหม่ๆ อย่างเช่นตอนที่โมโหหรืออารมณ์เสียเวลาลูกน้องไม่ได้อย่างใจ ทำให้เขารู้ว่าอเล็กซิสเองก็อารมณ์ร้อนเหมือนกัน แต่บางครั้งเขาก็ดูอ่อนโยนเวลาที่ดูแลสัตว์ตัวเล็กๆที่บาดเจ็บหรือพลัดหลงเข้ามาในเขตบ้าน
เจดถอนใจผ่านมา 2 อาทิตย์เขาคงเริ่มชินกับอเล็กซิสล่ะมั้ง เจดพบว่าอเล็กซิสเป็นเพื่อนคุยที่สนุก แต่ก็มีขัดแย้งกันบ้างทำให้ถึงกับโต้เถียง เพราะต่างคนต่างไม่ยอมแพ้กัน นอกจากนี้เจดยังเป็นนักอ่านตัวยงขณะที่ตัวอเล็กซิสก็อ่านได้ทุกเรื่อง ทำให้พวกเขาผลัดกันจนด้วยเหตุผลของอีกฝ่ายหนึ่งเป็นประจำ
เจดถอนใจผ่านมา 2 อาทิตย์เขาคงเริ่มชินกับอเล็กซิสล่ะมั้ง เจดพบว่าอเล็กซิสเป็นเพื่อนคุยที่สนุก แต่ก็มีขัดแย้งกันบ้างทำให้ถึงกับโต้เถียง เพราะต่างคนต่างไม่ยอมแพ้กัน นอกจากนี้เจดยังเป็นนักอ่านตัวยงขณะที่ตัวอเล็กซิสก็อ่านได้ทุกเรื่อง ทำให้พวกเขาผลัดกันจนด้วยเหตุผลของอีกฝ่ายหนึ่งเป็นประจำ
อันที่จริงแล้ว เมื่อก่อนเขากับอเล็กซิสมีเวลาอยู่ด้วยกันเพียงแค่ระยะสั้น ไม่มีเวลาทำความรู้จักและเรียนรู้กันมากนักจนกระทั่งต้องจากกัน คราวนี้อเล็กซิสทำเหมือนกับคนเริ่มทำความรู้จักใหม่ ให้เขาได้เห็นสิ่งต่างๆ ที่ไม่เคยรู้เมื่อ 5 ปีก่อน ชายหนุ่มทำตัวเป็นเพื่อนที่น่ารัก
“น่ารัก” เจดสะดุ้งอีกครั้ง บ้าจริงเขาคิดอะไรนะ จะหาเรื่องเจ็บปวดอีกหรือไง เจดพยายามคิดถึงความโกรธแค้น ความเสียใจในอดีตเพื่อมาปกป้องตนเองแต่กลับพบว่ามันจางลงไปมาก เขาเริ่มทบทวนอีกครั้ง ‘จริงสินะ ไม่ใช่เขาเพียงฝ่ายเดียวที่สูญเสีย อเล็กซิสก็เช่นกัน เมื่อ 5 ปีก่อนแม้เขาจะไม่ไว้ใจเราแต่เขาก็พยายามช่วยเหลือในแบบของเขา จนบาดเจ็บ’ เจดวูบลึกลงไปในอก เมื่อเขารู้ตัวว่าทำเหมือนคนใจดำ ที่ไม่เคยถามอเล็กซิสเลยว่าตอนนั้นเขาบาดเจ็บแค่ไหน แล้วอเล็กซิสคิดยังไงตอนที่นอนรักษาตัวรอเขาไปเยี่ยม แต่เขาก็ไม่ได้ไป ร่างบางจมอยู่ในภวังค์จนไม่ทันรับรู้ถึงสายตาอ่อนโยนที่มองตรงมา อเล็กซิสยืนมองเจดจากประตู เจดกำลังคิดอะไรอยู่นะ เขาอยากรู้เหลือเกินว่าเจดจะมีเขาอยู่ในความคิดบ้างหรือเปล่า อเล็กซิสรู้ว่าแม้เจดจะเริ่มอ่อนลง แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขายังเปราะบางนัก เขาต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เจดตั้งกำแพงขึ้นมาอีกครั้ง “เจด” อเล็กซิสเรียก เจดค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง อเล็กซิสกระพริบตาอย่างไม่แน่ใจนักเมื่อมองเห็นแววตาหวั่นไหวคู่นั้น แล้วกลับเรียบเฉยเช่นเดิม เขาถอนใจ “มีอะไรหรือครับ อเล็กซ์” เจดเผลอเรียกชื่อชายหนุ่มอย่างที่เคยเรียก ทำให้อเล็กซิสตาเป็นประกายวูบ “ผมต้องไปทำธุระสัก 2-3 วันนะครับ ช่วงที่ผมไม่อยู่มาร์คัสจะคอยดูแลคุณเอง”
“มีอะไรสำคัญเรื่องคดีหรือเปล่าครับ” เจดกังวล
“ไม่เกี่ยวกันหรอก ธุระส่วนตัวน่ะ”
แววตาของเจดอ่อนไหววูบหนึ่งเมื่อได้ยินคำว่าส่วนตัว เขาใช้เวลาอยู่กับอเล็กซิสตามลำพังมาหลายวัน จนลืมไปว่าเวลาที่ผ่านมาตั้งนานแล้วอเล็กซิสอาจมีใครสักคนในชีวิตเขาแล้วก็ได้ “อืมม์ เดินทางโดยปลอดภัยนะครับ” เจดพูดด้วยน้ำเสียงเหงาๆ แล้วมองเหม่อออกไปที่หน้าต่างบานกว้าง อเล็กซิสมองร่างบางที่นั่งโดดเดี่ยวกลางห้อง แล้วอยากรู้เหลือเกินว่าในหัวใจของร่างบางนั้นคิดอะไรอยู่ แต่แล้วก็ตัดใจปิดประตูตามหลัง
------------------------------------
2 วันผ่านไปอย่างเงียบเหงา เจดนั่งอยู่ที่ห้องพักผ่อนมองออกไปที่ถนนที่ทอดมาสู่ตัวบ้าน เขาไม่รู้ตัวว่ามองออกไปนับครั้งไม่ถ้วน อเล็กซิสบอกจะกลับมาวันนี้แต่นี่ก็เย็นมากแล้วทำไมยังมาไม่ถึง มาร์คัสมองกริยาของชายหนุ่มแล้วก็อมยิ้ม ‘เหมือนเด็กรอพ่อแม่กลับบ้าน อืมม์.....เขาใช้คำพูดผิด กรณีนี้ต้องบอกว่าเหมือนกำลังรอคนรักกลับบ้านมากกว่า’ “คุณเจด รับอาหารเย็นเลยมั้ยครับ” “ผมยังไม่หิว” “ไม่ต้องรอคุณอเล็กซิสหรอกครับ อาจติดธุระสำคัญเลยกลับช้า” เจดหน้าแดง มาร์คัสนี่เป็นหมอดูหรือไงนะ “ผมไม่ได้รอ กินเลยก็ได้” เจดพูดแก้ตัว “วันนี้อาหารจีนนะครับ ผมได้ตำราใหม่มารับรองฝีมือได้ กินที่ห้องนี่ก็ได้ครับ ไม่ต้องไปที่ห้องอาหารหรอกครับ” เจดกวาดสายตามองอาหาร แล้วรู้สึกถึงความจำที่หลั่งไหลเข้ามา เมื่อนึกถึงค่ำคืนอันแสนหวานหลังจากที่เขาและอเล็กซิสกินอาหารจีนด้วยกัน “ผมกินด้วยคนได้มั้ย” เสียงนุ่มๆถามมาจากประตู “อเล็กซิส” เจดอุทาน โดยที่ไม่ทันข่มความรู้สึกของตนเองได้ทัน ตาเขียวใสงดงามทอประกายอย่างยินดี เมื่อการรอคอยได้สิ้นสุดลง อเล็กซิสเองก็รับรู้ ชายหนุ่มยิ้มเมื่อรู้สึกถึงความยินดีที่ผุดพลุ่งขึ้นมา เขาเริ่มมีความหวังมากขึ้น “อืมม์ ท่าทางน่าอร่อยลงมือกันเลยดีมั้ย” อเล็กซิสถามก่อนส่งเสื้อนอกให้กับมาร์คัสให้เอาไปเก็บ สายตากำชับเป็นเชิงให้ออกไปเลย แล้วก็ไม่ต้องเข้ามาอีก มาร์คัสอ่านสายตานั้นแล้วก็อมยิ้มทำไม่รู้ไม่ชี้ก่อนเดินออกไป “คุณทำธุระเสร็จแล้วหรือครับ” เจดถามระหว่างนั่งกินอาหาร “เรียบร้อยไม่งั้นแมกซ์ไม่ปล่อยผมหลุดออกมาหรอก” เขาไม่ได้เอ่ยถึงส่วนหนึ่งที่แมกซ์เคี่ยวเข็ญถามเขาเรื่องเจด เพราะได้ยินเรื่องแปลกๆของน้องชายจากหมอและมาร์คัส เขาเห็นเจดทำหน้าสงสัยจึงอธิบาย
“แมกซ์เป็นพี่ชายของผมครับ” เจดรู้สึกโล่งใจอย่างประหลาดเมื่อรู้ว่าบุคคลที่มีธุระสำคัญของอเล็กซิสเป็นพี่ชาย ไม่ใช่คนอื่น “ความจริงที่นี่ก็ดูปลอดภัยดี ถ้าคุณต้องการพักผ่อนหรือไปเที่ยวกับใครบ้างก็ได้นะครับ ไม่จำเป็นต้องคอยเฝ้าผมตลอดเวลาก็ได้ ผมอยู่กับมาร์คัสได้”
“ที่ที่ผมต้องการอยู่ก็คือที่นี่ครับ เจด ครั้งนี้ถ้าไม่ใช่งานด่วนกับแมกซ์ผมคงไม่ไปหรอก” อเล็กซิสวางช้อน ตัดสินใจพูดต่อ “ผมเต็มใจกับหน้าที่นี้ เจด ผมอยากดูแลคุณตลอดไป” เจดชะงักเมื่อสมองค่อยๆ แปลความหมายสิ่งที่ชายหนุ่มพูด ดวงตาคู่สวยสบตาคมกริบแฝงความมั่นคงนั้นแล้วก็ค่อยๆ วางช้อนลง เบนสายตาลงมาจับจ้องพื้นโต๊ะกระพริบตาถี่ๆ เพื่อซ่อนหยาดน้ำที่รื้นออกมา “อย่า...คุณเคยพูดอย่างนั้นมาก่อน แต่...” เจดพูดเสียงสั่นแล้วเสียงก็ขาดหายไป อเล็กซิสลุกขึ้นทันที เขาคุกเข่าลงข้างเก้าอี้เจด ตัดสินใจว่าเขาต้องคุยกับเจดให้รู้เรื่อง เขาจับข้อมือเล็กไว้เมื่อร่างนั้นทำท่าจะลุกหนี
“เจด เรื่องที่ผ่านมาคุณไม่สามารถยกโทษให้ผมได้เลยหรือ” อเล็กซิส วอนถาม
“อเล็กซิส เรื่องนั้น ผม...เอ่อ...”เจดส่ายหน้าเขาจะพูดอะไรดี
“แค่บอกผมว่าคุณยกโทษให้ผม คุณจะให้โอกาสกับผมอีกครั้ง นะครับ”
เจดนิ่งไปนานมาก อเล็กซิสกลั้นใจรอ ก่อนความหวังจะค่อยๆ ลดลง ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างผิดหวัง ขณะที่เขากำลังจะปล่อยมือบางแล้วลุกขึ้น เจดก็เกี่ยวปลายนิ้วเรียวเล็กเข้ากับนิ้วแข็งแรงของชายหนุ่ม อเล็กซิสหันมามองทันทีเขาเห็นเจดยังคงก้มหน้าอยู่ แต่ก็หลุดคำพูดออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา
“...ครับ” เสียงนั้นไพเราะที่สุด อเล็กซิสคิดอย่างยินดีสุดซึ้ง เขาลุกขึ้นโอบเจดไว้แนบอก ร่างบางนั้นยังคงก้มหน้าอยู่กับอกกว้างนั้น
“ผมดีใจ เจด ผม...” เขาสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ก้มหน้าลงจุมพิตหน้าผากมน แต่พอเขาเชยคางเล็กขึ้น เจดก็เบือนหน้าหนี
“อเล็กซิส ผมไม่โกรธคุณแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปล่อยให้มันผ่านไปได้ เพราะผมไม่อยากจมอยู่กับเรื่องเก่าๆ แต่เรื่องของเราผมยังไม่แน่ใจ” อเล็กซิสมองแววตาสับสน และไม่แน่ใจของเจดแล้วก็เข้าใจ เจดกลัวที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
“ผมเข้าใจ ผมจะพยายามทำให้คุณเชื่อใจผมอีกครั้ง รักผมอีกครั้ง ผมจะไม่ยอมให้มีอะไรผิดพลาดอีก”
อเล็กซิสหมายความตามที่พูด เขาเข้าใจเมื่อ 5 ปีก่อนเจดสูญเสียอะไรไปบ้าง ความรู้สึกนั้นคงไม่จางหายไปง่ายๆ แต่เมื่อเจดให้โอกาสกับเขาอีกครั้งเขาจะพยายามชดเชยด้วยความรักทั้งหมด อเล็กซิสรู้สึกถึงการยอมรับของเจดเมื่อเรียวแขนนั้นเลื่อนมาพันรอบเอวของเขาและซบศีรษะลงแม้จะยังลังเลอยู่เล็กน้อย
เจดเองก็รู้สึกเหมือนปลดบ่วงที่พันธนาการตนเองออกมาได้ เมื่อตัดสินใจเช่นนั้นลึกลงไปในใจเจดรู้ว่าตนเองพยายามลงโทษอเล็กซิสสำหรับเหตุการณ์ทั้งหมด แต่เขาไม่อยากหยิ่งกับความรักอีกแล้ว ยังมีเวลาอีกยาวนานที่จะมีความสุข
“ฮะแอ้ม ผมมาเก็บจานครับ” เสียงมาร์คัสแทรกเข้ามา สายตาทำเป็นมองไปที่หน้าต่าง เจดคลายแขนแล้วถอยหนีอย่างรวดเร็ว หน้าแดงจัดยืนอึ้งอย่างทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะพึมพำขอตัวกลับห้อง แล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็วไม่มองหน้าใคร
อเล็กซิสมองหน้ามาร์คัสอย่างโมโห เมื่อสบสายตาล้อเลียนระคนรู้ทันของคนสนิทแล้ว เขาจึงยกนิ้วชี้หน้าอย่างคาดโทษก่อนจะเดินออกไปอย่างฉุนๆ
------------------------------
เจดกับอเล็กซิสกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวตัวใหญ่ เมื่อโทรศัพท์ดังขึ้น ร่างบางมองอเล็กซิสคุยโทรศัพท์ที่มาร์คัสโอนเข้ามาในห้องสมุด คงเป็นเรื่องสำคัญเพราะดูสีหน้าอเล็กซิสขรึมลง เมื่อวางหูโทรศัพท์ เจดจึงถามขึ้น
“มีอะไรหรือเปล่าครับ อเล็กซ์”
“นิดหน่อย แต่เราคงต้องออกจากที่นี่แล้ว คนของผมรายงานว่ามีคนเข้ามาป้วนเปี้ยนแถวนี้อย่างผิดสังเกต ที่นี่เข้ามายากก็จริง แต่ก็ถูกปิดล้อมได้ง่ายเหมือนกัน ผมไม่อยากเสี่ยง” อเล็กซิสมองเจดด้วยความเป็นห่วง
“ที่ผมเลือกที่นี่ตอนแรก เพราะคิดว่าคงไม่มีใครสืบมาถึงที่นี่ได้ง่ายๆ แต่นี่พวกมันเริ่มเข้ามาใกล้ ไม่น่าจะเป็นการสะกดรอยตามคนของผมเข้ามาเพราะไม่งั้นคงมาถึงที่นี่ตั้งแต่แรกแล้ว โทรศัพท์ของเจย์ต้องถูกดักฟังแน่ๆแสดงว่าพวกมันมีเครือข่ายที่ไม่เลวทีเดียว” อเล็กซิสพูดชมฝ่ายตรงข้าม นั่งคิดสักครู่ก็คว้าหูโทรศัพท์ใหม่
“ฮัลโหล”
“เจย์ นี่อเล็กซ์นะ”
“ว่าไง มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” เจย์กังวล
“ไม่มีอะไร เพียงแต่ใกล้เวลาขึ้นศาลแล้ว ชั้นจะพาเจดออกไปจากที่นี่พรุ่งนี้นะ”
“ยังอีกหลายวันนะ นายจะรีบร้อนทำไม” เจย์โวยวาย
“ก็ไม่มีอะไร ชั้นอยากพาเจดไปที่บ้านน่ะ”
“อืมม์ถ้าเป็นที่นั่น ก็คงไม่เป็นไรมั้ง” เจย์พูด เมื่อนึกถึงบ้านใหญ่ของอเล็กซิสกับแมกซ์ ที่นั่นรักษาความปลอดภัยยังกับที่ฟอร์ดน็อคซ์ แน่ะ
“เจย์ นายอย่าลืมที่ชั้นเคยบอกนายก่อนมาที่นี่ล่ะ นายคงจำได้” อเล็กซิสทิ้งท้ายก่อนวางหู แล้วหันมายิ้มกับเจดที่กำลังสงสัย
“ไหนคุณคิดว่า โทรศัพท์ถูกดักฟัง แล้วทำไมยังใช้โทรศัพท์อยู่ล่ะครับ” อเล็กซิสไม่ตอบแต่ยิ้มให้เจดอย่างลึกลับ เจดได้แต่นั่งงง
เจย์วางหูแล้วสบถในใจ เมื่อฟังคำพูดตอนท้ายของอเล็กซิส แสดงว่าโทรศัพท์ถูกดักฟังล่ะสิ เจย์คำรามเบาๆ รู้สึกเหมือนถูกกระตุกหนวดเสือในที่ทำงานของเขาเนี่ยนะ แล้วไอ้บ้าอเล็กซิสยังใช้โทรศัพท์มาบอกเขาอีก หยั่งงี้พวกมันก็รู้หมดแล้วสิ มันจะต้องวางแผนกำจัดเจดพรุ่งนี้ตอนเดินทางแน่ๆ ในเมื่อพวกมันรู้จักอเล็กซิสแล้ว คงไม่ยอมให้ไปถึงบ้านของชายหนุ่มหรอก เพราะถ้าถึงที่นั่นพวกมันคงหมดโอกาส
เจย์คิด อเล็กซิสคิดจะใช้ตัวเขากับเจดเป็นเหยื่อล่องั้นหรือ ไม่สิ อเล็กซิสคงต้องการจัดการกับพวกนั้นเองเลยก็ได้ เขาต้องรีบจัดการก่อนไม่งั้นขืนปล่อยหมอนั่นมีหวังเขาอาจจะได้แต่ศพคนร้ายก็ได้ แถมคงต้องทำคดีอีกหลายคดีเพิ่มขึ้นแน่ๆ
----------------------------------------
เจดมองอเล็กซิสเมื่อหายงง ความกลัวค่อยทวีขึ้น คงไม่ใช่ตอนนี้นะ! ขณะที่เขากำลังเริ่มมีความสุข ในตอนแรกที่รับปากเป็นพยาน เจดไม่รู้สึกกลัว แม้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะมีอิทธิพลมากแค่ไหน ก็เขาไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงแล้วนี่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เขามองไปที่อเล็กซิส แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับร่างสูงนี้ด้วยล่ะ
เจดแนบตัวเข้าหาอเล็กซิสอย่างไม่รู้ตัว โอบแขนตนเองรอบแขนของชายหนุ่มไว้แน่น ทำให้อเล็กซิสก้มลงมองอย่างแปลกใจระคนยินดี เพราะแม้ว่าระยะนี้เจดจะยอมให้เขาฉวยโอกาสเล็กๆน้อยได้ แต่ก็ยังระวังตัวกับเขาตลอดเวลา และก็ไม่เคยเข้าใกล้เขาถึงขนาดนี้ เมื่อสบตาคู่นั้นอเล็กซิสก็เข้าใจ เจดกำลังกลัว
“ไม่ต้องกลัว เจด ผมจะไม่ยอมให้อะไรเกิดขึ้นกับคุณได้”
แล้วตัวคุณล่ะ เจดคิดในใจแต่ก็ไม่พูดออกมา อเล็กซิสหรุบสายตาลงดูริมฝีปากบางก่อนจะก้มหน้าลงช้าๆ เพื่อให้โอกาสเจดได้ปฏิเสธ แต่เจดก็ไม่ถอยหนี เมื่อริมฝีปากชายหนุ่มสัมผัสกับริมฝีปากเจด อเล็กซิสถึงกับครางออกมาอย่างพอใจ เมื่อริมฝีปากบางคู่นั้นแย้มออกยอมให้ปลายลิ้นอุ่นร้อนของชายหนุ่มเข้าไปควานหาความหวานชื่นนั้น มือบางวางทาบบนแผ่นอกกว้าง
มือของอเล็กซิสเริ่มลูบไล้ไปทั่วร่างบางอย่างนุ่มนวลไม่ให้รู้ตัว แต่พอชายหนุ่มสอดมือเข้าไปใต้เสื้อสเวตเตอร์เพื่อสัมผัสเอวบางนั้น เจดก็สะดุ้งแล้วรีบถอยห่างทันควันจนเกือบตกเก้าอี้
“เอ่อ...ผม..” เจดอึกอัก
“ผมขอโทษเจด ผมลืมตัวไป” อเล็กซิสจัดเสื้อผ้าให้เจด แล้วรวบร่างบางเข้ามากอดไว้ พยายามควบคุมลมหายใจของตนเอง ยัง! เจดยังไม่ไว้ใจเขา ชายหนุ่มคิด แต่ก็ก้าวหน้าขึ้นล่ะ เมื่อนึกถึงจุมพิตที่โต้ตอบมาอย่างอ่อนหวานนั้น อเล็กซิสก็ยิ้มที่มุมปากชนิดที่ถ้าเจดเงยหน้ามาเห็น อาจจะกระโดดถอยห่างไปเป็น 10 หลาเลยก็ได้
“เก็บของนะ พรุ่งนี้ผมจะพาคุณกลับบ้าน”
“บ้านที่ไหนครับ”
“บ้านผมกับแมกซ์น่ะ รับรองคราวนี้พวกนั้นไม่กล้ายุ่มย่ามแน่”
“อืมม์” เจดรับคำ
“ไปนอนเถอะ พรุ่งนี้จะได้ออกเช้าหน่อย คงเดินทางสัก 3 ชั่วโมงนะ” อเล็กซิสเดินไปส่งเจดที่หน้าห้องกล่าวราตรีสวัสดิ์ตามปกติ แล้วก็ยืนรีรออยู่จนทำให้เจดเงยหน้ามองอย่างสงสัย ก่อนที่จะหน้าแดงเมื่อสบตาชายหนุ่มรีบพึมพำราตรีสวัสดิ์ แล้วปิดประตูทันที
อเล็กซิสถอนใจหนักๆ ก่อนจะเดินกลับห้อง ชักจะแย่แล้วจริงๆ คืนนี้ต้องอาบน้ำเย็นแน่ๆ เขาจะอดทนไปได้อีกสักกี่น้ำนะ เดี๋ยวเผลอปล้ำเจดขึ้นมาจะทำยังไง สถานการณ์ต้องแย่ยิ่งกว่าเดิมอีกแน่
------------------------------------
เจดเปิดประตูบ้านออกมา แล้วก็มองไปที่รถยนต์คันยาวหลายวานั้นอย่างงงๆ หันไปที่อเล็กซิสทันเห็นเขารับปืนจากมาร์คัสมาตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนจะสอดใส่ซองสะพายไหล่ นิ้วของชายหนุ่มเกี่ยวเสื้อนอกไว้ในมือ สำหรับมาร์คัสเองก็อยู่ในชุดรัดกุมเรียบร้อย มือถือกล่องยาวสีดำ ก่อนนำไปไว้ที่ที่นั่งตอนหน้าคู่กับคนขับ มาร์คัสหันไปเห็นเจดก็ยิ้มรับ ทำให้อเล็กซิสหันมามองตาม เจดเดินตรงเข้าไปหาอย่างไม่สบายใจ เมื่อเห็นชายทั้งคู่ในบุคลิกที่ต่างออกไปจากเดิม และดูอันตรายยังไงชอบกล
“ไม่ต้องกลัวเจด แค่เตรียมพร้อมเท่านั้นเอง”เจดปล่อยให้อเล็กซิสกอดเขาอยู่ครู่หนึ่งก็ดันตัวออกเมื่อคิดถึงสายตาของมาร์คัส เขายิ้มอย่างเขินๆ เมื่อมาร์คัสเปิดประตูรถให้ อเล็กซิสดันเจดให้ขึ้นรถ ก่อนจะก้าวตามพาดเสื้อไว้กับพนักพิง มาร์คัสปิดประตูรถให้ก่อนขึ้นไปนั่งคู่กับคนขับ
อเล็กซิสเคาะกระจกที่กั้นระหว่างคนขับกับผู้โดยสารเป็นสัญญาณให้ไปได้ ระหว่างนั้นเจดก็มองไปรอบๆ ห้องผู้โดยสารที่กว้างขวางนั้น เก้าอี้ยาวตัวใหญ่เบาะหนังหนานุ่ม ขนาดนอนได้สบายทีเดียว มีกระทั่งบาร์เครื่องดื่มเล็กๆ อยู่ด้านข้าง
อเล็กซิสเลื่อนตัวมานั่งข้างๆ เจดโอบไหล่บางนั้นไว้เมื่อเห็นท่าทางเจดดูวิตกกังวล แนบริมฝีปากจุมพิตที่ขมับอย่างปลอบโยน เจดเบียดร่างเข้าหาอ้อมแขนนั้น ตอนนี้เจดกลัวเหตุการณ์ภายนอกมากเกินกว่าที่จะมาระวังตัวกับอเล็กซิส
อเล็กซิสกดโทรศัพท์ในรถ “เจย์ชั้นออกมาแล้วนะ นายพร้อมหรือยัง”
“ไม่ต้องห่วงอเล็กซิส” เจดได้ยินเสียงเจย์ตอบมาแว่วๆ
เมื่อเข้าสู่ถนนใหญ่ประมาณครึ่งชั่วโมง มาร์คัสก็พูดผ่านลำโพงเข้ามา “มันโผล่ออกมาแล้ว เจ้านาย”
อเล็กซิสกดปุ่มก่อนพูดตอบ “ทำตามแผน ระวังคนอื่นโดนลูกหลงล่ะ แล้วก็ตำรวจท้องที่ด้วย” แล้วอเล็กซิสก็เปิดม่านดูเล็กน้อย เจดกวาดสายตามองตามก็เห็นรถยนต์ 2 คันติดฟิล์มดำมืดขับตีคู่เข้ามาอย่างรวดเร็ว ขณะที่รถคันใหญ่ก็เร่งความเร็วขึ้นทันที ด้วยกำลังเครื่องยนต์ที่มากกว่าทำให้สามารถทิ้งระยะห่างไปอีกช่วงหนึ่ง
อเล็กซิสกดโทรศัพท์อีกครั้งแล้วพูดลงไปอย่างใจเย็น “เจย์มันโผล่มาแล้ว เป็นหน้าที่ของนายแล้วนะ จัดการให้เรียบร้อยด้วยถ้านายอยากได้พยานเพิ่มอีกสักคนสองคน ถ้าปล่อยให้หลุดไปถึงลูกน้องชั้นนายอาจจะไม่ได้อะไรเลย” อเล็กซิสวางหู มองมาที่เจด แล้วโอบไหล่บางไว้
“เจด อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ บอกว่าไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไร”
ขณะนั้นรถคันใหญ่ก็ลดความเร็วลงเล็กน้อย เนื่องจากมีรถข้างหน้าแซงสวนขึ้นมา ทำให้รถสีดำ 2 คัน ขึ้นมาตีคู่ได้ ทั้งคู่เลื่อนกระจกลงก่อนยื่นปากกระบอกปืนกลมือออกมาแล้วรัวใส่รถคันใหญ่เสียงดังสนั่น เจดสะดุ้งเฮือกร่างผวาเข้าหาอเล็กซิสทันทีที่ได้ยินเสียงดังรัวรอบๆ ตัว จนสักครู่หนึ่งก็เงียบเสียงไป แต่สำหรับเจดแล้วมันเหมือนกับนานเป็นชั่วโมง ร่างบางยังคงกอดอเล็กซิสไว้แน่นตัวสั่นด้วยความตกใจ
“ไม่เป็นไรแล้วเจด เราพ้นมาแล้วล่ะ”
อเล็กซิสกอดร่างบางที่เกยอยู่บนตักเขาทั้งตัว ชายหนุ่มขยับตัวแต่มือเล็กนั้นยังเหนี่ยวคอเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เขาก้มดูเห็นเจดหลับตา เม้มริมฝีปากแน่น อเล็กซิสรับรู้ถึงร่างละมุนที่กำลังสั่นด้วยความตกใจกลัวบนตักเขา ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากร่างตรงหน้า ก่อนจะถอนใจดังเฮือก เมื่อรู้สึกถึงสถานการณ์ที่คับขันของตนเองยิ่งกว่าเมื่อครู่เสียอีก
ร่างบางบนตักอเล็กซิสยังไม่ยอมรับรู้เหตุการณ์ใดๆ ขณะที่อเล็กซิสเงยหน้าพิงเบาะอย่างควบคุมอารมณ์ ร่างกายของชายหนุ่มเริ่มตื่นตัวขึ้นเมื่อส่วนสำคัญถูกเสียดสีจากสะโพกบางนั้น มือใหญ่ที่ลูบไหล่บางอย่างปลอบประโลมในทีแรกเริ่มลูบไล้หนักมือขึ้น จนร่างบางเริ่มรู้ตัวแต่ด้วยความตกใจจากเหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เจดยังควบคุมร่างกายไม่ได้ อเล็กซิสฉวยโอกาสเชยคางเจดขึ้นพร้อมกับก้มลงจุมพิตที่ริมฝีปากบางนั้น
“เจ้านายครับ” เสียงมาร์คัสแทรกเข้ามา อเล็กซิสควานมือไปกดปุ่มขณะที่ถอนริมฝีปากเพียงเล็กน้อยตอบเสียงพร่าว่า
“กลับบ้านได้” มาร์คัสเงียบไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงแปลกๆ ก่อนตอบรับมาด้วยน้ำเสียงหัวเราะแกมรู้ทัน
“ครับ” มาร์คัสส่ายหัวพึมพำในคอ “เฮ้อ เจ้านายเรา ไม่เคยเป็นอย่างนี้เลยนี่นา”
ริมฝีปากของอเล็กซิสวกกลับลงมาที่ใบหูเล็กๆ เรื่อยมาลำคอระหงนั้น ระหว่างที่เจดไม่ทันตั้งตัวมือแข็งแรงคู่นั้นก็ปลดตะขอ รูดซิปกางเกงของเจดลงยกสะโพกเล็กขึ้นรูดกางเกงพ้นปลายเท้าไปย่างรวดเร็ว จับต้นขางดงามคู่นั้นให้แยกกว้างคร่อมสะโพกเขาไว้ ริมฝีปากวกกลับไปปิดเสียงประท้วงทันที เมื่อเห็นร่างบางเริ่มรู้ตัว ซอกซอนชิมความหอมหวานนั้นอีกครั้งขณะที่มืออีกข้างลูบไล้ไปที่หว่างขาเจด
สติเจดปลิวหายไปอีกครั้ง เมื่อมือของชายหนุ่มกระตุ้นอารมณ์ด้วยการลูบไล้ที่ส่วนสำคัญนั้น ยอมให้อเล็กซิสปลดกระดุมเสื้อและรูดให้พ้นไหล่บางก่อนโยนทิ้งไปอย่างไม่แยแส อเล็กซิสมองร่างเปลือยงดงามตรงหน้า พระเจ้าช่วย..ช่างงดงามนัก ปลายนิ้วของชายหนุ่มสั่นระริกเมื่อแตะต้องไปทั่วร่างบางนั้น ริมฝีปากขบเม้มผิวเนื้ออ่อนบางบริเวณลำคอจนเป็นรอยระเรื่อ เรื่อยลงมาที่ยอดอกปลายลิ้นตวัดไล้อย่างชำนาญ เจดถูกกระตุ้นจนอารมณ์กระเจิดกระเจิง ตาสีเขียวขุ่นมัวไปด้วยอารมณ์พิศวาสที่ต้องการปลดปล่อย ริมฝีปากแดงระเรื่ออ้าปากหอบหายใจ ความตกใจกลัวของเจดได้เปลี่ยนไปเป็นอีกอารมณ์อย่างรุนแรงไม่แพ้กัน
อเล็กซิสไถลตัวลงกับเก้าอี้ พร้อมกับปรับเบาะให้เลื่อนลง เขายกศีรษะขึ้นเล็กน้อยให้พอเหมาะกับสะโพกบางตรงหน้า ก่อนจะรั้งลงมาจุมพิตที่ส่วนสำคัญระหว่างต้นขาของเจด อ้าปากครอบครองด้วยความกระหายหิว ดูดดื่มอย่างรุนแรง
“อ๊ะ....อ๊า....” เจดร้องครางเอื้อมมือไปจับพนักเก้าอี้เหนือศีรษะของอเล็กซิส หอบหายใจหนักหน่วงขณะที่อเล็กซิสใช้ลิ้นลูบไล้ส่วนสำคัญนั้นอย่างไม่ปราณี และเมื่อทนไม่ไหวเจดก็กรีดเสียงร้องพร้อมกับหลั่งรินความร้อนผ่าวเข้าสู่ปากของชายหนุ่ม
ร่างบางพับลงอย่างอ่อนแรง ขณะที่อเล็กซิสค่อยถอนริมฝีปากออกมาใช้ปลายลิ้นลูบไล้ทำความสะอาดให้อย่างอ้อยอิ่ง แล้วรั้งร่างบางลงบนตักอีกครั้งหนึ่ง
เจดหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เมื่อสติเริ่มกลับมาเขาลืมตามองเห็น อเล็กซิสหลับตาแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เจดขยับตัวเล็กน้อยก็ได้ยินเสียงแหบพร่าจากปากอเล็กซิส
“เจด อย่าเพิ่งขยับ” แล้วอเล็กซิสก็ลืมตาขึ้น เจดมองเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความทรมานของชายหนุ่ม แล้วก็ตระหนักว่าชายหนุ่มยังไม่ได้ปลดปล่อยความต้องการของตนเอง เพราะส่วนสำคัญนั้นยังแข็งแกร่งเสียดสีกับบั้นท้ายของเขาอยู่ เจดรู้สึกได้แม้จะมีผ้าหนาๆของกางเกงเขาขวางอยู่ เจดมองสีหน้าทรมานที่กำลังสะกดกลั้นความปรารถนาของอเล็กซิสแล้วจิตใจของเจดก็อ่อนยวบลง
“อเล็กซ์” เจดคราง เอื้อมมือประคองหน้าชายหนุ่ม อเล็กซิสลืมตา และเมื่อสบตาที่เต็มไปด้วยความยินยอมพร้อมใจของเจด เขาก็ครางออกมาถามอย่างไม่แน่ใจ
“เจด คุณแน่ใจนะ ผมอยากให้คุณแน่ใจ” เจดไม่อยากเห็นอเล็กซิสทรมานอย่างนี้ เขาพยักหน้าอย่างลังเลเล็กน้อย รู้ว่าตนเองถอยหลังไม่ได้อีก ถ้าตัดสินใจแล้ว แค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับอเล็กซิส
“เจด” เขากระซิบอย่างเต็มตื้น
เจดหน้าแดงเมื่อสบสายตาที่เต็มไปด้วยความรักนั้น แล้วเขาก็รู้ตัวเมื่อเห็นสภาพของตนเองกับอเล็กซิส ร่างเปลือยเปล่าของเขาคร่อมอยู่บนตักของชายหนุ่ม ซึ่งยังอยู่ในชุดเต็มยศไม่มีอะไรหลุดลุ่ยแม้แต่น้อย แล้วยังอยู่ในรถอีก ในรถ เจดยกมือปิดปากตนเองอย่างตกใจ แล้วอุทาน
“พระช่วย เราอยู่ในรถนี่” อเล็กซิสหัวเราะเสียงพร่า โน้มร่างเจดลงมาจุมพิตที่ริมฝีปากเบาๆ
“ไม่เป็นไรหรอกเจด พวกเขาไม่ได้ยินเสียงเราหรอก” แล้วกระซิบที่ใบหูเล็กๆ
“นานมากเหลือเกินเจด ผมต้องการคุณจนเจ็บปวดไปหมด” เขาไล้ลิ้นที่ใบหูเล็ก แล้ววกกลับมาที่ลำคอ เลยมาถึงยอดอก ดูดเม้มปลายยอดสีชมพูนั่น ลมหายใจเขาร้อนผ่าวไปหมด อเล็กซิสเอื้อมไปรูดซิปกางเกงของเขาอย่างรวดเร็วปลดปล่อยความแข็งแกร่งออกมา
“เจดช่วยผมนะ ได้โปรด” แล้วจับมือเจดไปที่ส่วนสำคัญของเขา เจดขยับมือลูบไล้ชายหนุ่ม อเล็กซิสครางเมื่อมือนุ่มๆ สัมผัสเขาอย่างไร้ประสบการณ์ เจดเองก็หน้าร้อนผ่าวในขณะที่อเล็กซิสใช้นิ้วเรียวของเขาสอดแทรกไปยังปากทางคับแคบของตน เจดสะดุ้งเมื่อนิ้วนั้นเพิ่มจำนวนขึ้นและขยับเข้าออกเป็นจังหวะเสียดสีกับผนังอ่อนบางด้านใน
“อะ..อ๊ะ..อเล็กซ์” เจดขมวดคิ้วเมื่อเริ่มรู้สึกแปลกๆ แล้วปล่อยมือจากส่วนสำคัญของอเล็กซิสขึ้นไปจับไหล่กว้างไว้ อเล็กซิสถอนนิ้วออกมายกสะโพกเจดขึ้น แล้วใช้มือข้างหนึ่งจับที่ความร้อนผ่าวของตนเองจ่อไปที่ปากทางของเจด ก่อนที่จะกดสะโพกเล็กๆลง
“อึ๊....อื้อ....อืมม์...” เจดครางขณะที่รับเอาความแข็งแกร่งเหมือนแท่งเหล็กอุ่นร้อนเข้าไป ชายหนุ่มจับต้นขาเรียวแยกออกกว้าง ร่างบางหายใจลึกเมื่อรับชายหนุ่มจนสุดความยาว เจ็บแปลบแต่ก็รู้สึกเต็มตื้นไปหมด
“อา...เจด....” อเล็กซิสก็ครางออกมาเมื่อจ่อมจมในความคับแน่นร้อนผ่าวที่รัดรอบความเป็นชายของเขาราวกับถุงมือ อเล็กซิสจับสะโพกนั้นเริ่มขยับขึ้นลงเป็นจังหวะ และเร็วขึ้น เข่าสองข้างของเจดกดแน่นข้างสะโพกแข็งแรงของชายหนุ่ม ดื่มด่ำกับความรู้สึกเสียวซ่านที่ทวีขึ้น ขณะที่เหงื่อซึมทั่วร่างเจด ผมหลุดลุ่ยกระจายทั่วแผ่นหลัง ร่างบางอดทนกับความรู้สึกเจ็บปวดในตอนแรกเพราะร่างกายห่างเหินกับกิจกรรมนี้มาเนิ่นนาน แต่ไม่นานการเสียดสีที่หนักหน่วงก็เริ่มก่อให้เกิดความรู้สึกสุขสม ประหลาดล้ำ ร่างบางเริ่มขยับรับเป็นจังหวะ เสียงหอบหายใจและเสียงครางผะแผ่วยิ่งกระตุ้นเร้าอเล็กซิสมากขึ้น
อเล็กซิสตาลายไปหมดกับความสุขที่ทวีขึ้นจนถึงจุดสูงสุด เขาแอ่นสะโพกแข็งแรงขึ้น ขณะจับเอวเจดกระแทกลงเข้ากับความแกร่งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะกระตุกหลั่งรินความร้อนผ่าวออกไปอย่างมากมาย โน้มต้นคอเล็กลงมาปิดเรียวปากนั้น เพื่อดูดซับเสียงกรีดร้องของเจดให้เหลือเพียงเสียงแผ่วเบาที่หลุดรอดออกมา ร่างเจดกระตุกฉีดพุ่งน้ำขาวขุ่นออกมา เลอะบริเวณอกเสื้อของอเล็กซิส มือเล็กจิกเกร็งที่ต้นแขนของร่างสูงไว้แน่น ก่อนจะทิ้งร่างพับลงไปกับอกกว้างอย่างหมดแรง หอบหายใจจนตัวโยน
“อเล็กซ์...”
อเล็กซิสเองก็หอบหายใจหนักๆ เช่นกัน มือใหญ่ลูบไล้ร่างที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ ชายหนุ่มรู้สึกเต็มตื้นที่ได้ร่างนี้กลับมาอยู่ในอ้อมอก เขาช่างโชคดีที่มีโอกาสครั้งที่สอง เจดเริ่มขยับเมื่อมือใหญ่นั้นลูบไล้ผิวเนียนหนักมือขึ้น เปล่งเสียงประท้วงในคออย่างอ่อนแรง แต่มือใหญ่นั้นกลับสอดแทรกมาระหว่างทั้งคู่ลูบไล้เขาอีกรอบ เจดขยับตัวทันทีแต่กลับเหมือนเป็นการไปกระตุ้นอเล็กซิส
“อ๊ะ..” เจดอุทานเมื่อความอ่อนนุ่มในตัวเขาที่ยังไม่ถอดถอนออก กลับขยายตัวแข็งแกร่งขึ้นอีกครั้ง เขาเงยหน้าทำตาโตมองหน้าอเล็กซิส
อเล็กซิสยิ้ม “ผมต้องการคุณมากเกินไป มันยังไม่เพียงพอ” เจดขยับถอยหนีอย่างรวดเร็วจนรู้สึกถึงความเจ็บแปลบ เมื่อความแข็งแกร่งหลุดออกมาพ้นร่าง แต่ไม่ทันเมื่ออเล็กซิสจับร่างเขาไว้พลิกตัวเจดให้อยู่ในท่าคุกเข่า เจดอุทานเมื่ออยู่ในท่าที่ไม่เคยคุ้น หันศีรษะกลับมา
“อย่านะ อเล็กซ์......อึ้ก.....อื้อ....” เจดร้องอย่างตกใจ ก่อนเสียงจะขาดหายไป เมื่ออเล็กซิสแทรกความแข็งแกร่งที่ยังคงชุ่มชื้นอยู่เข้ามาอีกครั้ง ทำให้คราวนี้มันเข้าไปอย่างสะดวกกว่าครั้งแรกมากนัก เนื่องจากช่องทางของเจดยังคงชุ่มชื้นจากของเหลวที่คงค้างอยู่
อเล็กซิสโน้มตัวไปขบกัด ไล้เลียแผ่นหลังขาวนวลของเจด ก่อนจะใช้มือจับเอวบางบังคับให้รับเอาความแข็งแกร่งเข้าไปจนลึกสุดๆ เขาโหมกระแทกเข้าออกเป็นจังหวะอย่างหนักหน่วง เจดหมดแรงถึงกับฟุบหน้าลงไปกับเบาะเมื่อทนแรงสอดแทรกไม่ไหว ทำให้สะโพกของเจดเปิดกว้างมากขึ้น อเล็กซิสจับต้นขาเรียวของเจดแยกออกขณะเติมเต็มเข้าไปในร่างของเจด มือเอื้อมไปสัมผัสส่วนหน้าของเจดลูบไล้และบีบปลายยอดเป็นจังหวะ
“อือ...อึ้...อื้อ.อเล็กซ์...” เจดคราง สลับกับหอบหายใจ เมื่อการสอดแทรกดำเนินไปอย่างยาวนาน ในที่สุดเจดก็ทนไม่ไหว ร่างบางแอ่นเกร็ง อุทานและหลั่งความปรารถนาฉีดพุ่งกระจายเต็มเบาะหนัง กระตุกเป็นจังหวะในมืออเล็กซิส
“อา....เจด” อเล็กซิสถอนกายออกมาจนเกือบสุดและสอดแทรกเข้าไปอย่างหนักๆอีก 2-3 ครั้ง ร่างของชายหนุ่มก็เกร็งแนบสะโพกกับบั้นท้ายนุ่มมือใหญ่จิกที่สะโพกขาวนวลไว้แน่น ขณะหลั่งรินความร้อนผ่าวเข้าสู่ร่างเจดอย่างมากมายจนล้นเอ่อนองออกมาตามต้นขาขาวนวล
ทั้งคู่ฟุบลงไปกับเบาะ อเล็กซิสหอบหายใจหนักๆ ก่อนถอนตัวออกจากร่างเจดพลิกตัวนอนตะแคงรั้งร่างบางเข้ามาแนบอก เจดใจหวิวเหมือนกำลังจะเป็นลม ทั้งคู่นอนนิ่งเงียบไปชั่วครู่ เมื่ออเล็กซิสระงับลมหายใจของตนเองได้จึงถามเจด
“เจดไม่เป็นไรนะ” มือใหญ่นั้นประคองศีรษะเล็กไว้ เจดอ้าปากแต่ไม่มีแรงแม้แต่จะพูดหรือแม้กระทั่งหันหน้ามามองจึงเพียงสั่นศีรษะนิดเดียว
เวลาผ่านไปชั่วครู่
อเล็กซิสทรงตัวลุกนั่ง เปิดลิ้นชักที่ตู้เล็กด้านข้าง หยิบผ้าขนหนูออกมาซับตัวเจดให้อย่างอ่อนโยน ร่างบางหลับตาอย่างเขินอายปล่อยให้มือใหญ่ทำความสะอาดทุกซอกมุมแม้กระทั่งระหว่างเรียวขา เพราะเขาไม่มีแรงแม้แต่จะยกมือด้วยซ้ำ อเล็กซิสลูบไล้ไปที่รอยแดงช้ำที่เกิดเพราะน้ำมือตนเองเหมือนวอนขอโทษ เขาก้มลงจูบที่หน้าท้องเรียบเนียนนั้นก่อนจะสวมเสื้อผ้าให้กลัดกระดุมเสื้อจนถึงคอเพื่อปิดรอยจูบที่ตนเองฝากไว้ตามลำคอและหน้าอก
เมื่อเริ่มมีเรี่ยวแรงเจดขยับตัวอย่างขัดๆ ตวัดสายตาไปที่อเล็กซิสอย่างอายๆ แกมขุ่นเคือง คนบ้า! เขาระบมไปหมดทั้งตัวเลย อเล็กซิสเล่นทำอย่างหักโหม จนทำให้เจดที่ห่างเหินจากกิจกรรมนี้มาหลายปีถึงกับทรงตัวไม่อยู่ อเล็กซิสมองกริยานั้นก่อนจะยิ้มอย่างขอโทษแต่ก็แฝงด้วยความสุขสม ก็อดทนมาตั้งนานนี่นาจะให้เขาอดใจได้ยังไง
อเล็กซิสเริ่มทำความสะอาดตัวเองก่อนที่จะจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แต่พอมองสภาพเสื้อเชิ้ตตนเองแล้วก็ต้องถอนใจ เจดหันมามองแล้วก็หน้าแดงจัดเมื่อเห็นคราบขาวขุ่นของตนเองที่เปื้อนที่อกเสื้อนั้น ชายหนุ่มอมยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าของเจด ก่อนจะโยนผ้าขนหนูลงไปแล้วทำท่าไม่สนใจ
“คุณจะลงรถไปทั้งแบบนั้นไม่ได้นะ” เจดอุทาน
“ไม่เห็นเป็นไร ผมไม่เห็นอายเลย”
“แต่ผมอายนี่ มาร์คัสกับคนอื่นๆจะคิดยังไง” อเล็กซิสยักไหล่
“ผมไม่มีเสื้อเปลี่ยนนี่ ไม่เคยคิดจะทำอะไรในรถสักที ยกเว้นคราวนี้ล่ะ เอ ไม่แน่นะต่อไปเตรียมไว้หน่อยก็ดี”
“บ้า” เจดอุทานมองซ้ายมองขวาแล้วคว้าผ้าขนหนูที่พื้นจุ่มลงไปในแก้วน้ำ ก่อนจะคุกเข่าข้างอเล็กซิสแล้วเช็ดไปที่เสื้อเชิ้ตของชายหนุ่ม จนเปียกโชกไปหมด
“เจด นี่คิดจะอาบน้ำให้ผมหรือไง” อเล็กซ์แกล้งโวยวาย
“บ้าจริง เป็นเพราะคุณทีเดียว” เจดโยนผ้าขนหนูเข้าใส่อเล็กซิส ชายหนุ่มรีบคว้าผ้าขนหนูที่โยนใส่หน้าไว้ได้ทัน แกล้งอุทานแล้วพึมพำอย่างจงใจให้ได้ยิน
“อ้าว ไม่ใช่ของผมซักหน่อย”
“อเล็กซ์” เจดอุทานอย่างอายแกมโมโห
“o.k. ครับ o.k. ไม่เห็นแล้วล่ะ แต่พวกเขาคงสงสัยว่าทำไมเสื้อถึงเปียก”
เจดหน้าแดงอีกครั้ง แล้วเมินหน้าออกไปที่หน้าต่างรถ อเล็กซิสดึงร่างบางเข้ามากอด เจดขัดขืนเล็กน้อย แต่ก็สู้แรงชายหนุ่มไม่ได้ ยอมให้เขาลากตัวไปกอดจนชิด อเล็กซิสเกยคางลงกับศีรษะเล็กๆนั้นถอนหายใจแล้วกระซิบเบาๆ
“ผมดีใจที่คุณยอมรับผมอีกครั้งนะ เจด” เจดนิ่งเงียบไปนานก่อนจะพูดเสียงแผ่วเบาแต่ดังเข้าไปในจิตใจของอเล็กซิส
“ผมกำลังเสี่ยงอีกครั้ง หวังว่าจะไม่ผิดพลาดอีก อย่าทำให้ผมผิดหวังนะครับ อเล็กซิส”
TBC
“มีอะไรสำคัญเรื่องคดีหรือเปล่าครับ” เจดกังวล
“ไม่เกี่ยวกันหรอก ธุระส่วนตัวน่ะ”
แววตาของเจดอ่อนไหววูบหนึ่งเมื่อได้ยินคำว่าส่วนตัว เขาใช้เวลาอยู่กับอเล็กซิสตามลำพังมาหลายวัน จนลืมไปว่าเวลาที่ผ่านมาตั้งนานแล้วอเล็กซิสอาจมีใครสักคนในชีวิตเขาแล้วก็ได้ “อืมม์ เดินทางโดยปลอดภัยนะครับ” เจดพูดด้วยน้ำเสียงเหงาๆ แล้วมองเหม่อออกไปที่หน้าต่างบานกว้าง อเล็กซิสมองร่างบางที่นั่งโดดเดี่ยวกลางห้อง แล้วอยากรู้เหลือเกินว่าในหัวใจของร่างบางนั้นคิดอะไรอยู่ แต่แล้วก็ตัดใจปิดประตูตามหลัง
------------------------------------
2 วันผ่านไปอย่างเงียบเหงา เจดนั่งอยู่ที่ห้องพักผ่อนมองออกไปที่ถนนที่ทอดมาสู่ตัวบ้าน เขาไม่รู้ตัวว่ามองออกไปนับครั้งไม่ถ้วน อเล็กซิสบอกจะกลับมาวันนี้แต่นี่ก็เย็นมากแล้วทำไมยังมาไม่ถึง มาร์คัสมองกริยาของชายหนุ่มแล้วก็อมยิ้ม ‘เหมือนเด็กรอพ่อแม่กลับบ้าน อืมม์.....เขาใช้คำพูดผิด กรณีนี้ต้องบอกว่าเหมือนกำลังรอคนรักกลับบ้านมากกว่า’ “คุณเจด รับอาหารเย็นเลยมั้ยครับ” “ผมยังไม่หิว” “ไม่ต้องรอคุณอเล็กซิสหรอกครับ อาจติดธุระสำคัญเลยกลับช้า” เจดหน้าแดง มาร์คัสนี่เป็นหมอดูหรือไงนะ “ผมไม่ได้รอ กินเลยก็ได้” เจดพูดแก้ตัว “วันนี้อาหารจีนนะครับ ผมได้ตำราใหม่มารับรองฝีมือได้ กินที่ห้องนี่ก็ได้ครับ ไม่ต้องไปที่ห้องอาหารหรอกครับ” เจดกวาดสายตามองอาหาร แล้วรู้สึกถึงความจำที่หลั่งไหลเข้ามา เมื่อนึกถึงค่ำคืนอันแสนหวานหลังจากที่เขาและอเล็กซิสกินอาหารจีนด้วยกัน “ผมกินด้วยคนได้มั้ย” เสียงนุ่มๆถามมาจากประตู “อเล็กซิส” เจดอุทาน โดยที่ไม่ทันข่มความรู้สึกของตนเองได้ทัน ตาเขียวใสงดงามทอประกายอย่างยินดี เมื่อการรอคอยได้สิ้นสุดลง อเล็กซิสเองก็รับรู้ ชายหนุ่มยิ้มเมื่อรู้สึกถึงความยินดีที่ผุดพลุ่งขึ้นมา เขาเริ่มมีความหวังมากขึ้น “อืมม์ ท่าทางน่าอร่อยลงมือกันเลยดีมั้ย” อเล็กซิสถามก่อนส่งเสื้อนอกให้กับมาร์คัสให้เอาไปเก็บ สายตากำชับเป็นเชิงให้ออกไปเลย แล้วก็ไม่ต้องเข้ามาอีก มาร์คัสอ่านสายตานั้นแล้วก็อมยิ้มทำไม่รู้ไม่ชี้ก่อนเดินออกไป “คุณทำธุระเสร็จแล้วหรือครับ” เจดถามระหว่างนั่งกินอาหาร “เรียบร้อยไม่งั้นแมกซ์ไม่ปล่อยผมหลุดออกมาหรอก” เขาไม่ได้เอ่ยถึงส่วนหนึ่งที่แมกซ์เคี่ยวเข็ญถามเขาเรื่องเจด เพราะได้ยินเรื่องแปลกๆของน้องชายจากหมอและมาร์คัส เขาเห็นเจดทำหน้าสงสัยจึงอธิบาย
“แมกซ์เป็นพี่ชายของผมครับ” เจดรู้สึกโล่งใจอย่างประหลาดเมื่อรู้ว่าบุคคลที่มีธุระสำคัญของอเล็กซิสเป็นพี่ชาย ไม่ใช่คนอื่น “ความจริงที่นี่ก็ดูปลอดภัยดี ถ้าคุณต้องการพักผ่อนหรือไปเที่ยวกับใครบ้างก็ได้นะครับ ไม่จำเป็นต้องคอยเฝ้าผมตลอดเวลาก็ได้ ผมอยู่กับมาร์คัสได้”
“ที่ที่ผมต้องการอยู่ก็คือที่นี่ครับ เจด ครั้งนี้ถ้าไม่ใช่งานด่วนกับแมกซ์ผมคงไม่ไปหรอก” อเล็กซิสวางช้อน ตัดสินใจพูดต่อ “ผมเต็มใจกับหน้าที่นี้ เจด ผมอยากดูแลคุณตลอดไป” เจดชะงักเมื่อสมองค่อยๆ แปลความหมายสิ่งที่ชายหนุ่มพูด ดวงตาคู่สวยสบตาคมกริบแฝงความมั่นคงนั้นแล้วก็ค่อยๆ วางช้อนลง เบนสายตาลงมาจับจ้องพื้นโต๊ะกระพริบตาถี่ๆ เพื่อซ่อนหยาดน้ำที่รื้นออกมา “อย่า...คุณเคยพูดอย่างนั้นมาก่อน แต่...” เจดพูดเสียงสั่นแล้วเสียงก็ขาดหายไป อเล็กซิสลุกขึ้นทันที เขาคุกเข่าลงข้างเก้าอี้เจด ตัดสินใจว่าเขาต้องคุยกับเจดให้รู้เรื่อง เขาจับข้อมือเล็กไว้เมื่อร่างนั้นทำท่าจะลุกหนี
“เจด เรื่องที่ผ่านมาคุณไม่สามารถยกโทษให้ผมได้เลยหรือ” อเล็กซิส วอนถาม
“อเล็กซิส เรื่องนั้น ผม...เอ่อ...”เจดส่ายหน้าเขาจะพูดอะไรดี
“แค่บอกผมว่าคุณยกโทษให้ผม คุณจะให้โอกาสกับผมอีกครั้ง นะครับ”
เจดนิ่งไปนานมาก อเล็กซิสกลั้นใจรอ ก่อนความหวังจะค่อยๆ ลดลง ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างผิดหวัง ขณะที่เขากำลังจะปล่อยมือบางแล้วลุกขึ้น เจดก็เกี่ยวปลายนิ้วเรียวเล็กเข้ากับนิ้วแข็งแรงของชายหนุ่ม อเล็กซิสหันมามองทันทีเขาเห็นเจดยังคงก้มหน้าอยู่ แต่ก็หลุดคำพูดออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา
“...ครับ” เสียงนั้นไพเราะที่สุด อเล็กซิสคิดอย่างยินดีสุดซึ้ง เขาลุกขึ้นโอบเจดไว้แนบอก ร่างบางนั้นยังคงก้มหน้าอยู่กับอกกว้างนั้น
“ผมดีใจ เจด ผม...” เขาสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ก้มหน้าลงจุมพิตหน้าผากมน แต่พอเขาเชยคางเล็กขึ้น เจดก็เบือนหน้าหนี
“อเล็กซิส ผมไม่โกรธคุณแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปล่อยให้มันผ่านไปได้ เพราะผมไม่อยากจมอยู่กับเรื่องเก่าๆ แต่เรื่องของเราผมยังไม่แน่ใจ” อเล็กซิสมองแววตาสับสน และไม่แน่ใจของเจดแล้วก็เข้าใจ เจดกลัวที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
“ผมเข้าใจ ผมจะพยายามทำให้คุณเชื่อใจผมอีกครั้ง รักผมอีกครั้ง ผมจะไม่ยอมให้มีอะไรผิดพลาดอีก”
อเล็กซิสหมายความตามที่พูด เขาเข้าใจเมื่อ 5 ปีก่อนเจดสูญเสียอะไรไปบ้าง ความรู้สึกนั้นคงไม่จางหายไปง่ายๆ แต่เมื่อเจดให้โอกาสกับเขาอีกครั้งเขาจะพยายามชดเชยด้วยความรักทั้งหมด อเล็กซิสรู้สึกถึงการยอมรับของเจดเมื่อเรียวแขนนั้นเลื่อนมาพันรอบเอวของเขาและซบศีรษะลงแม้จะยังลังเลอยู่เล็กน้อย
เจดเองก็รู้สึกเหมือนปลดบ่วงที่พันธนาการตนเองออกมาได้ เมื่อตัดสินใจเช่นนั้นลึกลงไปในใจเจดรู้ว่าตนเองพยายามลงโทษอเล็กซิสสำหรับเหตุการณ์ทั้งหมด แต่เขาไม่อยากหยิ่งกับความรักอีกแล้ว ยังมีเวลาอีกยาวนานที่จะมีความสุข
“ฮะแอ้ม ผมมาเก็บจานครับ” เสียงมาร์คัสแทรกเข้ามา สายตาทำเป็นมองไปที่หน้าต่าง เจดคลายแขนแล้วถอยหนีอย่างรวดเร็ว หน้าแดงจัดยืนอึ้งอย่างทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะพึมพำขอตัวกลับห้อง แล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็วไม่มองหน้าใคร
อเล็กซิสมองหน้ามาร์คัสอย่างโมโห เมื่อสบสายตาล้อเลียนระคนรู้ทันของคนสนิทแล้ว เขาจึงยกนิ้วชี้หน้าอย่างคาดโทษก่อนจะเดินออกไปอย่างฉุนๆ
------------------------------
เจดกับอเล็กซิสกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวตัวใหญ่ เมื่อโทรศัพท์ดังขึ้น ร่างบางมองอเล็กซิสคุยโทรศัพท์ที่มาร์คัสโอนเข้ามาในห้องสมุด คงเป็นเรื่องสำคัญเพราะดูสีหน้าอเล็กซิสขรึมลง เมื่อวางหูโทรศัพท์ เจดจึงถามขึ้น
“มีอะไรหรือเปล่าครับ อเล็กซ์”
“นิดหน่อย แต่เราคงต้องออกจากที่นี่แล้ว คนของผมรายงานว่ามีคนเข้ามาป้วนเปี้ยนแถวนี้อย่างผิดสังเกต ที่นี่เข้ามายากก็จริง แต่ก็ถูกปิดล้อมได้ง่ายเหมือนกัน ผมไม่อยากเสี่ยง” อเล็กซิสมองเจดด้วยความเป็นห่วง
“ที่ผมเลือกที่นี่ตอนแรก เพราะคิดว่าคงไม่มีใครสืบมาถึงที่นี่ได้ง่ายๆ แต่นี่พวกมันเริ่มเข้ามาใกล้ ไม่น่าจะเป็นการสะกดรอยตามคนของผมเข้ามาเพราะไม่งั้นคงมาถึงที่นี่ตั้งแต่แรกแล้ว โทรศัพท์ของเจย์ต้องถูกดักฟังแน่ๆแสดงว่าพวกมันมีเครือข่ายที่ไม่เลวทีเดียว” อเล็กซิสพูดชมฝ่ายตรงข้าม นั่งคิดสักครู่ก็คว้าหูโทรศัพท์ใหม่
“ฮัลโหล”
“เจย์ นี่อเล็กซ์นะ”
“ว่าไง มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” เจย์กังวล
“ไม่มีอะไร เพียงแต่ใกล้เวลาขึ้นศาลแล้ว ชั้นจะพาเจดออกไปจากที่นี่พรุ่งนี้นะ”
“ยังอีกหลายวันนะ นายจะรีบร้อนทำไม” เจย์โวยวาย
“ก็ไม่มีอะไร ชั้นอยากพาเจดไปที่บ้านน่ะ”
“อืมม์ถ้าเป็นที่นั่น ก็คงไม่เป็นไรมั้ง” เจย์พูด เมื่อนึกถึงบ้านใหญ่ของอเล็กซิสกับแมกซ์ ที่นั่นรักษาความปลอดภัยยังกับที่ฟอร์ดน็อคซ์ แน่ะ
“เจย์ นายอย่าลืมที่ชั้นเคยบอกนายก่อนมาที่นี่ล่ะ นายคงจำได้” อเล็กซิสทิ้งท้ายก่อนวางหู แล้วหันมายิ้มกับเจดที่กำลังสงสัย
“ไหนคุณคิดว่า โทรศัพท์ถูกดักฟัง แล้วทำไมยังใช้โทรศัพท์อยู่ล่ะครับ” อเล็กซิสไม่ตอบแต่ยิ้มให้เจดอย่างลึกลับ เจดได้แต่นั่งงง
เจย์วางหูแล้วสบถในใจ เมื่อฟังคำพูดตอนท้ายของอเล็กซิส แสดงว่าโทรศัพท์ถูกดักฟังล่ะสิ เจย์คำรามเบาๆ รู้สึกเหมือนถูกกระตุกหนวดเสือในที่ทำงานของเขาเนี่ยนะ แล้วไอ้บ้าอเล็กซิสยังใช้โทรศัพท์มาบอกเขาอีก หยั่งงี้พวกมันก็รู้หมดแล้วสิ มันจะต้องวางแผนกำจัดเจดพรุ่งนี้ตอนเดินทางแน่ๆ ในเมื่อพวกมันรู้จักอเล็กซิสแล้ว คงไม่ยอมให้ไปถึงบ้านของชายหนุ่มหรอก เพราะถ้าถึงที่นั่นพวกมันคงหมดโอกาส
เจย์คิด อเล็กซิสคิดจะใช้ตัวเขากับเจดเป็นเหยื่อล่องั้นหรือ ไม่สิ อเล็กซิสคงต้องการจัดการกับพวกนั้นเองเลยก็ได้ เขาต้องรีบจัดการก่อนไม่งั้นขืนปล่อยหมอนั่นมีหวังเขาอาจจะได้แต่ศพคนร้ายก็ได้ แถมคงต้องทำคดีอีกหลายคดีเพิ่มขึ้นแน่ๆ
----------------------------------------
เจดมองอเล็กซิสเมื่อหายงง ความกลัวค่อยทวีขึ้น คงไม่ใช่ตอนนี้นะ! ขณะที่เขากำลังเริ่มมีความสุข ในตอนแรกที่รับปากเป็นพยาน เจดไม่รู้สึกกลัว แม้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะมีอิทธิพลมากแค่ไหน ก็เขาไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงแล้วนี่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เขามองไปที่อเล็กซิส แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับร่างสูงนี้ด้วยล่ะ
เจดแนบตัวเข้าหาอเล็กซิสอย่างไม่รู้ตัว โอบแขนตนเองรอบแขนของชายหนุ่มไว้แน่น ทำให้อเล็กซิสก้มลงมองอย่างแปลกใจระคนยินดี เพราะแม้ว่าระยะนี้เจดจะยอมให้เขาฉวยโอกาสเล็กๆน้อยได้ แต่ก็ยังระวังตัวกับเขาตลอดเวลา และก็ไม่เคยเข้าใกล้เขาถึงขนาดนี้ เมื่อสบตาคู่นั้นอเล็กซิสก็เข้าใจ เจดกำลังกลัว
“ไม่ต้องกลัว เจด ผมจะไม่ยอมให้อะไรเกิดขึ้นกับคุณได้”
แล้วตัวคุณล่ะ เจดคิดในใจแต่ก็ไม่พูดออกมา อเล็กซิสหรุบสายตาลงดูริมฝีปากบางก่อนจะก้มหน้าลงช้าๆ เพื่อให้โอกาสเจดได้ปฏิเสธ แต่เจดก็ไม่ถอยหนี เมื่อริมฝีปากชายหนุ่มสัมผัสกับริมฝีปากเจด อเล็กซิสถึงกับครางออกมาอย่างพอใจ เมื่อริมฝีปากบางคู่นั้นแย้มออกยอมให้ปลายลิ้นอุ่นร้อนของชายหนุ่มเข้าไปควานหาความหวานชื่นนั้น มือบางวางทาบบนแผ่นอกกว้าง
มือของอเล็กซิสเริ่มลูบไล้ไปทั่วร่างบางอย่างนุ่มนวลไม่ให้รู้ตัว แต่พอชายหนุ่มสอดมือเข้าไปใต้เสื้อสเวตเตอร์เพื่อสัมผัสเอวบางนั้น เจดก็สะดุ้งแล้วรีบถอยห่างทันควันจนเกือบตกเก้าอี้
“เอ่อ...ผม..” เจดอึกอัก
“ผมขอโทษเจด ผมลืมตัวไป” อเล็กซิสจัดเสื้อผ้าให้เจด แล้วรวบร่างบางเข้ามากอดไว้ พยายามควบคุมลมหายใจของตนเอง ยัง! เจดยังไม่ไว้ใจเขา ชายหนุ่มคิด แต่ก็ก้าวหน้าขึ้นล่ะ เมื่อนึกถึงจุมพิตที่โต้ตอบมาอย่างอ่อนหวานนั้น อเล็กซิสก็ยิ้มที่มุมปากชนิดที่ถ้าเจดเงยหน้ามาเห็น อาจจะกระโดดถอยห่างไปเป็น 10 หลาเลยก็ได้
“เก็บของนะ พรุ่งนี้ผมจะพาคุณกลับบ้าน”
“บ้านที่ไหนครับ”
“บ้านผมกับแมกซ์น่ะ รับรองคราวนี้พวกนั้นไม่กล้ายุ่มย่ามแน่”
“อืมม์” เจดรับคำ
“ไปนอนเถอะ พรุ่งนี้จะได้ออกเช้าหน่อย คงเดินทางสัก 3 ชั่วโมงนะ” อเล็กซิสเดินไปส่งเจดที่หน้าห้องกล่าวราตรีสวัสดิ์ตามปกติ แล้วก็ยืนรีรออยู่จนทำให้เจดเงยหน้ามองอย่างสงสัย ก่อนที่จะหน้าแดงเมื่อสบตาชายหนุ่มรีบพึมพำราตรีสวัสดิ์ แล้วปิดประตูทันที
อเล็กซิสถอนใจหนักๆ ก่อนจะเดินกลับห้อง ชักจะแย่แล้วจริงๆ คืนนี้ต้องอาบน้ำเย็นแน่ๆ เขาจะอดทนไปได้อีกสักกี่น้ำนะ เดี๋ยวเผลอปล้ำเจดขึ้นมาจะทำยังไง สถานการณ์ต้องแย่ยิ่งกว่าเดิมอีกแน่
------------------------------------
เจดเปิดประตูบ้านออกมา แล้วก็มองไปที่รถยนต์คันยาวหลายวานั้นอย่างงงๆ หันไปที่อเล็กซิสทันเห็นเขารับปืนจากมาร์คัสมาตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนจะสอดใส่ซองสะพายไหล่ นิ้วของชายหนุ่มเกี่ยวเสื้อนอกไว้ในมือ สำหรับมาร์คัสเองก็อยู่ในชุดรัดกุมเรียบร้อย มือถือกล่องยาวสีดำ ก่อนนำไปไว้ที่ที่นั่งตอนหน้าคู่กับคนขับ มาร์คัสหันไปเห็นเจดก็ยิ้มรับ ทำให้อเล็กซิสหันมามองตาม เจดเดินตรงเข้าไปหาอย่างไม่สบายใจ เมื่อเห็นชายทั้งคู่ในบุคลิกที่ต่างออกไปจากเดิม และดูอันตรายยังไงชอบกล
“ไม่ต้องกลัวเจด แค่เตรียมพร้อมเท่านั้นเอง”เจดปล่อยให้อเล็กซิสกอดเขาอยู่ครู่หนึ่งก็ดันตัวออกเมื่อคิดถึงสายตาของมาร์คัส เขายิ้มอย่างเขินๆ เมื่อมาร์คัสเปิดประตูรถให้ อเล็กซิสดันเจดให้ขึ้นรถ ก่อนจะก้าวตามพาดเสื้อไว้กับพนักพิง มาร์คัสปิดประตูรถให้ก่อนขึ้นไปนั่งคู่กับคนขับ
อเล็กซิสเคาะกระจกที่กั้นระหว่างคนขับกับผู้โดยสารเป็นสัญญาณให้ไปได้ ระหว่างนั้นเจดก็มองไปรอบๆ ห้องผู้โดยสารที่กว้างขวางนั้น เก้าอี้ยาวตัวใหญ่เบาะหนังหนานุ่ม ขนาดนอนได้สบายทีเดียว มีกระทั่งบาร์เครื่องดื่มเล็กๆ อยู่ด้านข้าง
อเล็กซิสเลื่อนตัวมานั่งข้างๆ เจดโอบไหล่บางนั้นไว้เมื่อเห็นท่าทางเจดดูวิตกกังวล แนบริมฝีปากจุมพิตที่ขมับอย่างปลอบโยน เจดเบียดร่างเข้าหาอ้อมแขนนั้น ตอนนี้เจดกลัวเหตุการณ์ภายนอกมากเกินกว่าที่จะมาระวังตัวกับอเล็กซิส
อเล็กซิสกดโทรศัพท์ในรถ “เจย์ชั้นออกมาแล้วนะ นายพร้อมหรือยัง”
“ไม่ต้องห่วงอเล็กซิส” เจดได้ยินเสียงเจย์ตอบมาแว่วๆ
เมื่อเข้าสู่ถนนใหญ่ประมาณครึ่งชั่วโมง มาร์คัสก็พูดผ่านลำโพงเข้ามา “มันโผล่ออกมาแล้ว เจ้านาย”
อเล็กซิสกดปุ่มก่อนพูดตอบ “ทำตามแผน ระวังคนอื่นโดนลูกหลงล่ะ แล้วก็ตำรวจท้องที่ด้วย” แล้วอเล็กซิสก็เปิดม่านดูเล็กน้อย เจดกวาดสายตามองตามก็เห็นรถยนต์ 2 คันติดฟิล์มดำมืดขับตีคู่เข้ามาอย่างรวดเร็ว ขณะที่รถคันใหญ่ก็เร่งความเร็วขึ้นทันที ด้วยกำลังเครื่องยนต์ที่มากกว่าทำให้สามารถทิ้งระยะห่างไปอีกช่วงหนึ่ง
อเล็กซิสกดโทรศัพท์อีกครั้งแล้วพูดลงไปอย่างใจเย็น “เจย์มันโผล่มาแล้ว เป็นหน้าที่ของนายแล้วนะ จัดการให้เรียบร้อยด้วยถ้านายอยากได้พยานเพิ่มอีกสักคนสองคน ถ้าปล่อยให้หลุดไปถึงลูกน้องชั้นนายอาจจะไม่ได้อะไรเลย” อเล็กซิสวางหู มองมาที่เจด แล้วโอบไหล่บางไว้
“เจด อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ บอกว่าไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไร”
ขณะนั้นรถคันใหญ่ก็ลดความเร็วลงเล็กน้อย เนื่องจากมีรถข้างหน้าแซงสวนขึ้นมา ทำให้รถสีดำ 2 คัน ขึ้นมาตีคู่ได้ ทั้งคู่เลื่อนกระจกลงก่อนยื่นปากกระบอกปืนกลมือออกมาแล้วรัวใส่รถคันใหญ่เสียงดังสนั่น เจดสะดุ้งเฮือกร่างผวาเข้าหาอเล็กซิสทันทีที่ได้ยินเสียงดังรัวรอบๆ ตัว จนสักครู่หนึ่งก็เงียบเสียงไป แต่สำหรับเจดแล้วมันเหมือนกับนานเป็นชั่วโมง ร่างบางยังคงกอดอเล็กซิสไว้แน่นตัวสั่นด้วยความตกใจ
“ไม่เป็นไรแล้วเจด เราพ้นมาแล้วล่ะ”
อเล็กซิสกอดร่างบางที่เกยอยู่บนตักเขาทั้งตัว ชายหนุ่มขยับตัวแต่มือเล็กนั้นยังเหนี่ยวคอเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เขาก้มดูเห็นเจดหลับตา เม้มริมฝีปากแน่น อเล็กซิสรับรู้ถึงร่างละมุนที่กำลังสั่นด้วยความตกใจกลัวบนตักเขา ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากร่างตรงหน้า ก่อนจะถอนใจดังเฮือก เมื่อรู้สึกถึงสถานการณ์ที่คับขันของตนเองยิ่งกว่าเมื่อครู่เสียอีก
ร่างบางบนตักอเล็กซิสยังไม่ยอมรับรู้เหตุการณ์ใดๆ ขณะที่อเล็กซิสเงยหน้าพิงเบาะอย่างควบคุมอารมณ์ ร่างกายของชายหนุ่มเริ่มตื่นตัวขึ้นเมื่อส่วนสำคัญถูกเสียดสีจากสะโพกบางนั้น มือใหญ่ที่ลูบไหล่บางอย่างปลอบประโลมในทีแรกเริ่มลูบไล้หนักมือขึ้น จนร่างบางเริ่มรู้ตัวแต่ด้วยความตกใจจากเหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เจดยังควบคุมร่างกายไม่ได้ อเล็กซิสฉวยโอกาสเชยคางเจดขึ้นพร้อมกับก้มลงจุมพิตที่ริมฝีปากบางนั้น
“เจ้านายครับ” เสียงมาร์คัสแทรกเข้ามา อเล็กซิสควานมือไปกดปุ่มขณะที่ถอนริมฝีปากเพียงเล็กน้อยตอบเสียงพร่าว่า
“กลับบ้านได้” มาร์คัสเงียบไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงแปลกๆ ก่อนตอบรับมาด้วยน้ำเสียงหัวเราะแกมรู้ทัน
“ครับ” มาร์คัสส่ายหัวพึมพำในคอ “เฮ้อ เจ้านายเรา ไม่เคยเป็นอย่างนี้เลยนี่นา”
ริมฝีปากของอเล็กซิสวกกลับลงมาที่ใบหูเล็กๆ เรื่อยมาลำคอระหงนั้น ระหว่างที่เจดไม่ทันตั้งตัวมือแข็งแรงคู่นั้นก็ปลดตะขอ รูดซิปกางเกงของเจดลงยกสะโพกเล็กขึ้นรูดกางเกงพ้นปลายเท้าไปย่างรวดเร็ว จับต้นขางดงามคู่นั้นให้แยกกว้างคร่อมสะโพกเขาไว้ ริมฝีปากวกกลับไปปิดเสียงประท้วงทันที เมื่อเห็นร่างบางเริ่มรู้ตัว ซอกซอนชิมความหอมหวานนั้นอีกครั้งขณะที่มืออีกข้างลูบไล้ไปที่หว่างขาเจด
สติเจดปลิวหายไปอีกครั้ง เมื่อมือของชายหนุ่มกระตุ้นอารมณ์ด้วยการลูบไล้ที่ส่วนสำคัญนั้น ยอมให้อเล็กซิสปลดกระดุมเสื้อและรูดให้พ้นไหล่บางก่อนโยนทิ้งไปอย่างไม่แยแส อเล็กซิสมองร่างเปลือยงดงามตรงหน้า พระเจ้าช่วย..ช่างงดงามนัก ปลายนิ้วของชายหนุ่มสั่นระริกเมื่อแตะต้องไปทั่วร่างบางนั้น ริมฝีปากขบเม้มผิวเนื้ออ่อนบางบริเวณลำคอจนเป็นรอยระเรื่อ เรื่อยลงมาที่ยอดอกปลายลิ้นตวัดไล้อย่างชำนาญ เจดถูกกระตุ้นจนอารมณ์กระเจิดกระเจิง ตาสีเขียวขุ่นมัวไปด้วยอารมณ์พิศวาสที่ต้องการปลดปล่อย ริมฝีปากแดงระเรื่ออ้าปากหอบหายใจ ความตกใจกลัวของเจดได้เปลี่ยนไปเป็นอีกอารมณ์อย่างรุนแรงไม่แพ้กัน
อเล็กซิสไถลตัวลงกับเก้าอี้ พร้อมกับปรับเบาะให้เลื่อนลง เขายกศีรษะขึ้นเล็กน้อยให้พอเหมาะกับสะโพกบางตรงหน้า ก่อนจะรั้งลงมาจุมพิตที่ส่วนสำคัญระหว่างต้นขาของเจด อ้าปากครอบครองด้วยความกระหายหิว ดูดดื่มอย่างรุนแรง
“อ๊ะ....อ๊า....” เจดร้องครางเอื้อมมือไปจับพนักเก้าอี้เหนือศีรษะของอเล็กซิส หอบหายใจหนักหน่วงขณะที่อเล็กซิสใช้ลิ้นลูบไล้ส่วนสำคัญนั้นอย่างไม่ปราณี และเมื่อทนไม่ไหวเจดก็กรีดเสียงร้องพร้อมกับหลั่งรินความร้อนผ่าวเข้าสู่ปากของชายหนุ่ม
ร่างบางพับลงอย่างอ่อนแรง ขณะที่อเล็กซิสค่อยถอนริมฝีปากออกมาใช้ปลายลิ้นลูบไล้ทำความสะอาดให้อย่างอ้อยอิ่ง แล้วรั้งร่างบางลงบนตักอีกครั้งหนึ่ง
เจดหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เมื่อสติเริ่มกลับมาเขาลืมตามองเห็น อเล็กซิสหลับตาแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เจดขยับตัวเล็กน้อยก็ได้ยินเสียงแหบพร่าจากปากอเล็กซิส
“เจด อย่าเพิ่งขยับ” แล้วอเล็กซิสก็ลืมตาขึ้น เจดมองเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความทรมานของชายหนุ่ม แล้วก็ตระหนักว่าชายหนุ่มยังไม่ได้ปลดปล่อยความต้องการของตนเอง เพราะส่วนสำคัญนั้นยังแข็งแกร่งเสียดสีกับบั้นท้ายของเขาอยู่ เจดรู้สึกได้แม้จะมีผ้าหนาๆของกางเกงเขาขวางอยู่ เจดมองสีหน้าทรมานที่กำลังสะกดกลั้นความปรารถนาของอเล็กซิสแล้วจิตใจของเจดก็อ่อนยวบลง
“อเล็กซ์” เจดคราง เอื้อมมือประคองหน้าชายหนุ่ม อเล็กซิสลืมตา และเมื่อสบตาที่เต็มไปด้วยความยินยอมพร้อมใจของเจด เขาก็ครางออกมาถามอย่างไม่แน่ใจ
“เจด คุณแน่ใจนะ ผมอยากให้คุณแน่ใจ” เจดไม่อยากเห็นอเล็กซิสทรมานอย่างนี้ เขาพยักหน้าอย่างลังเลเล็กน้อย รู้ว่าตนเองถอยหลังไม่ได้อีก ถ้าตัดสินใจแล้ว แค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับอเล็กซิส
“เจด” เขากระซิบอย่างเต็มตื้น
เจดหน้าแดงเมื่อสบสายตาที่เต็มไปด้วยความรักนั้น แล้วเขาก็รู้ตัวเมื่อเห็นสภาพของตนเองกับอเล็กซิส ร่างเปลือยเปล่าของเขาคร่อมอยู่บนตักของชายหนุ่ม ซึ่งยังอยู่ในชุดเต็มยศไม่มีอะไรหลุดลุ่ยแม้แต่น้อย แล้วยังอยู่ในรถอีก ในรถ เจดยกมือปิดปากตนเองอย่างตกใจ แล้วอุทาน
“พระช่วย เราอยู่ในรถนี่” อเล็กซิสหัวเราะเสียงพร่า โน้มร่างเจดลงมาจุมพิตที่ริมฝีปากเบาๆ
“ไม่เป็นไรหรอกเจด พวกเขาไม่ได้ยินเสียงเราหรอก” แล้วกระซิบที่ใบหูเล็กๆ
“นานมากเหลือเกินเจด ผมต้องการคุณจนเจ็บปวดไปหมด” เขาไล้ลิ้นที่ใบหูเล็ก แล้ววกกลับมาที่ลำคอ เลยมาถึงยอดอก ดูดเม้มปลายยอดสีชมพูนั่น ลมหายใจเขาร้อนผ่าวไปหมด อเล็กซิสเอื้อมไปรูดซิปกางเกงของเขาอย่างรวดเร็วปลดปล่อยความแข็งแกร่งออกมา
“เจดช่วยผมนะ ได้โปรด” แล้วจับมือเจดไปที่ส่วนสำคัญของเขา เจดขยับมือลูบไล้ชายหนุ่ม อเล็กซิสครางเมื่อมือนุ่มๆ สัมผัสเขาอย่างไร้ประสบการณ์ เจดเองก็หน้าร้อนผ่าวในขณะที่อเล็กซิสใช้นิ้วเรียวของเขาสอดแทรกไปยังปากทางคับแคบของตน เจดสะดุ้งเมื่อนิ้วนั้นเพิ่มจำนวนขึ้นและขยับเข้าออกเป็นจังหวะเสียดสีกับผนังอ่อนบางด้านใน
“อะ..อ๊ะ..อเล็กซ์” เจดขมวดคิ้วเมื่อเริ่มรู้สึกแปลกๆ แล้วปล่อยมือจากส่วนสำคัญของอเล็กซิสขึ้นไปจับไหล่กว้างไว้ อเล็กซิสถอนนิ้วออกมายกสะโพกเจดขึ้น แล้วใช้มือข้างหนึ่งจับที่ความร้อนผ่าวของตนเองจ่อไปที่ปากทางของเจด ก่อนที่จะกดสะโพกเล็กๆลง
“อึ๊....อื้อ....อืมม์...” เจดครางขณะที่รับเอาความแข็งแกร่งเหมือนแท่งเหล็กอุ่นร้อนเข้าไป ชายหนุ่มจับต้นขาเรียวแยกออกกว้าง ร่างบางหายใจลึกเมื่อรับชายหนุ่มจนสุดความยาว เจ็บแปลบแต่ก็รู้สึกเต็มตื้นไปหมด
“อา...เจด....” อเล็กซิสก็ครางออกมาเมื่อจ่อมจมในความคับแน่นร้อนผ่าวที่รัดรอบความเป็นชายของเขาราวกับถุงมือ อเล็กซิสจับสะโพกนั้นเริ่มขยับขึ้นลงเป็นจังหวะ และเร็วขึ้น เข่าสองข้างของเจดกดแน่นข้างสะโพกแข็งแรงของชายหนุ่ม ดื่มด่ำกับความรู้สึกเสียวซ่านที่ทวีขึ้น ขณะที่เหงื่อซึมทั่วร่างเจด ผมหลุดลุ่ยกระจายทั่วแผ่นหลัง ร่างบางอดทนกับความรู้สึกเจ็บปวดในตอนแรกเพราะร่างกายห่างเหินกับกิจกรรมนี้มาเนิ่นนาน แต่ไม่นานการเสียดสีที่หนักหน่วงก็เริ่มก่อให้เกิดความรู้สึกสุขสม ประหลาดล้ำ ร่างบางเริ่มขยับรับเป็นจังหวะ เสียงหอบหายใจและเสียงครางผะแผ่วยิ่งกระตุ้นเร้าอเล็กซิสมากขึ้น
อเล็กซิสตาลายไปหมดกับความสุขที่ทวีขึ้นจนถึงจุดสูงสุด เขาแอ่นสะโพกแข็งแรงขึ้น ขณะจับเอวเจดกระแทกลงเข้ากับความแกร่งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะกระตุกหลั่งรินความร้อนผ่าวออกไปอย่างมากมาย โน้มต้นคอเล็กลงมาปิดเรียวปากนั้น เพื่อดูดซับเสียงกรีดร้องของเจดให้เหลือเพียงเสียงแผ่วเบาที่หลุดรอดออกมา ร่างเจดกระตุกฉีดพุ่งน้ำขาวขุ่นออกมา เลอะบริเวณอกเสื้อของอเล็กซิส มือเล็กจิกเกร็งที่ต้นแขนของร่างสูงไว้แน่น ก่อนจะทิ้งร่างพับลงไปกับอกกว้างอย่างหมดแรง หอบหายใจจนตัวโยน
“อเล็กซ์...”
อเล็กซิสเองก็หอบหายใจหนักๆ เช่นกัน มือใหญ่ลูบไล้ร่างที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ ชายหนุ่มรู้สึกเต็มตื้นที่ได้ร่างนี้กลับมาอยู่ในอ้อมอก เขาช่างโชคดีที่มีโอกาสครั้งที่สอง เจดเริ่มขยับเมื่อมือใหญ่นั้นลูบไล้ผิวเนียนหนักมือขึ้น เปล่งเสียงประท้วงในคออย่างอ่อนแรง แต่มือใหญ่นั้นกลับสอดแทรกมาระหว่างทั้งคู่ลูบไล้เขาอีกรอบ เจดขยับตัวทันทีแต่กลับเหมือนเป็นการไปกระตุ้นอเล็กซิส
“อ๊ะ..” เจดอุทานเมื่อความอ่อนนุ่มในตัวเขาที่ยังไม่ถอดถอนออก กลับขยายตัวแข็งแกร่งขึ้นอีกครั้ง เขาเงยหน้าทำตาโตมองหน้าอเล็กซิส
อเล็กซิสยิ้ม “ผมต้องการคุณมากเกินไป มันยังไม่เพียงพอ” เจดขยับถอยหนีอย่างรวดเร็วจนรู้สึกถึงความเจ็บแปลบ เมื่อความแข็งแกร่งหลุดออกมาพ้นร่าง แต่ไม่ทันเมื่ออเล็กซิสจับร่างเขาไว้พลิกตัวเจดให้อยู่ในท่าคุกเข่า เจดอุทานเมื่ออยู่ในท่าที่ไม่เคยคุ้น หันศีรษะกลับมา
“อย่านะ อเล็กซ์......อึ้ก.....อื้อ....” เจดร้องอย่างตกใจ ก่อนเสียงจะขาดหายไป เมื่ออเล็กซิสแทรกความแข็งแกร่งที่ยังคงชุ่มชื้นอยู่เข้ามาอีกครั้ง ทำให้คราวนี้มันเข้าไปอย่างสะดวกกว่าครั้งแรกมากนัก เนื่องจากช่องทางของเจดยังคงชุ่มชื้นจากของเหลวที่คงค้างอยู่
อเล็กซิสโน้มตัวไปขบกัด ไล้เลียแผ่นหลังขาวนวลของเจด ก่อนจะใช้มือจับเอวบางบังคับให้รับเอาความแข็งแกร่งเข้าไปจนลึกสุดๆ เขาโหมกระแทกเข้าออกเป็นจังหวะอย่างหนักหน่วง เจดหมดแรงถึงกับฟุบหน้าลงไปกับเบาะเมื่อทนแรงสอดแทรกไม่ไหว ทำให้สะโพกของเจดเปิดกว้างมากขึ้น อเล็กซิสจับต้นขาเรียวของเจดแยกออกขณะเติมเต็มเข้าไปในร่างของเจด มือเอื้อมไปสัมผัสส่วนหน้าของเจดลูบไล้และบีบปลายยอดเป็นจังหวะ
“อือ...อึ้...อื้อ.อเล็กซ์...” เจดคราง สลับกับหอบหายใจ เมื่อการสอดแทรกดำเนินไปอย่างยาวนาน ในที่สุดเจดก็ทนไม่ไหว ร่างบางแอ่นเกร็ง อุทานและหลั่งความปรารถนาฉีดพุ่งกระจายเต็มเบาะหนัง กระตุกเป็นจังหวะในมืออเล็กซิส
“อา....เจด” อเล็กซิสถอนกายออกมาจนเกือบสุดและสอดแทรกเข้าไปอย่างหนักๆอีก 2-3 ครั้ง ร่างของชายหนุ่มก็เกร็งแนบสะโพกกับบั้นท้ายนุ่มมือใหญ่จิกที่สะโพกขาวนวลไว้แน่น ขณะหลั่งรินความร้อนผ่าวเข้าสู่ร่างเจดอย่างมากมายจนล้นเอ่อนองออกมาตามต้นขาขาวนวล
ทั้งคู่ฟุบลงไปกับเบาะ อเล็กซิสหอบหายใจหนักๆ ก่อนถอนตัวออกจากร่างเจดพลิกตัวนอนตะแคงรั้งร่างบางเข้ามาแนบอก เจดใจหวิวเหมือนกำลังจะเป็นลม ทั้งคู่นอนนิ่งเงียบไปชั่วครู่ เมื่ออเล็กซิสระงับลมหายใจของตนเองได้จึงถามเจด
“เจดไม่เป็นไรนะ” มือใหญ่นั้นประคองศีรษะเล็กไว้ เจดอ้าปากแต่ไม่มีแรงแม้แต่จะพูดหรือแม้กระทั่งหันหน้ามามองจึงเพียงสั่นศีรษะนิดเดียว
เวลาผ่านไปชั่วครู่
อเล็กซิสทรงตัวลุกนั่ง เปิดลิ้นชักที่ตู้เล็กด้านข้าง หยิบผ้าขนหนูออกมาซับตัวเจดให้อย่างอ่อนโยน ร่างบางหลับตาอย่างเขินอายปล่อยให้มือใหญ่ทำความสะอาดทุกซอกมุมแม้กระทั่งระหว่างเรียวขา เพราะเขาไม่มีแรงแม้แต่จะยกมือด้วยซ้ำ อเล็กซิสลูบไล้ไปที่รอยแดงช้ำที่เกิดเพราะน้ำมือตนเองเหมือนวอนขอโทษ เขาก้มลงจูบที่หน้าท้องเรียบเนียนนั้นก่อนจะสวมเสื้อผ้าให้กลัดกระดุมเสื้อจนถึงคอเพื่อปิดรอยจูบที่ตนเองฝากไว้ตามลำคอและหน้าอก
เมื่อเริ่มมีเรี่ยวแรงเจดขยับตัวอย่างขัดๆ ตวัดสายตาไปที่อเล็กซิสอย่างอายๆ แกมขุ่นเคือง คนบ้า! เขาระบมไปหมดทั้งตัวเลย อเล็กซิสเล่นทำอย่างหักโหม จนทำให้เจดที่ห่างเหินจากกิจกรรมนี้มาหลายปีถึงกับทรงตัวไม่อยู่ อเล็กซิสมองกริยานั้นก่อนจะยิ้มอย่างขอโทษแต่ก็แฝงด้วยความสุขสม ก็อดทนมาตั้งนานนี่นาจะให้เขาอดใจได้ยังไง
อเล็กซิสเริ่มทำความสะอาดตัวเองก่อนที่จะจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แต่พอมองสภาพเสื้อเชิ้ตตนเองแล้วก็ต้องถอนใจ เจดหันมามองแล้วก็หน้าแดงจัดเมื่อเห็นคราบขาวขุ่นของตนเองที่เปื้อนที่อกเสื้อนั้น ชายหนุ่มอมยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าของเจด ก่อนจะโยนผ้าขนหนูลงไปแล้วทำท่าไม่สนใจ
“คุณจะลงรถไปทั้งแบบนั้นไม่ได้นะ” เจดอุทาน
“ไม่เห็นเป็นไร ผมไม่เห็นอายเลย”
“แต่ผมอายนี่ มาร์คัสกับคนอื่นๆจะคิดยังไง” อเล็กซิสยักไหล่
“ผมไม่มีเสื้อเปลี่ยนนี่ ไม่เคยคิดจะทำอะไรในรถสักที ยกเว้นคราวนี้ล่ะ เอ ไม่แน่นะต่อไปเตรียมไว้หน่อยก็ดี”
“บ้า” เจดอุทานมองซ้ายมองขวาแล้วคว้าผ้าขนหนูที่พื้นจุ่มลงไปในแก้วน้ำ ก่อนจะคุกเข่าข้างอเล็กซิสแล้วเช็ดไปที่เสื้อเชิ้ตของชายหนุ่ม จนเปียกโชกไปหมด
“เจด นี่คิดจะอาบน้ำให้ผมหรือไง” อเล็กซ์แกล้งโวยวาย
“บ้าจริง เป็นเพราะคุณทีเดียว” เจดโยนผ้าขนหนูเข้าใส่อเล็กซิส ชายหนุ่มรีบคว้าผ้าขนหนูที่โยนใส่หน้าไว้ได้ทัน แกล้งอุทานแล้วพึมพำอย่างจงใจให้ได้ยิน
“อ้าว ไม่ใช่ของผมซักหน่อย”
“อเล็กซ์” เจดอุทานอย่างอายแกมโมโห
“o.k. ครับ o.k. ไม่เห็นแล้วล่ะ แต่พวกเขาคงสงสัยว่าทำไมเสื้อถึงเปียก”
เจดหน้าแดงอีกครั้ง แล้วเมินหน้าออกไปที่หน้าต่างรถ อเล็กซิสดึงร่างบางเข้ามากอด เจดขัดขืนเล็กน้อย แต่ก็สู้แรงชายหนุ่มไม่ได้ ยอมให้เขาลากตัวไปกอดจนชิด อเล็กซิสเกยคางลงกับศีรษะเล็กๆนั้นถอนหายใจแล้วกระซิบเบาๆ
“ผมดีใจที่คุณยอมรับผมอีกครั้งนะ เจด” เจดนิ่งเงียบไปนานก่อนจะพูดเสียงแผ่วเบาแต่ดังเข้าไปในจิตใจของอเล็กซิส
“ผมกำลังเสี่ยงอีกครั้ง หวังว่าจะไม่ผิดพลาดอีก อย่าทำให้ผมผิดหวังนะครับ อเล็กซิส”
TBC

0 Comments:
Post a Comment
<< Home